เก่าแก่คลาสสิก Bordeaux เมืองหลวงไวน์โลกแห่งฝรั่งเศส
ถ้าเป็นนักเดินทางผู้หลงใหลการดื่มไวน์ ชอบลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไวน์จากที่ต่างๆ แล้ว อีกจุดหมายห้ามพลาดเด็ดขาดก็คือ Bordeaux เมืองใหญ่อันดับ 6 ของฝรั่งเศส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
Bordeaux คือเมืองหลักของจังหวัด Gironde ตั้งอยู่ใกล้กับปากแม่น้ำ Garonne 1 ใน 5 แม่น้ำสายสำคัญของฝรั่งเศส เลยกลายเป็นเมืองท่าสำคัญที่ใช้เดินเรือออกไปยังมหาสมุทรแอตแลนติก
เมืองที่มีอายุเก่าแก่ย้อนไปตั้งแต่ก่อนคริสตกาลแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งปลูกองุ่นสำหรับผลิตไวน์คุณภาพชั้นยอดที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยตลอดเส้นทางก่อนเข้าสู่เมืองและบริเวณเมืองรอบๆ เช่น Saint-Émilion, Pauillac, Sauternes และ Saint-Estèphe คือพื้นที่ผลิตไวน์ที่โด่งดังสุดๆ
นอกจากชื่อเสียงเรื่องไวน์แล้ว บรรยากาศในเมืองยังได้ชื่อว่าว่าสวยงามคลาสสิกเพราะเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างยุคโบราณอันอลังการมากมาย โดยไฮไลต์ส่วนมากอยู่ในเขตเมืองชั้นใน อาทิ
- Place de la Bourse จัตุรัสสำคัญกลางเมืองใกล้กับแม่น้ำ Garonne ที่เรียงรายด้วยอาคารสถาปัตยกรรมกลิ่นอายเฟรนช์คลาสสิกซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 18 โดยบริเวณนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกร่วมกับเขตเมืองเก่าอื่นๆ ของเมืองด้วย
- Cathédrale-Primatiale Saint-André de Bordeaux หรือ Bordeaux Cathedral โบสถ์สำคัญประจำเมืองศิลปะแบบโกธิคซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในเมือง โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญ Santiago de Compostela ในฝรั่งเศสอีกด้วย
- Pont de Pierre หรือ Stone Bridge สะพานหินความยาว 487 เมตร ข้ามแม่น้ำ Garonne ซึ่งถือเป็นอีกสัญลักษณ์ของเมือง
- Grand Théâtre de Bordeaux โรงละครหลักประจำเมืองสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกที่เปิดใช้งานครั้งแรกตั้งแต่ปี 1780 ด้านในสามารถรองรับผู้ชมได้ประมาณ 1,100 คน
- Grosse Cloche หอนาฬิกาหลักในเขตเมืองเก่าที่สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 15 หอคอยมีความสูง 40 เมตร โดยอยู่ในลิสต์รายชื่อสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส
- Porte Cailhau ประตูเมืองสำคัญในเขตเมืองเก่าที่สร้างขึ้้นในยุคศตวรรษที่ 15 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส
เราไปเยือนเมืองนี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงฤดูร้อน ทำให้ได้สัมผัสอากาศแจ่มใสแบบแดดร้อนเปรี้ยง แถมบรรยากาศในเมืองเลยคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนพากันออกมาเดินเล่นใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่
ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าบรรยากาศในเมืองมีกลิ่นอายสเปนหรืออิตาลีผสมอยู่เยอะมาก บรรยากาศค่อนข้างแตกต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆ ทางเหนือของฝรั่งเศส ถือเป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
การเดินทางมา: รถไฟความเร็วสูงจากกรุง Paris ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะบินจากเมืองหลักต่างๆ ในยุโรปมาก็ได้เช่นกัน
*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต