โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวที่ตายไปแล้ว

นิยาย Dek-D

อัพเดต 21 ก.ย 2566 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 15.42 น. • 乔晶晶 เฉียวจิงจิง
“ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย…ทำไมต้องเป็นเสี่ยวหรานกันด้วย! อึ้ก…” คำพูดของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มแทงหัวใจนางอย่างแรง นั้นสินะ…หากวันนั้นเป็นนางที่ตายคงจะดีกว่านี้หรือไม่

ข้อมูลเบื้องต้น

คำโปรย…

หวังซูเหยารู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าความรักที่นางมีให้กับเขานั้นมันไม่เคยมีค่าอะไรเลยเขาไม่เคยมองมาที่นางเลยด้วยซ้ำและนางก็รู้ตัวเองดีกว่าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวที่ตายจากไปแล้วอย่างหวังเสี่ยวหรานสตรีที่เป็นรักแรกของเขาท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนและยังคงจะเป็นตลอดไป แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้พาพี่สาวที่คิดว่าตายไปแล้วกลับเข้ามา เป็นเช่นนั้นคงถึงเวลาที่นางควรจากไปได้แล้ว

เนื้อหาบางตอนในนิยาย

หวังซูเหยาที่ถูกจับก็ตกใจแม้ว่าจะดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด ก่อนที่โจรชุดดำจะนึกสนุกจึงเอ่ยสตรีทั้งสองออกไป

“เมื่อครู่ข้าฟังเรื่องของพวกเจ้าทั้งสองก็นึกเรื่องสนุกๆ พวกเจ้าอยากรู้หรือไม่เล่าว่าไอ้แม่ทัพหานผู้นั้นมันจะเลือกใครระหว่างเจ้าทั้งสองคน!”

“…?!”

“…?!”

“เจ้าปล่อยพวกนางซะ!” หานสือเสวี่ยนที่รีบวิ่งตามรอยเท้าของสตรีทั้งสองคนมาก่อนจะพบว่าพวกนางทั้งสองกำลังถูกโจรอีกคนหนึ่งคนจับตัวเอาไว้แถมยังอยู่ใกล้ขอบหน้าผาอีก

“หึ ท่านแม่ทัพข้าจะมั่นใจได้อย่างไรหากข้าปล่อยพวกนางแล้วเจ้าจะไม่ฆ่าข้าน่ะ”

“….” ชายหนุ่มยืนนิ่งมิได้ตอบอันใดเพียงแต่มองไปที่หวังซูเหยาที่นางไม่มีท่าทีใดๆ เลยสักนิด

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เล่าข้าจะให้เจ้าได้เลือกสตรีเพียงคนเดียว เจ้าจะเลือกใคร?” แววตาเจ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้ม

“อย่ามาเอ่ยเช่นนี้ รีบปล่อยตัวพวกนางซะ!”

“เฮอะ! ฮ่าๆๆๆ” กระทั่งชายหนุ่มชุดดำหัวเราออกมาอย่างชอบใจ

“หากเจ้าไม่เลือกข้าก็จะฆ่าพวกนางทั้งสองคนทิ้งซะ!”

หวังเสี่ยวหรานที่กลัวตายอย่างสุดขีดได้บีบน้ำตาร้องไห้ออกมาและคิดว่าคนอย่างแม่ทัพหานไม่มีทางทิ้งให้นางตายแน่นอนอย่างไรเสียเขาก็ต้องเลือกนางมิใช่หวังซูเหยา!

“ท่านแม่ทัพ…อึ้ก” เสี่ยวหรานร้องไห้ออกมาด้วยความน่าสงสาร แม่ทัพหานที่เห็นเช่นนี้ก็ชะงักเขาจะทำเช่นไรดี

ทางด้านของหวังซูเหยา นางยืนนิ่งมิได้เอ่ยอันใดออกไปเพียงแค่มองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า เขามีท่าทีลังเลเช่นนี้ก็สามารถรู้ได้แล้วว่าเขาจะเลือกใคร

“อย่าลีลา! ข้ามิได้ใจดีอย่างที่เจ้าเห็นหรอกนะตกลงจะเลือกใคร!”

“ขะ..ข้าเลือกหวังเสี่ยวหราน!”

