โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สตรีที่ข้าอยากเคียงคู่

นิยาย Dek-D

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2566 เวลา 15.02 น. • ไฉเลี่ยงหรง
การแต่งกับท่านทำให้ข้าต้องสูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งพ่อแม่และพี่ชายที่ข้ารัก ต้องมาสูญสิ้นเพราะสามีที่ข้าเลือกเองกับมือ หากข้าได้รับโอกาสให้ย้อนคืน ข้า 'หลินเย่วเล่อ' จะไม่มีวันยอมให้สามีผู้แสนเลวร้าย…

ข้อมูลเบื้องต้น

การแต่งกับท่านทำให้ข้าต้องสูญสิ้นทุกอย่าง ทั้งพ่อแม่และพี่ชายที่ข้ารัก ต้องมาสูญสิ้นเพราะสามีที่ข้าเลือกเองกับมือ หากข้าได้รับโอกาสให้ย้อนคืน ข้า 'หลินเย่วเล่อ' จะไม่มีวันยอมให้สามีผู้แสนเลวร้ายคนนั้นมาทำร้ายครอบครัวของข้าได้อีก

แต่พอข้าได้หวนย้อนคืน ทำไมเรื่องราวมันถึงไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะสามีผู้แสนเลวร้าย กลับกลายเป็นบุรุษน่าไม่อายตามเกี้ยวข้าไม่ห่าง ยิ่งข้าพยายามหลบหลีก เขายิ่งวิ่งเข้าหา ยิ่งข้าต่อว่า เขาก็เอาแต่ยิ้มรับราวกับคนบ้า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…

****คำเตือน…อย่าเพิ่งตัดสินอะไรจากความเพียงข้างเดียว บางทีสิ่งที่เรารู้ อาจจะมีอีกด้านหนึ่งที่เราไม่เคยรู้ก็เป็นได้

ปล.วางขายในรูปแบบ E-BOOK แล้วนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzEyMDU0MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI0NDkwOSI7fQ

นิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกที่ไรท์ลองเขียนแนวนี้

หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ห้ามกระทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายเรื่องนี้

ห้ามสแกน ถ่ายภาพ อันนำไปสู่การเผยแพร่ หรือเผยแพร่ในรูปแบบเสียง

โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร

บทที่ 1 (1/3)

บทที่ 1

หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่ได้ยิน นิ้วมือเรียวยาวกำแน่นเข้าหากันตามแรงความรู้สึกจนทำให้เกิดรอยแดงบนฝ่ามือขาวเนียน

“ดูท่าว่าเราจะช้าไม่ได้แล้ว” เสียงสนทนาภายในห้องยังคงดังขึ้น โดยไม่ได้รับรู้ว่าด้านนอกกำลังมีใครอีกคนยืนฟังด้วยหัวใจที่ร้าวราน

“…” องครักษ์ทั้งสองคุกเข่ารอฟังคำสั่ง

“เตรียมหลักฐานให้พร้อม อีกหนึ่งเค่อเราจะไปจัดการหอกข้างแคร่ ล้มล้างตระกูลพวกมันให้ราบเป็นหน้ากลอง”

“แล้วฮูหยิน…” ห่าวซวนผู้เป็นดั่งมือซ้ายของเขาเอ่ยถามด้วยท่าทางจริงจังไร้ท่าทางขี้เล่นเหมือนดั่งเคย

“เมื่อเราเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จค่อยมาจัดการก็ยังไม่สาย ออกไปได้”

“ได้ขอรับ” ทั้งสองรับคำก่อนจะถอยห่างและออกจากห้องไป

“ต่อจากนี้ข้าจะได้ครองคู่กับคนที่ข้ารักอย่างสงบสุขเสียที” คำพูดที่เขาเปรยกับตัวเอง ยิ่งตอกย้ำให้ความรู้สึกของคนที่ลอบฟังอยู่ด้านนอกแตกสลาย

