ข้าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวที่ตายไปแล้ว
ข้อมูลเบื้องต้น
คำโปรย…
หวังซูเหยารู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าความรักที่นางมีให้กับเขานั้นมันไม่เคยมีค่าอะไรเลยเขาไม่เคยมองมาที่นางเลยด้วยซ้ำและนางก็รู้ตัวเองดีกว่าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวที่ตายจากไปแล้วอย่างหวังเสี่ยวหรานสตรีที่เป็นรักแรกของเขาท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนและยังคงจะเป็นตลอดไป แต่แล้ววันหนึ่งเขาได้พาพี่สาวที่คิดว่าตายไปแล้วกลับเข้ามา เป็นเช่นนั้นคงถึงเวลาที่นางควรจากไปได้แล้ว
เนื้อหาบางตอนในนิยาย
หวังซูเหยาที่ถูกจับก็ตกใจแม้ว่าจะดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด ก่อนที่โจรชุดดำจะนึกสนุกจึงเอ่ยสตรีทั้งสองออกไป
“เมื่อครู่ข้าฟังเรื่องของพวกเจ้าทั้งสองก็นึกเรื่องสนุกๆ พวกเจ้าอยากรู้หรือไม่เล่าว่าไอ้แม่ทัพหานผู้นั้นมันจะเลือกใครระหว่างเจ้าทั้งสองคน!”
“…?!”
“…?!”
“เจ้าปล่อยพวกนางซะ!” หานสือเสวี่ยนที่รีบวิ่งตามรอยเท้าของสตรีทั้งสองคนมาก่อนจะพบว่าพวกนางทั้งสองกำลังถูกโจรอีกคนหนึ่งคนจับตัวเอาไว้แถมยังอยู่ใกล้ขอบหน้าผาอีก
“หึ ท่านแม่ทัพข้าจะมั่นใจได้อย่างไรหากข้าปล่อยพวกนางแล้วเจ้าจะไม่ฆ่าข้าน่ะ”
“….” ชายหนุ่มยืนนิ่งมิได้ตอบอันใดเพียงแต่มองไปที่หวังซูเหยาที่นางไม่มีท่าทีใดๆ เลยสักนิด
“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เล่าข้าจะให้เจ้าได้เลือกสตรีเพียงคนเดียว เจ้าจะเลือกใคร?” แววตาเจ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้ม
“อย่ามาเอ่ยเช่นนี้ รีบปล่อยตัวพวกนางซะ!”
“เฮอะ! ฮ่าๆๆๆ” กระทั่งชายหนุ่มชุดดำหัวเราออกมาอย่างชอบใจ
“หากเจ้าไม่เลือกข้าก็จะฆ่าพวกนางทั้งสองคนทิ้งซะ!”
หวังเสี่ยวหรานที่กลัวตายอย่างสุดขีดได้บีบน้ำตาร้องไห้ออกมาและคิดว่าคนอย่างแม่ทัพหานไม่มีทางทิ้งให้นางตายแน่นอนอย่างไรเสียเขาก็ต้องเลือกนางมิใช่หวังซูเหยา!
“ท่านแม่ทัพ…อึ้ก” เสี่ยวหรานร้องไห้ออกมาด้วยความน่าสงสาร แม่ทัพหานที่เห็นเช่นนี้ก็ชะงักเขาจะทำเช่นไรดี
ทางด้านของหวังซูเหยา นางยืนนิ่งมิได้เอ่ยอันใดออกไปเพียงแค่มองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า เขามีท่าทีลังเลเช่นนี้ก็สามารถรู้ได้แล้วว่าเขาจะเลือกใคร
“อย่าลีลา! ข้ามิได้ใจดีอย่างที่เจ้าเห็นหรอกนะตกลงจะเลือกใคร!”
“ขะ..ข้าเลือกหวังเสี่ยวหราน!”
