โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความรันทดกับการดูบอลยุค 90

Soccersuck

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2565 เวลา 10.27 น. • Soccersuck

เมื่อวานนี้เชื่อว่าคอบอลน่าจะได้เห็นข่าว ทรูวิชั่นส์ ชนะประมูลได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก ไปอีก 3 ฤดูกาลหรือจนถึง 2024/25
แน่นอนครับการประกาศครั้งนี้สิ่งที่จะตามมาคือการวางแผนการตลาดในแง่ของผู้ประกอบการและการตัดสินใจเป็นสมาชิกของผู้ใช้บริการในระยะยาวนับจากนี้
โดยส่วนตัวผมมองว่า ทรูวิชั่นส์ มีความพร้อมที่สุดที่เราไม่ต้องเหนื่อยในการวิ่งเต้นหาช่องทางติดต่อเพื่อเริ่มนับ 1 ใหม่ไม่ว่าจะแพลตฟอร์ม, การตลาด, เทคโนโลยี, เครือข่าย ฯลฯ ซึ่งต่างจากคู่แข่งในอดีตรายหนึ่งที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยการปาดหน้าทรูด้วยการทุ่มถึง 9 พันล้านเมื่อ 10 ก่อน (รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆตกร่วม 10,000 ล้าน)
การยื่นประมูลครั้งนั้น ทรูวิชั่นส์ ถอยกรูดแบบไม่ต้องคิดเยอะเพราะรอบก่อนควักไม่ถึง 2 พันล้าน คำนวณแบบคณิตคิดในใจตัวเลข 9 พันล้านคือขาดทุนแน่นอน
แต่ด้วยความพร้อมทั้งหลังบ้านและหน้าบ้านทำให้เจ๊งไม่เป็นท่า แถมเคยมาลงโฆษณาใน SS แล้วชักดาบไม่จ่ายเงินด้วย!!
การถือลิขสิทธิ์ไว้แน่นๆอีก 3 ซีซั่นทำให้เหล่าติ่งบอลผู้ดีจะได้ดูกัน 380 เกมต่อซีซั่นหรือรวมเบ็ดเสร็จ 1,140 เกม
ครับผมเชื่อว่าคนที่อ่านมาจนถึงบรรทัดข้างต้นคงได้กลิ่นตุๆแบบมรึงรับเงินมาเขียนเชียร์ ทรูวิชั่นส์ สินะ
ไม่เกี่ยวเลยครับ คือทุกครั้งที่ได้เห็นตัวเลขจำนวนแมทช์มักทำให้ผมนึกถึงสมัยตัวเองวัยรุ่นที่เดือนนึงได้ดูซัก 4-5 เกมก็สวรรค์วิมานแล้วครับ
ที่เหลือหลักๆจะฟังรายผลจากวิทยุเป็นส่วนใหญ่ ก่อน 4 ทุ่ม (หรือตอนหน้าร้อน 3 ทุ่ม) ผมจะมานั่งประจำการเพื่อจดสกอร์ของแต่ละคู่ซึ่งช่วงนั้น “หงส์แดง” ยุค แกรม ซูเนสส์ เล่นนอกบ้านรับประกันเลยว่า “แพ้” มากกว่าชนะ
ช่อง 7 ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอล อังกฤษ แต่ความสำคัญและเป็นตัวทำเงินของช่อง ณ ตอนนั้นคือละครหลังข่าว
ละครกินเวลาบอลเกินมา 15 นาที คือละครจบปุ๊บตัดมาบอลนัวเนียเตะกันไปเรียบร้อย ถ้ามีการทำประตูในช่วงนั้น (และฝั่ง อังกฤษ ไม่)
ที่พูดมานี่หมายถึงช่วงเวลา +7 นะครับ ถ้า +6 เตะ 3 ทุ่มหมดสิทธิ์ ต้องคู่ใหญ่จริงๆอย่างชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ นู่นเลย
อาย.โย่ง แกอาสาเป็นคนไฟท์กับทางช่องเพื่อพยายามให้มีการถ่ายทอดสดเดือนนึงให้ได้ซัก 2-3 คู่ ก็เก่งแล้ว ตอนนั้นช่อง 7 ขึ้นชื่อมากกว่าถือลิขสิทธิ์กีฬาทั้งไทยและเทศไว้เยอะมากแต่ก็ “ดอง” เก่งมากเช่นกัน