แม้สองขาของข้าจะสั่นเทิ้มเพียงใด แต่ข้าก็ต้องรีบส่งคนไปแจ้งท่านพ่อกับพี่ใหญ่ให้รีบพาคนในตระกูลหนีไปจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุด

พวกเขาคือผู้บริสุทธิ์ จะมาตายตกเพราะข้าเป็นต้นเหตุไม่ได้

แต่ทว่านางยังเดินไม่ทันพ้นสวนที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง ที่ครั้งหนึ่งสามีที่แสดงออกว่ารักนางหนักหนาเป็นคนสั่งจัดสวนให้ นางก็ได้พบกับฮูหยินรอง เมียอีกคนของสามี

‘เล่อเล่อ พี่จำเป็นต้องรับเลี่ยงหรูเข้ามาเป็นฮูหยินรอง เจ้าเข้าใจพี่นะ’ คำกล่าวของเขาในวันนั้นดังก้องอยู่ในหัว ภาพในวันนั้นปรากฏในหัวนางซ้ำๆ

‘จำเป็นหรือเจ้าคะ’ นางอยากรู้จริงๆ ความจำเป็นที่ว่าต้องแต่งสหายสนิทของนางเข้ามาเป็นเมียอีกคนมันคืออะไร

‘ตอนนี้พี่ยังบอกเจ้าไม่ได้ แต่อีกไม่นาน หากทุกอย่างจบลง เจ้าจะยังเป็นฮูหยินที่พี่รักเพียงหนึ่งเดียวและพี่จะไม่มีวันรับหญิงใดเพิ่มอีก’ ในตอนนั้นแม้นางจะไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องยอมรับแต่โดยดี

หวนคิดมาถึงตรงนี้ นางก็ได้แต่ยิ้มสมเพชให้กับความโง่งมของตัวเอง ในตอนนี้นางกระจ่างแจ้งในใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้รับสหายสนิทของนางเข้ามาเป็นเมียรอง แท้จริงแล้ว ทั้งสองมีใจให้กัน สิ่งที่เขาบอกกล่าวกับนางว่าการเข้าหอ การร่วมหลับนอนที่เรือนของเฉิงเลี่ยงหรู รวมทั้งการเอาอกเอาใจ มันคือสิ่งที่สามีตั้งใจกระทำ หาได้เป็นการแสร้งเหมือนที่บอกกล่าวนางไม่

“หลบไป” หลินเยว่เล่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา แท้จริงแล้วความรักและหวังดีของสหาย ไม่เคยมีจริง

“คงจะไม่ได้ เพราะข้าได้รับมอบหมายจากท่านพี่ ให้มาจัดการธุระให้” คำพูดของคนที่เคยเป็นสหายสนิททำให้นางยิ่งกำมือแน่น

“เจ้ากำลังกล่าวอันใด”

“อย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย ในเมื่อเจ้าก็ได้ยินทุกอย่างที่ท่านพี่กล่าวในห้องนั้นหมดแล้ว เยว่เล่อ สหายรักของข้า จับนางเอาไว้”

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร” นางพยายามหลบหลีก แต่ก็ไม่อาจสู้แรงคนถึงสามคนได้

“อย่าผูกกรรมกับข้าเลยนะ เยว่เล่อ ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านพี่ ถ้าเจ้าจะโกรธ จะแค้น ก็จงไปโกรธแค้นท่านพี่”

“เลี่ยงหรู ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด เห็นแก่ความเป็นสหายของเราได้โปรดปล่อยข้าไปเถิดนะ”

“คงจะไม่ได้ หากข้าปล่อยเจ้าไป ท่านพี่คงจะโกรธข้า ที่ปล่อยลูกของศัตรูไป”

คำพูดของผู้ที่กลายเป็นอดีตสหายทำให้นางเจ็บปวดยิ่งขึ้น มันเป็นการตอกย้ำว่านางคือคนที่ชักพาตระกูลให้พังพินาศ