ตึง! ข่มอารมณ์ผิดหวังเสียใจไว้ ฝืนยิ้มออกมาจนสุดกำลัง นางรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องเลือกพี่สาวมิใช่นางแต่ก็อดที่จะเสียใจมิได้เมื่อได้ยินเช่นนี้เลย
“เอ้าใครคือหวังเสี่ยวหราน”
“ข้า ข้าเอง” หวังเสี่ยวหรานรีบวิ่งมาหาชายหนุ่มทันทีเมื่อได้รับอิสระ
นัยน์ตาคู่คมจ้องมองไปที่สตรีตรงหน้าในยามนี้นางยังคงมีท่าทีเช่นเดิมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา ที่เขาเลือกเสี่ยวหรานเป็นเพราะว่านางอ่อนแออย่างน้อยหวังซูเหยานางยังคงต่อสู้ได้บ้าง ประเดี๋ยวรอจังหวะเขาจะรีบเข้าไปจัดการไอ้โจรนี้เสียแล้วรีบเข้าไปช่วยนางออกมา แต่เมื่อเขาจะวิ่งเข้าไปก็ต้องหยุดลงเพราะว่าในยามนี้หวังซูเหยานางได้สกัดจุดที่คอของโจรชุดดำเอาไว้ ทำให้มันแน่นิ่งขยับตัวมิได้แถมยังแย่งมีดจากมือมาอีก
“ซูเหยาเจ้ากำลังจะทำสิ่งใด” เขาเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีแปลกๆ
นางเพียงยิ้มแต่มิได้เอ่ยอันใดออกไป
“ซูเหยา…”
“ข้าแค่รู้สึกเสียใจที่ท่านมิได้เลือกข้า แต่ข้าเองก็เข้าใจดีเจ้าค่ะว่าในใจของท่านมันมิเคยมีข้าอยู่ข้างในนั้นเลย แต่ข้าเพียงแค่หวังว่าสักครั้ง…สักครั้งที่ในใจของท่านจะมีข้าอยู่ข้างในนั้นบ้างแต่ทว่าข้าคงจะหวังมากเกินไปหน่อย”
“พอได้แล้ว ซูเหยา!ไม่ว่าเจ้าต้องการอันใดข้าจะให้เจ้าได้ทุกอย่างได้โปรดทิ้งมีดนั้นลงซะข้าจะจัดการเจ้านั้นให้เองฉะนั้นได้โปรดเถิดเดินมาหาข้าได้หรือไม่? …”
แม้ว่าเขาจะพูดออกไปเขานั้น สตรีบอบบางตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีที่จะทิ้งมีดแถมยังลากโจรชุดดำไปยังขอบหน้าผาพร้อมกันอีก
“ท่านไม่มีทางให้ข้าได้ทุกอย่างหรอกเจ้าค่ะ! ห้าปีที่ผ่านมาข้าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวเท่านั้น อึ้ก….ข้ารู้มาตลอดข้าเป็นเพียงตัวแทนคนที่ตายไปแล้ว!”
“แต่ทว่าวันนี้นางกลับยังมีชีวิตอยู่ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนแรกข้าดีใจแค่ไหนที่นางตาย ท่านกำลังคิดว่าข้านั้นแย่ใช่หรือไม่เจ้าคะที่อยากให้พี่สาวของตัวเองตาย แต่แล้วข้ากลับมาคิดได้อีกว่าแม้ว่านางจะตายไปหรือไม่ตายท่านก็ไม่มีวันหันมามองที่ข้าเลยสักนิด” น้ำตาแห่งความปวดใจไหลทะลักออกมาอย่างอดกลั้นไม่ไหว
บัดนี้ยิ่งนางขยับตัวเดินถอยหลังไปจนแทบจะสุดขอบหน้าผา เขาแทบจะเป็นบ้าเสียให้ได้
ตอนนี้เขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เพราะถ้าหากเขาชักช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว ซูเหยาก็คง…
“ซูเหยาได้โปรดเถิดเจ้าวางมีดลงแล้วเดินมาหาข้าได้หรือไม่ ได้โปรด…”
ท่านแม่ทัพแห่งภูมิภาคใต้ชายผู้สมบูรณ์แบบในทุกสิ่งซึ่งผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองสตรีตรงหน้าผู้เป็นฮูหยินของตนด้วยสายตาสั่นไหวสุดขีด ขาแกร่งทั้งสองข้าที่ยืนหยัดต่อสู้กับศัตรูมานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ
จนเขาแทบจะทรุดตัวลงอยู่รอมร่อ เรียกได้ว่าหากผู้ใดมาเห็นเขาในท่าทีเช่นนี้คงยากที่จะเชื่อว่าเป็นแม่ทัพหานผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นแม้กระทั่งน้ำตาเพียงหยดเดียว