ตึง! ข่มอารมณ์ผิดหวังเสียใจไว้ ฝืนยิ้มออกมาจนสุดกำลัง นางรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องเลือกพี่สาวมิใช่นางแต่ก็อดที่จะเสียใจมิได้เมื่อได้ยินเช่นนี้เลย

“เอ้าใครคือหวังเสี่ยวหราน”

“ข้า ข้าเอง” หวังเสี่ยวหรานรีบวิ่งมาหาชายหนุ่มทันทีเมื่อได้รับอิสระ

นัยน์ตาคู่คมจ้องมองไปที่สตรีตรงหน้าในยามนี้นางยังคงมีท่าทีเช่นเดิมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา ที่เขาเลือกเสี่ยวหรานเป็นเพราะว่านางอ่อนแออย่างน้อยหวังซูเหยานางยังคงต่อสู้ได้บ้าง ประเดี๋ยวรอจังหวะเขาจะรีบเข้าไปจัดการไอ้โจรนี้เสียแล้วรีบเข้าไปช่วยนางออกมา แต่เมื่อเขาจะวิ่งเข้าไปก็ต้องหยุดลงเพราะว่าในยามนี้หวังซูเหยานางได้สกัดจุดที่คอของโจรชุดดำเอาไว้ ทำให้มันแน่นิ่งขยับตัวมิได้แถมยังแย่งมีดจากมือมาอีก

“ซูเหยาเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด” เขาเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีแปลกๆ

นางเพียงยิ้มแต่มิได้เอ่ยอันใดออกไป

“ซูเหยา…”

“ข้าแค่รู้สึกเสียใจที่ท่านมิได้เลือกข้า แต่ข้าเองก็เข้าใจดีเจ้าค่ะว่าในใจของท่านมันมิเคยมีข้าอยู่ข้างในนั้นเลย แต่ข้าเพียงแค่หวังว่าสักครั้ง…สักครั้งที่ในใจของท่านจะมีข้าอยู่ข้างในนั้นบ้างแต่ทว่าข้าคงจะหวังมากเกินไปหน่อย”

“พอได้แล้ว ซูเหยา!ไม่ว่าเจ้าต้องการอันใดข้าจะให้เจ้าได้ทุกอย่างได้โปรดทิ้งมีดนั้นลงซะข้าจะจัดการเจ้านั้นให้เองฉะนั้นได้โปรดเถิดเดินมาหาข้าได้หรือไม่? …”

แม้ว่าเขาจะพูดออกไปเขานั้น สตรีบอบบางตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีที่จะทิ้งมีดแถมยังลากโจรชุดดำไปยังขอบหน้าผาพร้อมกันอีก

“ท่านไม่มีทางให้ข้าได้ทุกอย่างหรอกเจ้าค่ะ! ห้าปีที่ผ่านมาข้าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น อึ้ก….ข้ารู้มาตลอดข้าเป็นเพียงตัวแทนคนที่ตายไปแล้ว!”

“แต่ทว่าวันนี้นางกลับยังมีชีวิตอยู่ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนแรกข้าดีใจแค่ไหนที่นางตาย ท่านกำลังคิดว่าข้านั้นแย่ใช่หรือไม่เจ้าคะที่อยากให้พี่สาวของตัวเองตาย แต่แล้วข้ากลับมาคิดได้อีกว่าแม้ว่านางจะตายไปหรือไม่ตายท่านก็ไม่มีวันหันมามองที่ข้าเลยสักนิด” น้ำตาแห่งความปวดใจไหลทะลักออกมาอย่างอดกลั้นไม่ไหว

บัดนี้ยิ่งนางขยับตัวเดินถอยหลังไปจนแทบจะสุดขอบหน้าผา เขาแทบจะเป็นบ้าเสียให้ได้

ตอนนี้เขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เพราะถ้าหากเขาชักช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว ซูเหยาก็คง…

“ซูเหยาได้โปรดเถิดเจ้าวางมีดลงแล้วเดินมาหาข้าได้หรือไม่ ได้โปรด…”

ท่านแม่ทัพแห่งภูมิภาคใต้ชายผู้สมบูรณ์แบบในทุกสิ่งซึ่งผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองสตรีตรงหน้าผู้เป็นฮูหยินของตนด้วยสายตาสั่นไหวสุดขีด ขาแกร่งทั้งสองข้าที่ยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ

จนเขาแทบจะทรุดตัวลงอยู่รอมร่อ เรียกได้ว่าหากผู้ใดมาเห็นเขาในท่าทีเช่นนี้คงยากที่จะเชื่อว่าเป็นแม่ทัพหานผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นแม้กระทั่งน้ำตาเพียงหยดเดียว

หวังซูเหยาที่ยืนอยู่บนขอบหน้าผาพร้อมโจรชุดดำจ้องมองบุรุษผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนางอย่างว่างเปล่า พร้อมความรู้สึกต่ำต้อยที่ฝังใจมานานเป็นสิ่งที่ไม่อาจขจัดออกไปได้ง่ายๆ รอยยิ้มเย้ยหยันถูกยกขึ้นประดับบนหน้า ราวกำว่ากำลังดูถูกโชคชะตาในความรักความโง่เขลาของตนเองก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า

“ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านแม่ทัพต้องลำบากตลอดห้าปีที่ผ่านมาข้าเองก็รับรู้ว่าท่านรู้สึกรังเกียจและอยากให้ข้าหายไปจากท่านสักแค่ไหน”

กวาดสายตามองรอบข้างอย่างสั่นสะท้าน พร้อมกับสะดุดสายตาที่มองมาอย่างสั่นไหวของผู้เป็นพี่สาว หวังซูเหยาเพียงยิ้มให้เบาๆ

นางจะคืนทุกอย่างของผู้เป็นพี่สาวรวมถึงเขาหานสือเสวี่ยนบุรุษที่นางยังคงรักและจะรักตลอดไป

ก่อนจะตัดสินใจเดินถอยหลังกระโดดลงหน้าผาพร้อมโจรชุดดำทันที

ตึง…!!

“หวังซูเหยา!”

“ไม่นะ…ไม่!!!” เขาทำได้แค่มองรอยยิ้มที่นางส่งมาให้ครั้งสุดท้าย

********

- แนวดราม่า โรแมนติก จีนโบราณย้อนยุค

- มีฉาก (Nc20+)

- มีเนื้อหาที่รุนแรงบางตอนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

เข้ามาอ่านก่อนนะคะทุกคน

✨ ไรท์แนะนำให้อ่านคำโปรยก่อนนะคะจะได้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ฝากกด ❣️

กดเพิ่มชั้น 📍

กดติดตามด้วยนะคะ ????

ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย

ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย

ท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนผู้ปกครองแห่งภูมิภาคใต้ชายผู้สมบูรณ์แบบในทุกสิ่ง

ชื่อของ ท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนก็เป็นที่รู้จักกันไปทั่วทุกสารทิศ ว่ากันว่าเขาเป็นบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถและพรสวรรค์มากมาย ทั้งด้านการรบและด้านวรยุทธ

ยามอยู่ในสมรภูมิรบเขาไม่เคยพ่ายแพ้ จนในที่สุดก็ได้ปราบเผ่าโจรเร่ร่อนในแถบชายแดนทางใต้ด้วยวัยเพียงยี่สิบปีเขาจึงได้รับความดีความชอบมากมาย

ด้วยเหตุนี้เองที่ทําให้คนในตระกูลสูงส่งทั้งหลาย อยากยกบุตรีให้เขาเป็นอย่างมาก หากได้เกี่ยวดองกับสกุลหานแล้วย่อมหมายความว่าอำนาจในมือล้นฟ้า จนแม้แต่ฝ่าบาทยังต้องเกรงใจ

จนทำให้หวังซูเหยาต้องแต่งงานเข้ามาเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพตามสัญญาที่เคยให้เอาไว้ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แม้ว่านางจะรักและชื่นชอบเขามานานมากเพียงใด ทว่าในใจของท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนนั้นมีแต่หวังเสี่ยวหรานผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาเพียงเท่านั้น

หวังซูเหยารู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าความรักที่นางมีให้กับเขานั้นมันไม่เคยมีค่าอะไรเลย เขาไม่เคยแม้จะมองมาที่นางเลยด้วยซ้ำและก็รู้ตัวเองดีว่าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวที่ตายจากไปแล้วอย่างหวังเสี่ยวหรานสตรีที่เป็นรักแรกของเขาท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนและยังคงจะเป็นตลอดไป…

ห้าปีต่อมา…

ยามห้าย 亥 = 21.00 – 22.59 น.