“แต่เห็นแก่เจ้าที่เป็นสหายเพียงหนึ่งเดียวของข้า ข้าได้เปลี่ยนยาพิษที่ท่านพี่มอบให้ เพื่อให้เจ้าทรมานน้อยที่สุด” มือเรียวของอดีตสหายจับที่ใบหน้าข้าเอาไว้ ก่อนจะออกแรงบีบและจิกเล็บลงบนผิวของข้า

“เอายามา” สิ้นเสียงถ้วยที่มีน้ำสีดำอยู่เต็ม ถูกส่งให้กับผู้เป็นนาย

“ค่อยๆ กลืนมันลงไปนะสหายรัก ลูกของเจ้าและเจ้าจะได้ไม่ทรมาน จะว่าไปเจ้านี่ก็โง่งมไม่น้อยที่มองท่านพี่ไม่ออก ว่าแท้จริงแล้วเขารักข้า ไม่อย่างนั้นเขาจะมาเข้าหอกับข้า ลุ่มหลงข้าจนข้าตั้งท้องได้อย่างไร”

“…” น้ำตาของข้าไหลรินยามได้ฟังในสิ่งที่อดีตสหายพร่ำบอกความจริงที่ข้าไม่เคยสงสัย

“เจ้าไม่รู้ว่าข้าตั้งท้องลูกของท่านพี่ ก็ไม่แปลก เพราะท่านพี่ตั้งใจปกป้องข้าจากเจ้าที่ตั้งใจปล่อยตนให้ท้องทั้งที่เขาไม่ต้องการ ไม่เช่นนั้นเขาจะสั่งข้าให้มาจัดการเจ้าทั้งๆ ที่เจ้ากำลังอุ้มท้องลูกของเขาได้อย่างไร”

++++++++++++

ไรท์เขียนไปอัพไปนะเจ้าคะ

จะพยายามมาให้ได้ทุกวันนะเจ้าคะ

บทที่ 1 (2/3)

“เจ้าไม่รู้ว่าข้าตั้งท้องลูกของท่านพี่ ก็ไม่แปลก เพราะท่านพี่ตั้งใจปกป้องข้าจากเจ้าที่ตั้งใจปล่อยตนให้ท้องทั้งที่เขาไม่ต้องการ ไม่เช่นนั้นเขาจะสั่งข้าให้มาจัดการเจ้าทั้งๆ ที่เจ้ากำลังอุ้มท้องลูกของเขาได้อย่างไร”

“…”

“ทีนี้กระจ่างแจ้งแก่ใจหรือยัง ว่าท่านพี่รักข้า ไม่ใช่เจ้า เขารักข้า รักมาตั้งแต่แรก แต่เพราะเจ้าที่เป็นลูกของสหาย เขาจึงต้องเข้าหาเจ้า จะว่าไปความเป็นสหายของบิดาเขาและบิดาเจ้าแท้จริงมันก็เป็นแค่ฉากหน้าเท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้นท่านพี่จะวางแผนจัดการตระกูลเจ้าทำไม”

“…”

“ยาหมดแล้ว ปล่อยนาง”

ทันทีที่ยาลงไปในท้องข้าจนหมดถ้วยนางก็สั่งให้บ่าวรับใช้ปล่อยข้า ความร้อนผ่าวเริ่มก่อตัวในท้องของข้า และมันร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนข้าเริ่มจะทนไม่ไหว

“พวกเจ้ามันต่ำช้า”

“อยากด่าอะไรก็ด่ามาให้พอ เพราะอีกไม่นานลมหายใจสุดท้ายของเจ้าก็จะมาถึง นี่คือความปรานีสุดท้ายที่ข้ามอบให้เจ้า เดิมทีท่านพี่กะจะให้เจ้าทรมานอยู่สักสามสี่วันก่อนสิ้นใจ แต่เราเคยเป็นสหายกัน ข้าใจร้ายกับเจ้าไม่ลงจริงๆ”

“พวกเจ้าต้องไม่ได้ตายดี”

