โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาริม เบนเซม่า Simply the best

Soccersuck

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2565 เวลา 22.37 น. • Soccersuck

ปกติเวลาพูดถึงเกมฟุตบอลซักคู่เรามักจะเอาทีมที่ดูบ่อยเป็นประจำเป็น “ตัวตั้ง” ก่อนจะแตกหน่อเป็นเล่นดี/ไม่ดี พลาดเอง/ใช้โอกาสเปลืองก่อนตามมาด้วยรายละเอียดของ “ตัวรอง” (ฝั่งตรงข้าม)
แต่สำหรับเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ นั้นแน่นอนแฟนบอล เรอัล มาดริด ในไทยย่อมน้อยกว่า เชลซี ดังนั้นเราจะเห็นกระแสความห่วยของเจ้าถิ่นมากกว่าประสิทธิภาพและ class ของ “ราชันชุดขาว”
การจบสกอร์ของนักเตะระดับโลกที่ไม่ต้องขอโอกาสอะไรมากมายอย่าง คาริม เบนเซเม่ กับ 2 ประตูใน 3 นาทีบวกกับสัญชาตญาณการล่าของ “ฉลาม” หลังพักครึ่งมาได้ 1 นาทีทำให้ มาดริด แทบจะตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกเกือบแน่นอนแล้ว
เรื่องเซฟประตู เมนดี้ ไม่เป็น 2 รองใครแต่การใช้เท้ายังห่างไกลความเจริญ ความขยันวิ่งเพรสของ เบนเซม่า จนฉกลูกนี้ทำให้แฟน “หงส์” มองเห็นภาพวันที่ คาริอุส “ขว้างบอลไม่พ้นขา” ในรอบชิง UCL 2018
แฮทริคของ “เบนซ์” มาเร็วเกินไปทำให้ “สิงห์บลู” ยังไม่ได้หาประโยชน์จากโมเมนตั้มประตูตีไข่แตก 2-1 ของ ไค ฮาแวร์ตซ์ เลยด้วยซ้ำ
โดยปกติแล้ว เชลซี มักเป็นทีมที่ปูพรมใช้โอกาสเป็นชุดๆกว่าจะได้ซักลูกและอาศัยแนวรับช่วยบาลานซ์ไม่ให้เสียเปรียบถูกยิงขึ้นนำในหลายๆเกม
แต่ช่วงหลังแนวรับ “ทำนบแตก” โดนทะลวงเป็นปาปีก้า เกมสุดสัปดาห์ถูก “น้องใหม่” เบรนท์ฟอร์ด ที่ฟอร์มขึ้นๆลงๆต้อนถึง สแตมฟอร​์ด บริดจ์ 4-1
เดลี่เมล์เผยสถิติในแง่ลบของ เชลซี ว่าการเสียลูก 2-0 ให้ เรอัล มาดริด นั้นเป็นการเสีย 6 ประตูในบ้านตัวเองติดต่อกันโดยที่ทวงคืนไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวนับเป็นหนแรกในยุคของ โรมัน อับราโมวิช
หนสุดท้ายที่ยอดทีมจากลอนดอนเสียรวม 6 ประตูในบ้านภายใน 2 เกม (โดยที่ทวงคืนไม่ได้) ต้องย้อนกลับไปสมัย เคน เบตส์ เป็นประธานสโมสร เป็นเกมที่ ไมเคิ่ล ฮิวจส์ ตีเสมอ ให้ วิมเบิลดัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 1997 จากนั้นวันที่ 4 มกราคม 1998 จะถูก แมนฯยูฯ บุกมาขยี้ถึงถิ่น 5-0 ในศึก เอฟเอ คัพ
จุดขายที่ลอกเลียนแบบยากสำหรับ “ราชัน” คือความเก๋าเจนสนามรบของบรรดาแข้งซีเนียร์อย่าง โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่ และ เบนเซม่า
คือทุกครั้งที่ต้องเจอกับฝั่งตรงข้ามที่เป็นพวกทีม “พลังหนุ่ม” หรือ “new gen” จะเกิดผ้าป่าคว่ำทุกครั้งไป
การเล่นที่ดูง่ายไม่หวือหวาของบรรดาตัวเก๋าช่วยให้เกมของ มาดริด เขี้ยวจัด การขึ้นบอลที่ดูนิ่งแม้รอบๆตัวถูกเพรสถูกเข้าถึงตัวอยู่ตลอด
Simply the best เรียบง่ายแต่เปี่ยมประสิทธิภาพจากการเล่นของนักเตะแค่ 2 คน (วินิซิอุส/เบนเซเม่) กับลูกชิ่ง 1-2 และไปจบที่ เบนซ์ ใช้เวลาเพียง 7 วินาทีนับจากเริ่มกดปุ่มสามเหลี่ยม
ส่วนลูก 2-0 ที่ห่างกัน 3 นาที “น่าทึ่ง” ตรงที่ ลูก้า โมดริช แกเปิดบอลโดยไม่ได้มองอะไรเลย ใช้เซนส์ล้วนๆ ผมพยายามดูภาพช้ายังยืนยันว่าแกไม่ได้ชำเลืองใดๆแต่น้ำหนักบอลกลับข้ามหัว ธิอาโก้ เข้าหัว เบนเซม่า เหมือนฝังชิพยังไงยังงั้น