ณ จวนสกุลหาน

“ใครอยู่ข้างนอกเอาเหล้ามาให้ที คืนนี้ข้าจะร่ำสุรา” ตกดึกหานสือเสวี่ยนเริ่มตะโกนเรียกหาบ่าวไพร่ เขาต้องการย้อมใจให้ลืมนาง หวังให้น้ำเมาช่วยปัดเป่าความทุกข์ในใจ แม้เพียงครู่เดียวก็ยอม เพราะวันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีของหวังเสี่ยวหราน และรู้สึกผิดทุกครั้งที่ไปช่วยนางไม่ได้ในวันนั้น…

“ได้ขอรับ” เป็นพ่อบ้านเฉินที่ขานรับ ก่อนจะชี้มือชี้ไม้เอ่ยบอกบ่าวคนอื่นๆ ที่ยืนสะดุ้งอยู่ไม่ไกล พวกเขารีบทำตามคำสั่งโดยเร็ว ต่างคนต่างวิ่งกันจ้าละหวั่นจนไม่รู้ใครเป็นใครด้วยความหวาดกลัว จะมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพหานเป็นคนที่น่ากลัวขนาดพวกเขาที่ทำงานอยู่ในจวนนี้มานานยังรู้สึกหวาดกลัวเลย ยิ่งเป็นวันนี้ คงจะหนักกว่าเดิมแน่ๆ หากเลี่ยงได้ควรที่จะเลี่ยงเสียดีกว่า

เพียงไม่นานสุราชั้นดีก็ถูกยกเข้ามาวางไว้ตรงหน้าแม่ทัพหนุ่มไม่รอช้ารินใส่จอกกระเบื้องแล้วกระดกเข้าปากทันที พลางมองออกไปนอกหน้าต่างดวงตามีแววตาคล้ายแฝงอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก

คนตัวเล็กที่กำลังหลับนอนอยู่บนเตียงค่อยๆ ลุกขึ้นมาเพราะนอนไม่ค่อยจะหลับ เปิดประตูออกจากห้องมาก็พบว่าพวกบ่าวรับใช้มีท่าทีแปลกไปอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร

นางเดินไปที่เรือนของเขา ได้แต่ยืนมองเพียงเท่านั้นมิกล้าเดินเข้าไปรบกวน

จนกระทั้งหานสือเสวี่ยนรับรู้ถึงการมาของใครบางคนก่อนที่จะหันหลังกลับไปก็พบว่าหวังซูเหยามองดูเขาเพียงเงียบๆ ตรงปลายประตู

เห็นแบบนั้นก็หันหน้ากลับไปอย่างไม่สบอารมณ์

“มันดึกแล้วเจ้ากลับไปซะ” เสียงเย็นชาที่เอ่ยปากไล่แต่ไม่มีท่าทีว่าคนที่ถูกไล่จะไปเลยสักนิด มิหนำซ้ำนางเดินไปชงชามาให้เขาพร้อมเดินเข้าไปหาอย่างคุ้นเคย ก่อนจะวางลงข้างๆ

เคล้ง! เสียงจอกชาหล่นกระทบพื้นจนแตกกระจาย เจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ในชุดนอนสีขาวกำลังบันดาลโทสะ

“ข้าบอกเจ้าไปแล้วมิใช่หรือว่ากลับไปซะ! มาทำตัวน่ารำคาญอยู่ได้!”

“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงกลัวว่าท่านแม่ทัพจะเมาเกินไปเลยชงชามาให้ แต่มิคิดเลยว่าท่านจะไม่ชอบขนาดนี้ขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะ” ก้มลงเก็บกวาดเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย

ชายหนุ่มมองสตรีตรงหน้าอย่างหงุดหงิด

“ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย…ทำไมต้องเป็นเสี่ยวหรานกันด้วย! อึ้ก…”

มือเล็กที่กำลังเก็บเศษกระเบื้องที่แตกบนพื้นหยุดชะงักลง คำพูดของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มแทงหัวใจนางอย่างแรง นั้นสินะหากวันนั้นเป็นนางที่ตายคงจะดีกว่านี้หรือไม่ พี่สาวท่านมิน่าเข้ามาช่วยข้าในวันนั้นเลยจริงๆ หากรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นนี้เป็นตัวนางที่ตายแทนเสียยังดีกว่า