อุปสรรคเรื่องเวลาที่กล่าวมาฟังๆแล้วก็เหนื่อยใจแล้วแต่ปัญหาส่วนตัวของผมลำบากไม่แพ้กัน
เนื่องจากความเจ้าระเบียบของพ่อผม ทำให้มีกฏต้องเข้านอนไม่เกิน 3 ทุ่ม ยกเว้นวันหยุดพออนุโลมให้
แน่นอนครับบอลกลางสัปดาห์ซึ่งเตะตี 2 ตี 3 จึงเลิกหวังไปได้เลย แล้วอีช่อง 7 ชอบถ่ายทอดสดช่วงเวลานี้มากซะด้วยดิ่ (ไม่ชนกับรายการสำคัญ)
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์ครั้งแรกของผมเกิดขึ้นในเกมตำนาน ลิเวอร์พูล 4-3 นิวคาสเซิ่ล เมื่อปี 1996
การมาเปิดไฟนั่งดูในห้องรับแขกคุณต้องจ๊ะเอ๋กับพ่อผมที่จะออกมาเข้าห้องน้ำคืนละ 2-3 เที่ยว
ผมจึงวัดใจด้วยการยกทีวีเก่า 14 นิ้วที่เสียแล้วในห้องนอนมาวางแทนที่ 20 นิ้วในห้องรับแขกที่สลับยกเข้าไปในห้องนอน
โดยหวังว่าความมืดจะหลอกตาทำให้พ่อผมเดินผ่านมันไปโดยมองว่ามันก็คือขอนไม้เอ้ยคือทีวีเครื่องเดิม
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแม้อถรรสการดูบอลของคุณจำเป็นต้อง “เก็บเสียง” ทั้งทีวีที่เปิดเบาสุดและการเฮประตูแต่ละลูกในเกมที่สุดดราม่าของคุณไม่สามารถทำได้เลยนอกจากยกมือขึ้นกระโดดโลดเต้นและทำเสียงแหบๆในลำคอ
ลองนึกภาพ สแตน “เดอะ แมน” คอลลีมอร์ ยิงประตูชัยนาที 90+2 โดยที่คุณไม่สามารถแหกปากอะไรออกมาได้เลยมันทรมานแค่ไหน
แม้กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยความเข้มงวดในการเข้านอนและดูบอลไม่มีลดน้อยตามวัยเลย
ตรงกันข้ามมีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆถึงขนาดถูกพ่อฟาดเข้าที่หน้าอกหลังผมขึ้นเสียงเถียงกลับก่อนเดินไปต่อยตู้ยามือเลือดอาบและออกจากบ้านนั่งรถเมล์ไปนอนกับญาติในคืนนั้นเลย
ผมพยายามหาทริคในการดูบอลกลางดึกอยู่ตลอดเวลา การไปนอนบ้านญาติที่ติด UBC ในสมัยนั้นเป็นอีกช่องทางโดยเลือกจะทิ้งบ้านไปนอนยาวเป็นเดือนๆยามปิดเทอม
ผมโชคดีที่ได้เห็นประตูแรกของ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กับ ลิเวอร์​พูล ในเกมชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 4-1 เมื่อปี 1999
ผมเสพเกมนั้นอย่างมีความสุขแต่ที่เหมือนเดิมคือส่งเสียงได้ไม่มากนักเพราะหนึ่งไม่ใช่บ้านเราและ 2 เจ้าของบ้าน (แฟนผี) ที่นอนดูด้วยกันทนดูไม่ไหวหลับอยู่ข้างๆ ฮา
มียุคนึงที่ทั้งช่อง 3 และ 7 แข่งกันถ่ายทอด (แห้ง) คือรีรันบอลที่เตะจบไปแล้วในช่วงเวลาเที่ยงคืน
ผมจำเป็นต้องเลือกที่จะไม่เปิดทีวีดูข่าวกีฬาใดๆเพื่อให้การดูรีรันเปรียบเสมือนเป็นการดู “สด”
แต่เพื่อนผู้หญิงบางครั้งก็ไม่เข้าใจฟีลลิ่งนี้และได้ทำลายโมเม้น (หรือพูดแรงๆหน่อยก็คือไร้มารยาท!!) กับการดูบอลกลางดึกคืนนึงของผมจนจำได้ถึงทุกวันนี้
