โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.-อย. ลุยจัดระเบียบร้านขายยาทั่วกรุง ลอบขายยาแก้ไอให้เยาวชนนำไปผสมยาเสพติด

JS100

อัพเดต 15 ส.ค. 2566 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2566 เวลา 04.33 น. • JS100:จส.100
ตร.-อย. ลุยจัดระเบียบร้านขายยาทั่วกรุง ลอบขายยาแก้ไอให้เยาวชนนำไปผสมยาเสพติด

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายร้านขายยา ที่ลักลอบขายยาแก้ไอให้เยาวชน และจับเภสัชกรเถื่อน 13 ราย ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมยึดของกลางกว่า 156 รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 1,400,000 บาท

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและได้รับการประสานงานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ให้ตรวจสอบร้านขายยาที่มีพฤติกรรมใช้พนักงานขายยาที่ไม่ใช่เภสัชกร ขายยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ ยาแคปซูลเขียวเหลืองให้กลุ่มวัยรุ่น เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมยาเสพติดชนิด 4x100

ซึ่งในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคม 2566 - 9 สิงหาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ อย. เข้าตรวจสอบร้านขายยาที่ทำผิดกฎหมายรายใหญ่ ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 14 จุด ได้แก่ 1.ร้านขายยาไทยฟาร์มาซี 5 สาขา, 2. ร้านคลินิกยา 4 สาขา, 3.ร้านพูนทรัพย์ฟาร์มาซี 2 สาขา, 4.ร้านขายยาพาดาเจริญเภสัช 2 สาขา และ 5. ร้านบ้านยาของขวัญ

ตรวจยึดยาปลอม 572 ชิ้น, ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 212 ชิ้น, ยาแก้ไอชนิดน้ำเชื่อม 24,722 ขวด, ยาเขียวเหลือง(ทรามาดอล) 4,150 แคปซูล และยาควบคุมพิเศษ จำนวน 21 กล่อง จับกุมผู้ต้องหาซึ่งไม่ใช่เภสัชกรและไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรม โดยผู้ต้องหา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 3 ราย,มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 ราย และปริญญาตรี จำนวน 8 ราย รวมทั้งสิ้น 13 ราย ดำเนินคดีข้อหา "ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมฯ โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต"โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับว่ารับจ้างเป็นพนักงานขายยาภายในร้านขายยา ซึ่งจะมีเภสัชกรเข้ามาดูแลร้านเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 12,000-18,000 บาท

จากการสืบสวนขยายผลพบว่า ร้านขายยาดังกล่าวมีรูปแบบการกระทำความผิดในลักษณะที่เจ้าของผู้ดำเนินกิจการรายเดียว ยื่นขออนุญาตเปิดร้านขายยาหลายแห่ง เพื่อจะได้รับโควต้าในการซื้อยาแก้แพ้ ยาแก้ไอในปริมาณมาก ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวมีเจ้าของประกอบด้วย น.ส.อุมาพร(สงวนนามสกุล) จำนวน 8 ร้าน, น.ส.วนิดา (สงวนนามสกุล) จำนวน 3 ร้าน, นายพัทธนนท์ (สงวนนามสกุล)จำนวน 2 ร้าน และ น.ส.นวรัตน์ จำนวน 1 ร้าน

โดยสถานที่ตั้งร้าน จะเลือกทำเลอยู่ในแหล่งชุมชนหรืออพาร์ทเม้นท์ ซึ่งมีกลุ่มวัยรุ่นพักอาศัยอยู่มาก ทำให้สะดวกต่อการซื้อ ซึ่งจริงๆแล้ว ร้านขายยาในชุมชน มีเจตนารมณ์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาโรคและยาได้ง่ายขึ้น แต่ปัจจุบัน บรรดาผู้ประกอบการที่คิดแสวงหากำไรอาศัยช่องว่างทางกฎหมายโดยการขายยาบางประเภทผิดจากวัตถุประสงค์ โดยมุ่งเน้นจำหน่ายเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เพื่อนำมาผสมกับน้ำกระท่อมดื่มเพื่อความมึนเมาและเสพติดเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537 มาตรา 28 ฐาน ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ฐานไม่จัดทำบัญชียาที่ซื้อและขายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โทษปรับ 2000-10,000 บาท,ขายยาอันตรายในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ โทษปรับ 1,000-5,000 บาท,ขายยาที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากตรวจพบว่าเป็นยาปลอม จะมีความผิด ฐานขายยาปลอม โทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000 บาท

ส่วนเภสัชกรประจำร้าน มีความผิดฐานไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาทำการ รวมถึงไม่ควบคุมการขายยา ควบคุมการส่งมอบยา อันตราย และควบคุมการทำบัญชีซื้อและขายยาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โทษปรับตั้งแต่ 1,000 - 5,000 บาท

พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว รอง ผบก.ปคบ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบในครั้งนี้ พบยาไม่มีทะเบียน ซึ่งทางตำรวจเฝ้าระวังและจะขยายผล ถึงต้นตอของยาไม่มีทะเบียน และยาปลอมที่ตรวจพบในร้านขายยาต่อไป พร้อมขอความร่วมมือร้านขายยาทั้งหลายให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และร้านที่ไม่ได้รับอนุญาตจะดำเนินการกวาดล้างทั้งหมด

ด้านเภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. มีมาตรการกำกับดูแลการจำหน่ายยากลุ่มเสี่ยงตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต นำเข้า การขายให้ร้านขายยา ตลอดจนการจ่ายยาให้ผู้ป่วย กรณีตรวจพบการซื้อขายยาในทางที่ผิด นอกจากจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังถูกพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 120 วัน หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตด้วย โดยตั้งแต่ปี 2561 -ปัจจุบัน มีร้านขายยาที่ถูกพักใช้ใบอนุญาตไปแล้วกว่า 78 ร้าน, โรงงานผลิตยาถูกพักใช้ใบอนุญาต 2 แห่ง และบริษัทขายส่งยาถูกเพิกถอนใบอนุญาต 1 แห่ง

สำหรับเภสัชกรที่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาทำการหรือไม่ควบคุมการจัดทำบัญชีซื้อและขายยาโดยเฉพาะยาอันตรายกลุ่มเสี่ยง อย. จะดำเนินคดีตามกฎหมายและส่งเรื่องให้สภาเภสัชกรรมพิจารณาจรรยาบรรณต่อไป หากผู้บริโภคพบร้านขายยาที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email 1556@fda.moph.go.th, Line: @FDAThai, Facebook FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

#ลอบขายยาแก้ไอ

#ร้านขายยา

#เภสัชกรเถื่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...