เชลซี พยายามหาลูกฉาบฉวยแต่รู้ว่ายากมากเนื่องจากบอลระหว่างทางของทีมเยือนเสียนับครั้งได้และโดยมากจะไปเสียแดนบนซึ่งแน่นอนครับมีเวลาเหลือเฟือที่ผู้เล่นแดนกลางและแนวรับยืน cover ตามตำแหน่งไม่มีหลุดอยู่แล้ว
สิ่งที่ยังทำให้ เรอัล มาดริด ยังยืนระยะไม่มีแผ่วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือความเป็น world-class finisher ของ เบนเซม่า ที่ปกติทั่วไปนักเตะอายุ 34 ปีหมดสภาพถูกทีมรวยๆอย่างราชันขายทิ้งไปนานแล้ว
แต่ไม่ใช่กับ เบนซ์ ที่ลูกแฮทริคทำให้เจ้าตัวยิงฤดูกาลนี้ไปแล้ว 37 ประตูจากการลงสนาม 36 เกม!! และ 11 ลูกใน 8 เกมใน แชมเปี้ยนส์ลีก
และส่งให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ UCL ที่ทำแฮทริค 2 นัดติดในรอบน็อกเอาท์ (คนแรกอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้)
จบนัดนี้อดีตแข้ง โอลิมปิก ลียง สร้างสถิติเป็นนักเตะ “น้ำหอม” คนแรกที่ทำประตูในรายการ UCL (ยุคใหม่) ขึ้นตัวเลข 2 หลักโดย 11 ลูกที่ว่าทำลายสถิติเวทียุโรปถ้วยใหญ่ที่เคยถือครองมาอย่างยาวนานของ จุส ฟองแตง ที่เคยทำไว้กับ แรงส์ เมื่อฤดูกาล 1958-59
ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ที่ มาดริด จ่ายไป 30 ล้านปอนด์ (add on 35.2 ล้าน) เมื่อปี 2009 ซึ่งแพงมากเมื่อพิจารณาจากค่าเงินเฟ้อ 13 ปีก่อนแต่ถือว่าเลยจุดคุ้มทุนและได้โบนัสกับการใช้งานเกินอายุงานพ่วงมาด้วยอีกต่างหาก
ผมไม่อยากเอามาเปรียบเทียบกับเพราะมันมวยคนละรุ่นแต่ด้วยบริบทเราจะเห็นความแตกต่างจากโอกาสที่มีของ เบนซ์ และ โรเมลู ลูกากู ที่ขึ้นโขกแบบเขย่งสบายๆไร้ตัวประกบแค่ 6 หลาแต่ยังไม่สามารถบังคับให้เข้ากรอบได้ก็คงไม่ต้องคิดถึงเรื่องชนะใครไม่จำเป็นต้องเป็น มาดริด ด้วยซ้ำครับ
“สิงห์บลู” สร้างโอกาสรัวๆยิงในตอนที่สกอร์ห่าง 3-1 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จ่าฝูง ลา ลีกา เขาผ่อนเครื่องแล้วครับ ไม่ว่าจะลูกยิงไกลของ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (กูตัวรส์ บินปัด), เมสัน เมาท์ ปั่นเฉี่ยวสามเหลี่ยม, ลอฟตัส ชีค กดติดเซฟ
ทั้งหมดทั้งมวลแอคชั่นดังกล่าวเหมือน “รำแก้บน” เพราะ แท้จริงแล้ว“ราชันชุดขาว” outclass ส่งการบ้านคะแนน A+ ให้อาจารย์ก่อนหมดเวลาไปนานแล้ว
แม้ในแง่ของทฤษฏีการมีเกมให้เล่น 2 นัดหมายความว่า เชลซี ยังไม่ตกรอบแต่ในเชิงปฏิบัติ โธมัส ทูเคิ่ล จะหาปาฏิหาริย์จากสภาพฟอร์มลูกทีม ณ ตอนนี้อย่างไรในเวลาเพียงแค่ 7 วันข้างหน้านี้…
สถิติ สถิติ สถิติ

คาริม เบนเซม่า เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงแฮทริคใส่ เชลซี โดยหอกวัย 34 ปีทำ 3 ประตูหลังผ่านไปเพียงแค่ 46 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ “เบนซ์” เป็นนักเตะ ฝรั่งเศส คนแรกที่ทำได้ 10+ ใน UCL ฤดูกาลเดียวหลัง จุสต์ ฟองแตง ทำไว้เมื่อซีซั่น 1958-59 (10 ลูกเท่ากัน)

เบนเซม่า และ วินิซิอุส จูเนียร์ ช่วยกันผลิตสกอร์ (ผลัดกันจ่ายให้ทำประตู) รวมกัน 5 ลูกใน UCL ซีซั่นนี้ซึ่งเป็นคู่ดูโอที่มีสถิติดีที่สุดเหนือทุกๆคน

เชลซี แพ้ 2 เกมในบ้านติดต่อกันเป็นหนที่ 2 ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล และเสีย 3+ ติดต่อกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ หนแรกนับตั้งแต่ตุลาคม 2012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...