โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เฉลยแล้ว! คลิปชุบน้ำปริศนาอะไร?? ในทุเรียน

TOJO NEWS

อัพเดต 19 พ.ค. 2565 เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2565 เวลา 10.44 น. • Admin_Tojo

อ.เจษฎา เผย คลิปพ่อค้านำทุเรียนชุบน้ำปริศนา แท้จริงคือ สารเอทีฟอน เร่งทุเรียนให้สุกมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า กรณีที่ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก ถึงคลิปวีดีโอ ซึ่งระบุว่า “ชุบน้ำทำไมใครรู้ช่วยบอกที” พร้อมเผยให้เห็นภาพทุเรียนที่ถูกชุบในน้ำบางอย่าง ซึ่งไม่ทราบว่าน้ำนั้นคือน้ำอะไร
ล่าสุด รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จากที่มีคลิปปรากฏให้เห็นว่า เกษตรกรเอาทุเรียนไปชุบในน้ำยา เบื้องต้นไม่สามารถจะฟันธงได้ชัดเจนว่าน้ำยาดังกล่าวจะมีส่วนผสมอะไรบ้าง แต่ที่นิยมทำกันก็คือ การทำใช้สารเคมีที่ใช้ในการเร่งทุเรียนให้สุกที่เรียกว่า “สารเอทีฟอน” (ethephon) ซึ่งดังกล่าวจะมีการปลดปล่อยก๊าซที่ทำให้ผลทุเรียนที่ตัดมาที่สุกไม่เต็มที่ ทำให้สุกมากขึ้นและสุกทั่วถึงกันทุกพู ซึ่งเป็นสูตรที่สามารถใช้ได้และไม่อันตรายต่อผู้บริโภคหากใช้ในบริมาณที่เหมาะสม เพราะจะทำให้สารตกค้างเกิดขึ้นได้น้อย แต่ถ้าใช้มากเกินไปจะเกิดปัญหาได้ โดยการส่งออกทุเรียนจะมีการตรวจเช็กว่า ปริมาณของสารเร่งดังกล่าวเกินมาตรฐานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การใช้สารดังกล่าวจะมีการใช้ 2 แบบ คือการป้ายที่ขั้วและการชุบที่ผล
ทั้งนี้ อ.เจษฎ์ เคยได้ให้ข้อมูลไว้ว่า น้ำยาเร่งสุกป้ายทุเรียน เสี่ยงสารพิษตกค้าง? “ไม่เป็นความจริง” โดยระบุว่า “สารเอทีฟอน” (ethephon) คือ สารเคมีอินทรีย์ สถานะบริสุทธิ์ สารพวกนี้เป็นสารที่ใช้ทางเคมีการเกษตรมานานแล้ว หากรอทุเรียนสุกคาต้นจะใช้เวลานานมาก ซึ่งจากการศึกษาของ ม.เกษตร จะพบว่า สารเคมีตัวนี้จะอยู่ตามเปลือกของทุเรียน และการป้ายที่ขั้วจะมีสารตกค้างน้อยกว่าการชุบ แต่ปริมาณถือว่าน้อยมาก จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...