ร่างระหงก้าวเท้าออกจากห้องปล่อยให้เขาได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่ต้องการแม้ว่าตอนนี้จะเมาหนักมากแล้วก็ตาม

ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน

หวังซูเหยาเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนมาได้ห้าปีแล้ว ว่ากันตามจริงนางและเขาต่างแต่งงานกันด้วยสัญญาของตระกูลทั้งสองฝ่ายแม้ว่าทางฝ่ายชายจะมีฐานะมากกว่าแต่ทว่าครอบครัวของเราทั้งสองเป็นสหายรักกันจนกระทั่งท่านพ่อท่านแม่ของหวังซูเหยาได้ตายจากไป

หานเฉินและหานหนิงท่านพ่อท่านแม่ของหานสือเสวี่ยนจึงได้ทำตามสัญญาที่เคยเอ่ยปากขอหวังซูเหยาแต่งงานเข้าตระกูลหาน แม้ว่าจะมีบุตรสาวคนโตแต่ทว่าแม่ของหวังเสี่ยวหรานเป็นเพียงบ่าวรับใช้มิสามารถแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินได้ด้วยเหตุนี้ฐานะฮูหยินแห่งจวนตระกูลหานเลยตกเป็นของหวังซูเหยาแทน

หากไม่ใช่เพราะสัญญาท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนคงไม่แต่งงานกับนางอย่างแน่นอนเพราะมองอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีใจให้นางขึ้นมาเลยสักนิด แม้จะอยู่กินกันมานานถึงห้าปี สายตาที่เขามองมาที่นางก็ยังคงแข็งกระด้างเหมือนดั่งวันแรกที่นางเจอกับเขาไม่มีผิด เขาเย็นชาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

**********

จดหมาย

จดหมาย

''อื้อ…''

ทำไมรู้สึกเหมือนว่าหัวจะระเบิด

เสียงอะไรกัน…หนวกหูจริงๆ!!

หานสือเสวี่ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ พลางมองไปยังบริเวณรอบห้อง ก็พบว่าตนนั้นนอนอยู่บนเตียงสงสัยเป็นฝีมือของพ่อบ้านเฉิน

ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเดินลงมาหาก็พบกับสตรีที่มีใบหน้าสวยหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มอย่างเช่นทุกวัน

“ท่านแม่ทัพเจ้าคะข้าได้ทำอาหารที่ท่านชอบเอาไว้ให้…” ไม่ทันที่หวังซูเหยาจะเอ่ยจบก็ถูกหานสือเสวี่ยนเอ่ยตัดบททันที

“พ่อบ้านเฉินเตรียมม้าให้ข้าที”

“เอ่อขอรับ!” สายตาพ่อบ้านหันมามองฮูหยินด้วยความสงสาร แม้ว่าจะทำดีด้วยสักแค่ไหนแต่ท่านแม่ทัพไม่เคยจะสนใจฮูหยินท่านเลยสักครั้ง เพียงแต่ยังลืมรักแรกมิได้ พ่อบ้านอย่างเขาก็มิรู้ว่าจะช่วยปลอบใจอย่างไรดี

หวังซูเหยามองตาแผ่นหลังกว้างเดินออกไปด้วยใบหน้าที่ยากจะอธิบาย กดข่มอารมณ์ผิดหวังเสียใจไว้ฝืนยิ้มออกมาจนสุดกำลัง เพราะมิอยากแสดงท่าทีอ่อนแอให้พวกบ่าวไพร่ได้เห็นยิ่งเป็นถึงฮูหยินแห่งจวนหานแล้ว จะอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นมิได้แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บปวดสักแค่ไหนก็ตาม

ยามซื่อ 巳 = 09.00 – 10.59 น.