ปี 1995 ในขณะที่ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ นำ ลิเวอร์พูล 1-0 จนถึงช่วงท้ายเกม มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงเวลาตี 1 เศษๆ
ผมลนลานรีบยกหูเพราะเกรงใจเจ้าของบ้านแต่เสียงปลายสายไม่อารัมภบทอะไรมาก
“ดีใจด้วยนะมึง รอดตายไปอีกเกม”
ผมถึงกับอึ้ง ใจนึงก็แบบเออทีมรักไม่แพ้แต่อีกใจก็คือกูควรได้เฮกับช่วงเวลานั้นด้วยตัวเองไหมกับเวลาอีกแค่ไม่กี่นาที
เกมนั้น ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตีเสมอในนาที 90 ช่วยให้ “หงส์แดง” ที่เหลือ 10 ตัวตั้งแต่นาที 52 แบ่งแต้มไปแบบฉิวเฉียด
การดูรีรันนอกจากระแวงคนรอบข้างที่พร้อมแกล้งคุณแล้วมันยังส่อพิรุธผ่านทางคนพากย์ได้อีกด้วยครับ
อย่างเช่นเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศเมื่อปี 1992 ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ปอร์ทสมัธ
คู่นี้สูสีจนกินกันไม่ลงและต้องต่อเวลาก่อนที่ ปอมปีย์ จะขึ้นนำจาก ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน ในนาที 111
อีกแค่ 9 นาที ปอร์ทมัธ ซึ่งตอนนั้นอยู่ดิวิชั่น 2 (เดิม) จะได้เข้าชิงแต่เหตุการณ์พลิกผันเมื่อ ลิเวอร์พูล เจอบอลอุดทั้ง 11 ตัวหาช่องเจาะไม่ได้และการลากเลี้ยงของ สตีฟ นิโคล ช่วยชีวิตเมื่อถูกทำฟาว์ลหน้าเขตโทษระยะ 20 หลา
ในระหว่างรอการตั้งกำแพงและจัดแจงหามุมปั่นฟรีคิกของ จอห์น บาร์นส์ อยู่ร่วมนาทีก็มีความไม่ชอบมาพากลของผู้บรรยายเกิดขึ้น
ผมจำชื่ออีกคนไม่ได้แต่ที่แน่ๆวันนั้นมีพี่ตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อยู่ด้วยและแน่นอนทีมงานรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นจากการดูสดไปก่อนหน้าเรา
ผมจึงได้ยินผู้บรรยายพูดซ้ำๆประมาณ “จับตาดูไว้นะครับ”, “ดูดีๆครับลูกนี้”, “ห้ามกระพริบตาเลยครับ” ผมรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าเสมอแน่ๆ
ครับ “ปีกนิลกาฬ” ปั่นไปชนเสาก่อนที่บอลจะตกมาอยู่ตรงหน้า รอนนี่ วีแลน ซ้ำหลาเดียวเข้าไป ทุกๆครวิ่งมาดีใจและกอดกับ บาร์นส์
ที่พีคกว่านั้นคือตอนที่บอลเข้าประตู เสียงของผู้บรรยายกลับไม่มีใครตื่นเต้นหรือใส่อารมณ์ให้คนดูทางบ้านอินเหมือนสมัยนี้แต่มีเสียงเรียบๆราวกับว่าคุณกำลังจดมิเตอร์น้ำ “อ่อ เข้าไปแล้วครับ”
การเสมอครั้งนั้นทำให้ “หงส์แดง” ลากไปแข่งใหม่ซึ่งก็ยังกินกันไม่ลงต้องต่อเวลาก่อนที่ลูกทีมของ แกรม ซูเนสส์ จะชนะจุดโทษและเป็นแชมป์ในบั้นปลายด้วยการชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0
เป็นการรำลึกถึงความหลังของคนยุคผมที่เจออุปสรรคมากมายกว่าจะได้ดูบอลซักนัด ผิดกับยุคนี้ที่อยู่ในจุดที่ต้อง “เลือก” ว่าจะดูคู่ไหนเพราะล้นทะลักนับพันเกม…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...