โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ชวนชม ไม้ประดับ ดอกดก ฟอร์มดี สวนป้านงค์ ปทุมธานี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2566 เวลา 09.39 น.

ในวงการไม้ดอกไม้ประดับคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักชวนชม พรรณไม้ที่มีความโดดเด่นในเรื่องสีสันของดอกที่สวยงาม รูปทรงต้นที่แปลก อีกทั้งยังเป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพแห้งแล้งมากๆ จนได้รับสมญาว่า กุหลาบทะเลทราย

ในประเทศไทย ได้มีการค้นพบต้นชวนชมในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) แต่ไม่ทราบว่านำเข้ามาประเทศไทยเมื่อไร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นับเป็นเรื่องที่ดีกับวงการไม้ดอกไม้ประดับของบ้านเรา เนื่องจากทุกวันนี้ชวนชมได้กลายมาเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่คนให้ความนิยมนำมาปลูกประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือนจนกลายเป็นไม้ดอกที่สร้างมูลค่าให้กับผู้เพาะปลูกมาอย่างยาวนาน

ปัจจุบันชวนชม มีปลูกกันในหลายพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศ เนื่องจากเป็นไม้ประดับที่ปลูกเลี้ยงง่าย อีกทั้งยังเป็นไม้ที่คนไทยเชื่อว่าเป็นสิริมงคล บ้านใดปลูกจะแสดงถึงความร่ำรวย จนได้รับกระแสตอบรับจากนักสะสมผู้มีประสบการณ์และความชำนาญนำมาเพาะขยายพันธุ์ในหลายรูปแบบ ทั้งวิธีการติดตา การปักชำ การเพาะเมล็ด และการผสมเกสรให้ได้ไม้ตัวใหม่ที่แตกต่างจากต้นพ่อและแม่

คุณอนงค์ พรหมหมวก เป็นคนที่ชอบและหลงรักในไม้ดอกไม้ประดับอย่างชวนชม เพาะขยายพันธุ์เก็บสะสมปลูกไว้ที่บ้านเลขที่ 45/6 หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มาตั้งแต่เป็นนักวิชาการสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร จนมีปริมาณมากในระดับหนึ่ง หลังจากลาออกจากราชการมาพักผ่อนพร้อมกับปลูกชวนชม เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่เลี้ยงไม่ยุ่งยาก ไม่เรื่องมาก 3 เดือน 5 เดือน ไม่รดน้ำก็ไม่มีปัญหา เหมาะสมกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลามาดูและให้น้ำ

“ปลูกและเก็บสะสมต้นชวนชมจากหลายๆ แหล่งมารวมกันและนำมาเพาะขยายพันธุ์ โดยช่วงแรกๆ มีพันธุ์ไหนอยู่ก็จะเอามาขยายพันธุ์ปริมาณเพิ่มขึ้นด้วยวิธีการปักชำและเพาะเมล็ด ใช้เวลาลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง บางครั้งก็ประสบผลสำเร็จ บางครั้งก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากก่อนหน้าเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา การเพาะขยายพันธุ์ชวนชมจะเป็นที่ปกปิด ไม่ค่อยเปิดเผยถึงกระบวนการและวิธีการผสมพันธุ์ โดยเฉพาะวิธีการเขี่ยเกสรซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมในวงการเพาะเลี้ยงชวนชม”

ศึกษาการผสมพันธุ์ทุกรูปแบบ จากหลากหลายแหล่ง ทั้งอินเตอร์เน็ต ผู้ชำนาญที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ และสามารถนำวิธีการต่างๆ ที่ได้เรียนมาประยุกต์ปรับเปลี่ยนเป็นของตนเอง จนประสบความสำเร็จ มีต้นชวนชมใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ อีกทั้งยังมีสายพันธุ์ S1-S2 ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เป็นต้นแม่พันธุ์ของสวน จนกลายเป็นที่รู้จัก คนสนใจติดต่อซื้อ-ขายจนกลายเป็นธุรกิจเกิดขึ้น

“S1-S2 เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเจ้าของสายพันธุ์ที่นำเข้ามาได้เลิกเพาะเลี้ยง ป้าเลยไปขอซื้อมาดูแลและนำมาขยายพันธุ์ไปพร้อมๆ กับศึกษา ทดลอง หาสายพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามาปลูก ไม่ว่าจะเป็นชวนชมเพชรบ้านนา มงกุฎทอง มงกุฎเพชร บางคล้า”

เพาะขยาย เพิ่มปริมาณ

การขยายพันธุ์ ไม่เพียงแต่วิธีเพาะเมล็ด ยังมีการติดตา ปักชำ ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะทำให้ผู้เพาะเลี้ยงได้สายพันธุ์เหมือนกับต้นแม่ทุกประการ นิยมเพาะขยายเพื่อเพิ่มปริมาณ แต่สำหรับป้านงค์จะขยายพันธุ์โดยการใช้ฝักที่ได้จากการเขี่ยเกสร

“นำมาเพาะในกระบะ โดยใช้ดินละเอียดผสมกับใบก้ามปูหมัก จนได้ต้นกล้าที่แตกใบเลี้ยงออกมาประมาณ 3-4 คู่ จากนั้นนำไปแยกปลูกลงในกระถางอย่างละ 1 ต้น พร้อมกับให้น้ำและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของต้น หากต้นใหญ่ขึ้นก็ให้ทำการเปลี่ยนกระถางใหม่ที่เหมาะสมกับขนาดของต้น

