โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เก่าแก่คลาสสิก Bordeaux เมืองหลวงไวน์โลกแห่งฝรั่งเศส

เที่ยวเอง Tieweng

เผยแพร่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 04.22 น. • ก้อ เที่ยวเอง

ถ้าเป็นนักเดินทางผู้หลงใหลการดื่มไวน์ ชอบลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไวน์จากที่ต่างๆ แล้ว อีกจุดหมายห้ามพลาดเด็ดขาดก็คือ Bordeaux เมืองใหญ่อันดับ 6 ของฝรั่งเศส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

Bordeaux คือเมืองหลักของจังหวัด Gironde ตั้งอยู่ใกล้กับปากแม่น้ำ Garonne 1 ใน 5 แม่น้ำสายสำคัญของฝรั่งเศส เลยกลายเป็นเมืองท่าสำคัญที่ใช้เดินเรือออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก

เมืองที่มีอายุเก่าแก่ย้อนไปตั้งแต่ก่อนคริสตกาลแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งปลูกองุ่นสำหรับผลิตไวน์คุณภาพชั้นยอดที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยตลอดเส้นทางก่อนเข้าสู่เมืองและบริเวณเมืองรอบๆ เช่น Saint-Émilion, Pauillac, Sauternes และ Saint-Estèphe คือพื้นที่ผลิตไวน์ที่โด่งดังสุดๆ

นอกจากชื่อเสียงเรื่องไวน์แล้ว บรรยากาศในเมืองยังได้ชื่อว่าว่าสวยงามคลาสสิกเพราะเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างยุคโบราณอันอลังการมากมาย โดยไฮไลต์ส่วนมากอยู่ในเขตเมืองชั้นใน อาทิ

  • Place de la Bourse จัตุรัสสำคัญกลางเมืองใกล้กับแม่น้ำ Garonne ที่เรียงรายด้วยอาคารสถาปัตยกรรมกลิ่นอายเฟรนช์คลาสสิกซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 18 โดยบริเวณนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกร่วมกับเขตเมืองเก่าอื่นๆ ของเมืองด้วย
  • Cathédrale-Primatiale Saint-André de Bordeaux หรือ Bordeaux Cathedral โบสถ์สำคัญประจำเมืองศิลปะแบบโกธิคซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ Santiago de Compostela ในฝรั่งเศสอีกด้วย
  • Pont de Pierre หรือ Stone Bridge สะพานหินความยาว 487 เมตร ข้ามแม่น้ำ Garonne ซึ่งถือเป็นอีกสัญลักษณ์ของเมือง
  • Grand Théâtre de Bordeaux โรงละครหลักประจำเมืองสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกที่เปิดใช้งานครั้งแรกตั้งแต่ปี 1780 ด้านในสามารถรองรับผู้ชมได้ประมาณ 1,100 คน
  • Grosse Cloche หอนาฬิกาหลักในเขตเมืองเก่าที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 15 หอคอยมีความสูง 40 เมตร โดยอยู่ในลิสต์รายชื่อสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส
  • Porte Cailhau ประตูเมืองสำคัญในเขตเมืองเก่าที่สร้างขึ้้นในยุคศตวรรษที่ 15 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

เราไปเยือนเมืองนี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงฤดูร้อน ทำให้ได้สัมผัสอากาศแจ่มใสแบบแดดร้อนเปรี้ยง แถมบรรยากาศในเมืองเลยคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนพากันออกมาเดินเล่นใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าบรรยากาศในเมืองมีกลิ่นอายสเปนหรืออิตาลีผสมอยู่เยอะมาก บรรยากาศค่อนข้างแตกต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆ ทางเหนือของฝรั่งเศส ถือเป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว

การเดินทางมา: รถไฟความเร็วสูงจากกรุง Paris ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะบินจากเมืองหลักต่างๆ ในยุโรปมาก็ได้เช่นกัน

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...