“…” เฉิงเลี่ยงหรูมองคนตรงหน้าอย่างเฉยชา

ดวงตาของข้าเริ่มพร่ามัวก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของข้าจะหมดลง ข้าได้แต่นึกขอโทษท่านพ่อท่านแม่ พี่ชายและคนในตระกูล หากข้าย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้คงดีไม่น้อย ข้าจะถอยห่างชายหญิงโฉดชั่วคู่นั้น เพื่อถนอมครอบครัวและตระกูลของข้าเอาไว้

เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับเสียงกรีดร้องของสตรีปลุกให้สาวใช้คนสนิทที่นอนเฝ้าอยู่ข้างเตียงตื่นขึ้น

“คุณหนู ท่านตกใจเสียงฟ้าร้องหรือเจ้าคะ”

“อืม” นางตอบกลับสาวใช้ท่ามกลางความมืดก่อนจะยกมือลูบใบหน้าราวกับกำลังตั้งสติ

ก่อนจะได้รับโอกาสหวนคืนกลับมา ข้าก็ได้รับรู้แล้วว่าชีวิตหนึ่งชีวิตของข้าเป็นเพียงตัวละครในนิยายเรื่องหนึ่งของโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ ที่นั่นไม่มีรถม้า แต่สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยกล่องสี่เหลี่ยมที่เคลื่อนที่ได้ด้วยล้อคล้ายรถม้า ไหนจะมีนกยักษ์ที่สามารถให้คนเข้าไปนั่งได้ บ้านช่องของคนที่นั่นใหญ่โตและสูงเสียดฟ้า

ในนิยายเรื่องนั้น ข้าเป็นเพียงตัวร้ายที่เข้ามาขัดขวางบุพเพความรักของตัวพระเอก นางเอก ซึ่งหลังจากที่ข้าตายไป ทั้งคู่ก็ครองรักและมีลูกด้วยกันถึงห้าคน เรียกได้ว่าช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้ง น่าสรรเสริญ แต่คนเหล่านั้นกลับไม่คิดถึงจิตใจข้า ข้าเป็นเพียงผู้ถูกกระทำ โดนดึงเข้ามาเป็นตัวร้ายทั้งๆ ที่ข้าไม่ได้ต้องการมัน ครอบครัวข้าไม่ได้ผิดอะไร แต่เพื่อกำจัดฮูหยินเอกอย่างข้า เขาถึงกับยัดข้อหาให้ท่านพ่อและพี่ชายข้า เพื่อไม่ให้บิดาของเขาได้เอ่ยปากตำหนิการกระทำ หาใช่ว่าครอบครัวข้าเป็นศัตรูของเขาอย่างที่เฉิงเลี่ยงหรูกล่าว

เมื่อได้รับโอกาสอีกครั้ง ข้าจึงให้คำสัตย์กับตนเองว่า จะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชายหญิงคู่นั้นที่ถูกกำหนดให้เป็นพระเอกนางเอกเด็ดขาด ข้าละทิ้งแล้ว ซึ่งความรักที่เคยมีให้เขา

นี่ก็เป็นเวลาเกือบอาทิตย์แล้วที่นางได้หวนคืนมา เรื่องราวเลวร้ายในวันนั้น ยังคงตามหลอกหลอนข้าในความฝันทุกค่ำคืน จนมารดาต้องให้คนหากำยานสงบใจมาจุดให้นาง แต่ก็ได้ผลแค่ช่วงสองสามวันแรก หลังจากนั้นช่วงยามโฉ่ว(01.00-02.59น.) ของทุกวันข้าก็ยังคงฝันถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ แต่เพราะไม่อยากให้คนที่รักข้าเป็นห่วง ข้าจึงได้แต่เก็บงำเรื่องนี้เอาไว้

“ให้บ่าวจุดเทียนไหมเจ้าคะ”