แนะนำว่ากระถางควรจะไม่ใหญ่มากไปกว่าต้นชวนชมที่จะนำลงไปปลูกเนื่องจากชวนชมเป็นไม้ทะเลทราย หากนำไปปลูกในกระถางที่ใหญ่เราจะต้องใช้ดินปริมาณมาก เวลารดน้ำลงไปก็จะทำให้มีปริมาณความชื้นสูง และอาจจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่า ทางที่ดีควรใช้กระถางเล็กๆ และหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ”

เพิ่มมูลค่า เปลี่ยนกระถางจัดรากใหม่

การเพิ่มมูลค่าให้กับต้นชวนชม ป้านงค์จะใช้วิธีการเปลี่ยนถ่ายกระถาง ซึ่งเป็นงานศิลปะชนิดหนึ่งที่ต้องใช้ความอดทน ใช้ความประณีต คนทำจะต้องใจเย็น เนื่องจากการเปลี่ยนกระถางจะต้องใช้เวลา ไม่สามารถกำหนดเวลาได้ ต้องสังเกตความสมบูรณ์ของต้นไม้และโครงสร้างของต้นไม้แต่ละต้น

“ต้นชวนชมที่จะสามารถนำมาเปลี่ยนกระถางได้จะมีอายุเฉลี่ย 1 ปี โดยจะถอนขึ้นมาและนำไปล้างดินที่ติดมากับรากออก จากนั้นนำไปแขวนและตัดแต่งราก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 เดือนให้ต้นได้กินอาหารที่เก็บไว้มาใช้เลี้ยงลำต้นจนหมด จากนั้นนำมาปลูกต้นจะโตเร็วมากกว่าปกติ”

การจัดราก เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ต้นชวนชมมีราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งป้านงค์จะเน้นจัดรากในลักษณะทรงสูง หรือเรียกว่าการโยงราก โดยจะใช้ไม้ลูกชิ้นเป็นตัวประคองยกรากให้รากลอยขึ้นมาจากพื้นดินเล็กน้อยเพื่อทำการจัดรากตามตำแหน่งที่ต้องการ เป็นวิธีการแต่งรูปทรงให้ได้ฟอร์มที่สมบูรณ์ ก่อนจะนำไปเลี้ยงจัดแต่งดัดแปลงตามความชอบของผู้เพาะเลี้ยง

การดูแลต้นชวนชม ป้านงค์บอกมีวิธีการดูแลแตกต่างกันตามฤดูกาล แต่ฤดูร้อนจะดูแลง่ายกว่าฤดูอื่นๆ เนื่องจากชวนชมเป็นไม้ที่ชอบแดดสามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่า ส่วนฤดูฝนจะเป็นช่วงฤดูที่ต้นชวนชมจะเกิดรากเน่ามากที่สุด ดังนั้น ป้านงค์จึงเลือกดินที่มีการระบายน้ำได้ดี

“ดินที่ใช้ปลูกจะมีส่วนผสมของเปลือกถั่วลิสงหมัก เปลือกมะพร้าวสับ ใบก้ามปูหมัก ในอัตราส่วน 1 : 1 : 1 ซึ่งเป็นส่วนผสมที่เหมาะสำหรับจะใช้ปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนภาคอื่นๆ จะมีส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ ซึ่งแต่ละภาคมีความแตกต่างกัน

นอกจากเรื่องของดินที่ใช้ปลูกแล้ว การให้ปุ๋ยก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะช่วงที่ต้นกำลังเจริญเติบโตและสร้างรูปทรง ป้าจะใส่ปุ๋ยละลายช้าสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 14-14-14 ซึ่งสามารถช่วยทำให้ต้นมีความสมบูรณ์ และเมื่อต้นมีความพร้อม การให้ปุ๋ยจะขึ้นอยู่กับผู้เพาะเลี้ยง หากต้องการกิ่งมาก ใบมาก ก็ให้ใส่ปุ๋ยละลายเร็วสูตร 25-7-7 ต้องการให้ต้นออกดอก ปุ๋ยละลายเร็วสูตร 8-24-24 สามารถช่วยได้ แต่หากต้องการให้ต้นติดฝักควรให้ปุ๋ย 13-13-21 เราไม่สามารถกำหนดได้” ป้านงค์ กล่าว

ส่วนการให้น้ำ ในช่วงที่ทำการเปลี่ยนดินใหม่จะให้ทุกวัน วันละ 1 ครั้ง (เช้า, เย็น) จนดินอิ่มตัวจะลดปริมาณการให้น้ำลงเหลือ 2-3 วันครั้ง สังเกตความชื้นของดิน

สำหรับการซื้อ-ขาย นั้นส่วนใหญ่แล้วจะใช้วิธีติดต่อสั่งซื้อทางโทรศัพท์ โดยป้านงค์จะทำการส่งสินค้าตัวอย่างให้กับผู้ซื้อดูก่อน เนื่องจากลูกค้าแต่ละรายชอบลักษณะรูปทรงต้นที่แตกต่างกัน บางคนชอบต้นใหญ่ บางคนชอบต้นเล็ก ถูกใจลักษณะต้นอย่างไร ป้านงค์ก็จะจัดส่งให้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

ป้านงค์ ให้ความจริงใจและชื้อสัตย์กับลูกค้าทุกคน ต้นไม้ที่ออกไปจากสวนจะมีความสมบูรณ์ ราคาเป็นกลาง ไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า จนทำให้ลูกค้าไว้วางใจ ติดต่อ ซื้อ-ขาย มาจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...