หวังซูเหยาที่ยืนอยู่บนขอบหน้าผาพร้อมโจรชุดดำจ้องมองบุรุษผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของนางอย่างว่างเปล่า พร้อมความรู้สึกต่ำต้อยที่ฝังใจมานานเป็นสิ่งที่ไม่อาจขจัดออกไปได้ง่ายๆ รอยยิ้มเย้ยหยันถูกยกขึ้นประดับบนหน้า ราวกำว่ากำลังดูถูกโชคชะตาในความรักความโง่เขลาของตนเองก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า
“ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านแม่ทัพต้องลำบากตลอดห้าปีที่ผ่านมาข้าเองก็รับรู้ว่าท่านรู้สึกรังเกียจและอยากให้ข้าหายไปจากท่านสักแค่ไหน”
กวาดสายตามองรอบข้างอย่างสั่นสะท้าน พร้อมกับสะดุดสายตาที่มองมาอย่างสั่นไหวของผู้เป็นพี่สาว หวังซูเหยาเพียงยิ้มให้เบาๆ
นางจะคืนทุกอย่างของผู้เป็นพี่สาวรวมถึงเขาหานสือเสวี่ยนบุรุษที่นางยังคงรักและจะรักตลอดไป
ก่อนจะตัดสินใจเดินถอยหลังกระโดดลงหน้าผาพร้อมโจรชุดดำทันที
ตึง…!!
“หวังซูเหยา!”
“ไม่นะ…ไม่!!!” เขาทำได้แค่มองรอยยิ้มที่นางส่งมาให้ครั้งสุดท้าย
********
- แนวดราม่า โรแมนติก จีนโบราณย้อนยุค
- มีฉาก (Nc20+)
- มีเนื้อหาที่รุนแรงบางตอนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้ามาอ่านก่อนนะคะทุกคน
✨ ไรท์แนะนำให้อ่านคำโปรยก่อนนะคะจะได้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้น ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
ฝากกด ❣️
กดเพิ่มชั้น 📍
กดติดตามด้วยนะคะ ????
ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย
ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย
ท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนผู้ปกครองแห่งภูมิภาคใต้ชายผู้สมบูรณ์แบบในทุกสิ่ง
ชื่อของ ท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนก็เป็นที่รู้จักกันไปทั่วทุกสารทิศ ว่ากันว่าเขาเป็นบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถและพรสวรรค์มากมาย ทั้งด้านการรบและด้านวรยุทธ
ยามอยู่ในสมรภูมิรบเขาไม่เคยพ่ายแพ้ จนในที่สุดก็ได้ปราบเผ่าโจรเร่ร่อนในแถบชายแดนทางใต้ด้วยวัยเพียงยี่สิบปีเขาจึงได้รับความดีความชอบมากมาย
ด้วยเหตุนี้เองที่ทําให้คนในตระกูลสูงส่งทั้งหลาย อยากยกบุตรีให้เขาเป็นอย่างมาก หากได้เกี่ยวดองกับสกุลหานแล้วย่อมหมายความว่าอำนาจในมือล้นฟ้า จนแม้แต่ฝ่าบาทยังต้องเกรงใจ
จนทำให้หวังซูเหยาต้องแต่งงานเข้ามาเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพตามสัญญาที่เคยให้เอาไว้ของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แม้ว่านางจะรักและชื่นชอบเขามานานมากเพียงใด ทว่าในใจของท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนนั้นมีแต่หวังเสี่ยวหรานผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาเพียงเท่านั้น
หวังซูเหยารู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าความรักที่นางมีให้กับเขานั้นมันไม่เคยมีค่าอะไรเลย เขาไม่เคยแม้จะมองมาที่นางเลยด้วยซ้ำและก็รู้ตัวเองดีว่าเป็นเพียงตัวแทนของพี่สาวที่ตายจากไปแล้วอย่างหวังเสี่ยวหรานสตรีที่เป็นรักแรกของเขาท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนและยังคงจะเป็นตลอดไป…
ห้าปีต่อมา…
ยามห้าย 亥 = 21.00 – 22.59 น.