“ฮูหยินขอรับมีจดหมายจากฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ” พ่อบ้านเฉินส่งยื่นจดหมายมาก่อรที่มือเล็กจะรับมันเอาไว้พร้อมเปิดอ่านข้อความข้างในนั้นทันที

(เหยาเหยาเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่? ข้ามิได้เจอเจ้ามานานนักหากวันใดว่างๆ ก็แวะมาเยี่ยมคนแก่ทั้งสองอย่างพวกข้าบ้างล่ะ

หานหนิง)

หวังซูเหยาอ่านจดหมายพร้อมยิ้มออกมา แม้ว่าท่านพ่อท่านแม่ของนางจะจากไปได้ไม่นานแต่พวกท่านทั้งสองก็ดูแลนางดีมากมาโดยตลอดแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะทั้งสองท่านได้ย้ายไปอยู่เมืองลั่วหยางทางใต้ นานๆ ทีจะขึ้นมาหาไม่ก็เป็นนางที่เป็นฝ่ายไปหา

ก่อนจะเขียนจดหมายตอบกลับ แล้วบอกให้พ่อบ้านเฉินนำไปส่งทันที

ชีวิตข้าหากมีโอกาสก็อยากจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาบ้านหลังเล็กๆ มิต้องมีบ่าวรับใช้และเดินทางท่องเที่ยวแบบคนอื่นบ้างได้แค่คิดแต่ไปมิได้… เพราะชีวิตของข้านั้นถูกกำหนดมาแล้ว

แม่ทัพหานสือเสวี่ยนที่เพิ่งกลับมาจากสนามรบได้ไม่นาน เขาต้องมาดูแลเรื่องความปลอดภัยของบ้านเมืองแห่งนี้ตามคำรับสั่งจากองค์ฮ่องเต้ แม้ว่าจะไม่ต้องมาทำงานทุกวัน แต่เขาเลือกที่จะมาเองเพราะมิค่อยอยากจะเจอใบหน้าของสตรีที่จวนนัก

เวลาเห็นใบหน้าของนางเขามักจะหงุดหงิดอย่างประหลาดแล้วอีกอย่างก็อยากจะโทษนางที่ทำให้หวังเสี่ยวหรานต้องตายเพราะเป็นคนที่เข้าไปช่วยนางออกจากกองเพลิงในครั้งนั้น แม้ว่าเรื่องมันจะผ่านมาห้าปีแล้วก็ตาม

“ว่าอย่างไรท่านแม่ทัพหนุ่มผู้สูงส่ง ข้าได้ข่าวว่าเจ้ารีบมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่เลยงั้นรึ?” จูเจิ้งถิงพ่อค้าหนุ่มรูปงามและร่ำรวยที่สุดในเมือง เอ่ยถามสหายออกไปอย่างแปลกใจ

“ข้าก็แค่อยากมามิได้หรือ?” หานสือเสวี่ยนตอบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะยามนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับผู้ใดทั้งนั้น

“เจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่เล่า?”

“พนันอันใด” แม่ทัพหานสือเสวี่ยนเอ่ยถามออกไป

“พนันว่าหากเจ้าตกหลุมรักนาง เจ้าจะต้องเอ่ยขอโทษข้าแล้วกล่าวออกมาว่า ข้าผิดไปแล้วข้ายอมรับว่าข้ารักนาง” จูเจิ้งถิงกล่าวจบก็รู้สึกถึงสายตาอาฆาตจากคนตรงหน้าทันที

“ว่าอย่างไร^^”

“ได้! อย่างไรซะข้าก็ไม่มีวันรักคนเช่นนางถึงตายก็ไม่มีวัน”

“หึ เอาเถอะอย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกัน” จูเจิ้งถิงยิ้มออกมา อย่างไรเขาก็คิดว่าการพนันในครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายชนะ เพราะเจอคนประเภทนี้มาเยอะแล้วก่อนจะหามุมนอนพักสายตาเพราะรู้สึกเหนื่อยๆทำงานการค้าใครว่ามิหนัก ประเดี๋ยวก็ออกเดินทางไปต่างเมืองไหนจะต้องไปดูกิจการที่ร้านอีก ก็นะหากไม่ทำจะมีผู้ใดมาทำกันเล่า จูเจิ้งถิงบ่นพรึมพรำในใจก่อนจะผล็อยหลับไป

หานสือเสวี่ยนมองสหายที่หลับไปแล้วก็ได้แต่สายหน้าออกมา แล้วคิดว่าพนันในครั้งนี้เขาชนะแน่นอน ให้ตายยังไงก็ไม่มีวันตกหลุมรักนางเด็ดขาด ไม่มีวัน!

*********

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...