โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สาวไต้หวันดื่มน้ำเย็น กินน้ำแข็งทุกวัน หาหมอช็อก เป็นโรคโลหิตจาง

Khaosod

อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 10.16 น.

อุทาหรณ์! สาวไต้หวันดื่มน้ำเย็น กินน้ำแข็งทุกวัน หาหมอช็อก เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ใครชอบเคี้ยวน้ำแข็งยกมือขึ้น สำนักข่าวอีทีทูเดย์รายงาน หากใครชอบกินน้ำแข็งเพื่อคลายร้อนอาจเป็นอันตรายไม่รู้ตัว หลัว เจียหลิน แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวชี้ให้เห็นใน รายการหนึ่งว่า การกัดวัตถุแข็งเป็นสัญญาณของการบรรเทาความเครียด แต่หากวัตถุแข็งคือ "ก้อนน้ำแข็ง" ให้ระวัง เพราะร่างกายมีความเสี่ยงขาดธาตุเหล็ก

โดยนพ. หลัว เจียหลินเล่าถึงกรณีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อเร็ว ๆ นี้ เด็กนักเรียนมัธยมต้นชอบกินน้ำแข็งพร้อมอาหารสามมื้อต่อวัน ซึ่งเมื่อแม่สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกดังกล่าวจึงตกใจมากเธอรีบพาลูกสาวไปพบแพทย์

แพทย์ตรวจเลือดพบว่า เด็กสาวเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ปริมาณธาตุเหล็กในเลือด "ต่ำเกินกว่าจะวัดได้" โดยระดับฮีโมโกลบินปกติควรอยู่ระหว่าง 12 ถึง 14 กรัมต่อเดซิลิตรเหลือเพียง 7 กรัมต่อเดซิลิตร

ส่วนปริมาณธาตุเหล็กปกติคือ 12 กรัม/เดซิลิตร สูงกว่า 40 มก./กก. ซึ่งไม่ถึง 3 กรัม ต่อจากนั้น แพทย์แนะนำให้รับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็กสองเท่าเป็นเวลา 3 เดือน หลังจากรักษา นิสัยของเด็กสาวก็เลิกทานน้ำแข็ง

นพ. หลัว เจียหลิน เตือนสาธารณชนว่า หากใคร "ชอบกินน้ำแข็ง" เช่นกัน แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่า มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กหรือไม่ เมื่อขาดธาตุเหล็ก เลือดในร่างกายจะบาง หัวใจเต้นเร็ว ในเวลานี้ร่างกายจะรู้สึกร้อนเล็กน้อยแบบไม่รู้ตัว ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเลือก กินน้ำแข็งเพื่อบรรเทาอาการร้อน

ทั้งนี้ นพ. หลัว เจียหลิน เรียกร้องให้ผู้ที่มีแนวโน้มที่จะขาดธาตุเหล็กหรือผู้ที่ทานอาหารเสริมธาตุเหล็กควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟและชาให้น้อยลงเพราะจะทำให้ธาตุเหล็กสูญเสียได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แนะนำให้บริโภควิตามินซีมากขึ้นเพื่อช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก รวมถึงไม่ควรเสริมธาตุเหล็กร่วมกับยาเม็ดแคลเซียม ยารักษาโรคกระเพาะ และนม

นพ.เจิ้ง เว่ยเจี่ย แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวประจำโรงพยาบาลหว่านฟาง อธิบายว่า โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นเรื่องปกติในกลุ่มโรคโลหิตจางทุกชนิด โดยมีอัตราการเกิดในผู้หญิงเป็น 2 เท่าของผู้ชาย สาเหตุหลักของโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คือ "การสูญเสียเลือด" และ "ได้รับหรือดูดซึมธาตุเหล็กไม่เพียงพอ"

โดยทั่วไปแล้ว ภาวะโลหิตจางเล็กน้อยมักไม่มีอาการ อย่างไรก็ตาม เมื่อฮีโมโกลบิน (ค่าปกติมากกว่า 12 สำหรับผู้หญิงและมากกว่า 13 สำหรับผู้ชาย) ยังคงลดลงเหลือเพียงเลขหลักเดียว อาจเกิดโรคหอบหืด เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ ใจสั่น และกระสับกระส่าย

แม้ว่าร่างกายจะปรับตัวเข้ากับโรคโลหิตจางในระยะยาวได้ อาการก็ค่อนข้างไม่รุนแรง แต่หากเพิกเฉยการรักษาหรือปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการทำงานของหัวใจ นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง

การรักษาโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กส่วนใหญ่ คือ การเสริมธาตุเหล็กซึ่งสามารถใช้ร่วมกับวิตามินซีเพื่อส่งเสริมการดูดซึม โดยแนะนำให้บริโภคผักสีเขียวเข้ม, เบอร์รี, ส้ม, เนื้อสัตว์ และอาหารอื่น ๆ ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อรับธาตุเหล็กจากอาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันและปรับปรุงภาวะโลหิตจาง

ขอบคุณที่มาจาก Ettoday

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...