ณ จวนสกุลหาน
“ใครอยู่ข้างนอกเอาเหล้ามาให้ที คืนนี้ข้าจะร่ำสุรา” ตกดึกหานสือเสวี่ยนเริ่มตะโกนเรียกหาบ่าวไพร่ เขาต้องการย้อมใจให้ลืมนาง หวังให้น้ำเมาช่วยปัดเป่าความทุกข์ในใจ แม้เพียงครู่เดียวก็ยอม เพราะวันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีของหวังเสี่ยวหราน และรู้สึกผิดทุกครั้งที่ไปช่วยนางไม่ได้ในวันนั้น…
“ได้ขอรับ” เป็นพ่อบ้านเฉินที่ขานรับ ก่อนจะชี้มือชี้ไม้เอ่ยบอกบ่าวคนอื่นๆ ที่ยืนสะดุ้งอยู่ไม่ไกล พวกเขารีบทำตามคำสั่งโดยเร็ว ต่างคนต่างวิ่งกันจ้าละหวั่นจนไม่รู้ใครเป็นใครด้วยความหวาดกลัว จะมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพหานเป็นคนที่น่ากลัวขนาดพวกเขาที่ทำงานอยู่ในจวนนี้มานานยังรู้สึกหวาดกลัวเลย ยิ่งเป็นวันนี้ คงจะหนักกว่าเดิมแน่ๆ หากเลี่ยงได้ควรที่จะเลี่ยงเสียดีกว่า
เพียงไม่นานสุราชั้นดีก็ถูกยกเข้ามาวางไว้ตรงหน้าแม่ทัพหนุ่มไม่รอช้ารินใส่จอกกระเบื้องแล้วกระดกเข้าปากทันที พลางมองออกไปนอกหน้าต่างดวงตามีแววตาคล้ายแฝงอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่อ่านยาก
คนตัวเล็กที่กำลังหลับนอนอยู่บนเตียงค่อยๆ ลุกขึ้นมาเพราะนอนไม่ค่อยจะหลับ เปิดประตูออกจากห้องมาก็พบว่าพวกบ่าวรับใช้มีท่าทีแปลกไปอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร
นางเดินไปที่เรือนของเขา ได้แต่ยืนมองเพียงเท่านั้นมิกล้าเดินเข้าไปรบกวน
จนกระทั้งหานสือเสวี่ยนรับรู้ถึงการมาของใครบางคนก่อนที่จะหันหลังกลับไปก็พบว่าหวังซูเหยามองดูเขาเพียงเงียบๆ ตรงปลายประตู
เห็นแบบนั้นก็หันหน้ากลับไปอย่างไม่สบอารมณ์
“มันดึกแล้วเจ้ากลับไปซะ” เสียงเย็นชาที่เอ่ยปากไล่แต่ไม่มีท่าทีว่าคนที่ถูกไล่จะไปเลยสักนิด มิหนำซ้ำนางเดินไปชงชามาให้เขาพร้อมเดินเข้าไปหาอย่างคุ้นเคย ก่อนจะวางลงข้างๆ
เคล้ง! เสียงจอกชาหล่นกระทบพื้นจนแตกกระจาย เจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ในชุดนอนสีขาวกำลังบันดาลโทสะ
“ข้าบอกเจ้าไปแล้วมิใช่หรือว่ากลับไปซะ! มาทำตัวน่ารำคาญอยู่ได้!”
“ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงกลัวว่าท่านแม่ทัพจะเมาเกินไปเลยชงชามาให้ แต่มิคิดเลยว่าท่านจะไม่ชอบขนาดนี้ขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะ” ก้มลงเก็บกวาดเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย
ชายหนุ่มมองสตรีตรงหน้าอย่างหงุดหงิด
“ทำไมถึงไม่เป็นเจ้าที่ตาย…ทำไมต้องเป็นเสี่ยวหรานกันด้วย! อึ้ก…”
มือเล็กที่กำลังเก็บเศษกระเบื้องที่แตกบนพื้นหยุดชะงักลง คำพูดของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเข็มเล่มหนึ่งที่ทิ่มแทงหัวใจนางอย่างแรง นั้นสินะหากวันนั้นเป็นนางที่ตายคงจะดีกว่านี้หรือไม่ พี่สาวท่านมิน่าเข้ามาช่วยข้าในวันนั้นเลยจริงๆ หากรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นนี้เป็นตัวนางที่ตายแทนเสียยังดีกว่า
ร่างระหงก้าวเท้าออกจากห้องปล่อยให้เขาได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่ต้องการแม้ว่าตอนนี้จะเมาหนักมากแล้วก็ตาม
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน
หวังซูเหยาเป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนมาได้ห้าปีแล้ว ว่ากันตามจริงนางและเขาต่างแต่งงานกันด้วยสัญญาของตระกูลทั้งสองฝ่ายแม้ว่าทางฝ่ายชายจะมีฐานะมากกว่าแต่ทว่าครอบครัวของเราทั้งสองเป็นสหายรักกันจนกระทั่งท่านพ่อท่านแม่ของหวังซูเหยาได้ตายจากไป
หานเฉินและหานหนิงท่านพ่อท่านแม่ของหานสือเสวี่ยนจึงได้ทำตามสัญญาที่เคยเอ่ยปากขอหวังซูเหยาแต่งงานเข้าตระกูลหาน แม้ว่าจะมีบุตรสาวคนโตแต่ทว่าแม่ของหวังเสี่ยวหรานเป็นเพียงบ่าวรับใช้มิสามารถแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินได้ด้วยเหตุนี้ฐานะฮูหยินแห่งจวนตระกูลหานเลยตกเป็นของหวังซูเหยาแทน
หากไม่ใช่เพราะสัญญาท่านแม่ทัพหานสือเสวี่ยนคงไม่แต่งงานกับนางอย่างแน่นอนเพราะมองอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีใจให้นางขึ้นมาเลยสักนิด แม้จะอยู่กินกันมานานถึงห้าปี สายตาที่เขามองมาที่นางก็ยังคงแข็งกระด้างเหมือนดั่งวันแรกที่นางเจอกับเขาไม่มีผิด เขาเย็นชาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
**********
จดหมาย
จดหมาย
''อื้อ…''
ทำไมรู้สึกเหมือนว่าหัวจะระเบิด
เสียงอะไรกัน…หนวกหูจริงๆ!!
หานสือเสวี่ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ พลางมองไปยังบริเวณรอบห้อง ก็พบว่าตนนั้นนอนอยู่บนเตียงสงสัยเป็นฝีมือของพ่อบ้านเฉิน
ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเดินลงมาหาก็พบกับสตรีที่มีใบหน้าสวยหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มอย่างเช่นทุกวัน
“ท่านแม่ทัพเจ้าคะข้าได้ทำอาหารที่ท่านชอบเอาไว้ให้…” ไม่ทันที่หวังซูเหยาจะเอ่ยจบก็ถูกหานสือเสวี่ยนเอ่ยตัดบททันที
“พ่อบ้านเฉินเตรียมม้าให้ข้าที”
“เอ่อขอรับ!” สายตาพ่อบ้านหันมามองฮูหยินด้วยความสงสาร แม้ว่าจะทำดีด้วยสักแค่ไหนแต่ท่านแม่ทัพไม่เคยจะสนใจฮูหยินท่านเลยสักครั้ง เพียงแต่ยังลืมรักแรกมิได้ พ่อบ้านอย่างเขาก็มิรู้ว่าจะช่วยปลอบใจอย่างไรดี
หวังซูเหยามองตาแผ่นหลังกว้างเดินออกไปด้วยใบหน้าที่ยากจะอธิบาย กดข่มอารมณ์ผิดหวังเสียใจไว้ฝืนยิ้มออกมาจนสุดกำลัง เพราะมิอยากแสดงท่าทีอ่อนแอให้พวกบ่าวไพร่ได้เห็นยิ่งเป็นถึงฮูหยินแห่งจวนหานแล้ว จะอ่อนแอให้ผู้ใดเห็นมิได้แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บปวดสักแค่ไหนก็ตาม
ยามซื่อ 巳 = 09.00 – 10.59 น.
“ฮูหยินขอรับมีจดหมายจากฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ” พ่อบ้านเฉินส่งยื่นจดหมายมาก่อรที่มือเล็กจะรับมันเอาไว้พร้อมเปิดอ่านข้อความข้างในนั้นทันที
(เหยาเหยาเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่? ข้ามิได้เจอเจ้ามานานนักหากวันใดว่างๆ ก็แวะมาเยี่ยมคนแก่ทั้งสองอย่างพวกข้าบ้างล่ะ
หานหนิง)
หวังซูเหยาอ่านจดหมายพร้อมยิ้มออกมา แม้ว่าท่านพ่อท่านแม่ของนางจะจากไปได้ไม่นานแต่พวกท่านทั้งสองก็ดูแลนางดีมากมาโดยตลอดแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะทั้งสองท่านได้ย้ายไปอยู่เมืองลั่วหยางทางใต้ นานๆ ทีจะขึ้นมาหาไม่ก็เป็นนางที่เป็นฝ่ายไปหา
ก่อนจะเขียนจดหมายตอบกลับ แล้วบอกให้พ่อบ้านเฉินนำไปส่งทันที
ชีวิตข้าหากมีโอกาสก็อยากจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาบ้านหลังเล็กๆ มิต้องมีบ่าวรับใช้และเดินทางท่องเที่ยวแบบคนอื่นบ้างได้แค่คิดแต่ไปมิได้… เพราะชีวิตของข้านั้นถูกกำหนดมาแล้ว
แม่ทัพหานสือเสวี่ยนที่เพิ่งกลับมาจากสนามรบได้ไม่นาน เขาต้องมาดูแลเรื่องความปลอดภัยของบ้านเมืองแห่งนี้ตามคำรับสั่งจากองค์ฮ่องเต้ แม้ว่าจะไม่ต้องมาทำงานทุกวัน แต่เขาเลือกที่จะมาเองเพราะมิค่อยอยากจะเจอใบหน้าของสตรีที่จวนนัก
เวลาเห็นใบหน้าของนางเขามักจะหงุดหงิดอย่างประหลาดแล้วอีกอย่างก็อยากจะโทษนางที่ทำให้หวังเสี่ยวหรานต้องตายเพราะเป็นคนที่เข้าไปช่วยนางออกจากกองเพลิงในครั้งนั้น แม้ว่าเรื่องมันจะผ่านมาห้าปีแล้วก็ตาม
“ว่าอย่างไรท่านแม่ทัพหนุ่มผู้สูงส่ง ข้าได้ข่าวว่าเจ้ารีบมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่เลยงั้นรึ?” จูเจิ้งถิงพ่อค้าหนุ่มรูปงามและร่ำรวยที่สุดในเมือง เอ่ยถามสหายออกไปอย่างแปลกใจ
“ข้าก็แค่อยากมามิได้หรือ?” หานสือเสวี่ยนตอบออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะยามนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับผู้ใดทั้งนั้น
“เจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่เล่า?”
“พนันอันใด” แม่ทัพหานสือเสวี่ยนเอ่ยถามออกไป
“พนันว่าหากเจ้าตกหลุมรักนาง เจ้าจะต้องเอ่ยขอโทษข้าแล้วกล่าวออกมาว่า ข้าผิดไปแล้วข้ายอมรับว่าข้ารักนาง” จูเจิ้งถิงกล่าวจบก็รู้สึกถึงสายตาอาฆาตจากคนตรงหน้าทันที
“ว่าอย่างไร^^”
“ได้! อย่างไรซะข้าก็ไม่มีวันรักคนเช่นนางถึงตายก็ไม่มีวัน”
“หึ เอาเถอะอย่ากลืนน้ำลายตัวเองก็แล้วกัน” จูเจิ้งถิงยิ้มออกมา อย่างไรเขาก็คิดว่าการพนันในครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายชนะ เพราะเจอคนประเภทนี้มาเยอะแล้วก่อนจะหามุมนอนพักสายตาเพราะรู้สึกเหนื่อยๆทำงานการค้าใครว่ามิหนัก ประเดี๋ยวก็ออกเดินทางไปต่างเมืองไหนจะต้องไปดูกิจการที่ร้านอีก ก็นะหากไม่ทำจะมีผู้ใดมาทำกันเล่า จูเจิ้งถิงบ่นพรึมพรำในใจก่อนจะผล็อยหลับไป
หานสือเสวี่ยนมองสหายที่หลับไปแล้วก็ได้แต่สายหน้าออกมา แล้วคิดว่าพนันในครั้งนี้เขาชนะแน่นอน ให้ตายยังไงก็ไม่มีวันตกหลุมรักนางเด็ดขาด ไม่มีวัน!
*********