“อืม” ให้นอนต่อคงนอนไม่หลับ

โชคดีที่สวรรค์ให้โอกาส นางได้หวนคืนย้อนมาหลังวันปักปิ่นเพียงสามวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นางยังไม่ได้เจอเขา สามีผู้ชั่วช้าคนนั้น

“เดี๋ยวบ่าวไปยกน้ำช้าร้อนๆ มาให้นะเจ้าคะ”

“ไม่ต้องหรอก เจ้าไปนอนต่อเถอะ เดี๋ยวข้าง่วงข้าจะดับไฟเอง”

“แต่ว่า…”

“ไปนอนเถอะอี้อัน”

“เจ้าคะ” เมื่อคุณหนูเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น บ่าวรับใช้คนสนิทจึงได้แต่ก้มหน้ารับคำแต่โดยดี ก่อนจะถอยห่างออกไป

ดวงตาหวานซึ้งกวาดสายตาไปทั่วห้องก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ ทุกคราที่นางตื่นมาแล้วพบว่าตนเองได้รับโอกาสให้ย้อนกลับมาจริงๆ นางรู้สึกขอบคุณสวรรค์ทุกครั้ง ที่ให้นางได้มีโอกาสทำดีไถ่โทษต่อทุกคนในตระกูล

‘ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ครั้งนี้เยว่เล่อคนนี้จะไม่โง่งมเช่นครั้งก่อนเด็ดขาด’ ในอดีตแม้ท่านพ่อจะเป็นสหายสนิทกับท่านลุงถังหยวน แต่ทว่าพอนางเอ่ยปากว่าอยากแต่งงานกับถังฮุ่ยเฟิน ท่านพ่อและพี่ใหญ่กลับไม่เห็นด้วย แม้ตอนนั้นนางจะคิดว่าทั้งสองแค่หวงบุตรสาว น้องสาวตามปกติ แต่ทว่าหลังจากผ่านความตายมาครั้งหนึ่ง นางจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วทั้งคู่อาจจะมองออกตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ว่า ชายคนนั้นไม่ได้รักบุตรสาวหรือน้องสาวของตนด้วยใจจริง

บทที่ 1 (3/3)

สตรีรูปร่างบอบบางที่เพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นกำลังนั่งเอนหลังด้วยท่าทางสบายอยู่ในศาลาริมน้ำที่รายล้อมไปด้วยมวลหมู่ผกา ผีเสื้อหลากสีต่างโฉบบินไปมา ทำให้คนมองรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนสรวงสวรรค์

“มีอันใดหรืออี้อัน” เสียงหวานที่เอื้อนเอ่ยทำให้สาวใช้คนสนิทหลุดออกจากภวังค์ก่อนที่อีกฝ่ายจะวางจานขนมบนโต๊ะใกล้ตั่งของนาง

“คุณหนูเฉิงมาขอพบคุณหนูเจ้าค่ะ”

‘หึ มาแล้วหรือสหายรัก’ ถ้าเดาไม่ผิดวันนี้คงเป็นวันที่แผนการทั้งหมดของอดีตสหายรักและอดีตสามีเริ่มต้นขึ้นสินะ

“เชิญเข้ามา”

“เจ้าค่ะ” อี้อันรับคำก่อนจะเดินไปหาสาวใช้อีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลให้ไปเชิญสหายของคุณหนูเข้ามา

ผ่านไปไม่ถึงชั่วเวลาจิบชาหญิงสาวในอาภรณ์สีขาวก็เดินมาถึง

‘ทำไมข้าไม่เคยสังเกตนะ ว่าสตรีที่ใส่อาภรณ์สีขาวแท้จริงแล้วจิตใจไม่ได้ใสสะอาดเหมือนสีอาภรณ์ แต่น่าจะใช้สีขาวปกปิดสิ่งชั่วร้ายเอาไว้’

“เยว่เล่อ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินว่าพลัดตกน้ำตกท่าจนจับไข้” ราวกับม่านเปิดออกเผยให้เห็นการแสดงที่แสนจริงใจ

หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงจะเชื่อสนิทใจว่าสหายผู้นี้รักและหวังดีกับข้าจริงๆ แต่พอได้ผ่านพ้นความตายมา ดวงตาที่เคยมืดบอดก็สามารถมองเห็นความจริงที่ซุกซ่อนอยู่

“ไม่เป็นไรแล้ว ขอบใจเจ้ามากที่เป็นห่วงข้า”

“ข้าขอโทษที่ไม่ได้รีบมาเยี่ยมเจ้า ท่านแม่ของข้าก็ไม่ค่อยสบายเช่นเดียวกัน วันนี้อาการดีขึ้นบ้างแล้วถึงมาเยี่ยมเจ้าได้” ใบหน้าหวานที่โศกเศร้า ทำให้คนมองรู้สึกสงสาร แต่นั่นไม่ใช่ข้า

ท่าทางเหมือนพวกแม่ดอกบัวขาว หลอกลวงข้าไม่ได้อีกแล้ว

“ช่างเถอะ ว่าแต่เจ้ามาวันนี้มีธุระอันใดหรือ”

“จวนเจ้าได้รับเทียบเชิญงานเลี้ยงต้อนรับพี่ฮุ่ยเฟินหรือยัง”

“งานเลี้ยงต้อนรับ?”

“เจ้าลืมได้อย่างไร พี่ฮุ่ยเฟินของเจ้า เขากลับมาได้สองสามวันแล้ว”

“พี่ฮุ่ยเฟินไม่ได้เป็นของข้า เจ้าอย่าพูดเช่นนั้น”

“เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าไม่ได้ชอบพี่ฮุ่ยเฟินแล้วหรือ ทั้งที่เมื่อก่อนเจ้าเคยบอกข้าว่าชาตินี้ถ้าไม่ใช่พี่ฮุ่ยเฟิน เจ้าจะไม่แต่งกับใครอีก” เฉิงเลี่ยงหรูมองสหายรักด้วยท่าทางไม่เข้าใจ

“ตอนนั้นข้ายังเป็นเด็ก ข้าไม่เข้าใจเรื่องระหว่างชายหญิง แต่ตอนนี้ข้าพ้นวัยปักปิ่นมาแล้ว ข้ารู้ดีว่าระหว่างข้ากับเขาเป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ได้ชอบเขาเช่นนั้นอีกแล้ว” แน่นอนว่านางจะไม่มีวันกลับไปโง่งมอีก

“แต่ว่า…”

“พี่ฮุ่ยเฟินจากบ้านไปตั้งหลายปี กลับมาครานี้ได้ยินท่านพ่อว่าคงปักหลักอยู่เมืองหลวงไม่ไปที่ใดอีกแล้ว”

“เจ้าไม่ได้ชอบพี่ฮุ่ยเฟินแล้วจริงๆ หรือ”

“ใช่แล้ว จะว่าไปเลี่ยงหรูเจ้าชอบพี่ฮุ่ยเฟินใช่หรือไม่”

“จะ เจ้าพูดอะไร ข้าไม่…”

“อย่าโกหกข้าเลย หลายปีที่ผ่านมาเจ้าเอาแต่ชวนข้าพูดถึงเรื่องพี่ฮุ่ยเฟิน ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ครานี้เขากลับมาแล้ว ข้าจะช่วยสนับสนุนเจ้าเอง” หวังว่าบุญกุศลในการผูกด้ายแดงให้พระเอกนางเอกคู่นี้สมหวัง จะส่งผลให้ข้าได้เจอชายที่จริงใจและรักข้าเพียงผู้เดียวบ้าง

“สนับสนุนข้า อย่างไร…”

“ก็ช่วยผูกด้ายแดงให้เจ้าไง ถ้าข้าได้เจอเขา ข้าจะพูดเรื่องราวของเจ้าให้พี่ฮุ่ยเฟินและท่านป้าฟังบ่อยๆ”

“จริงหรือเยว่เล่อ” พอได้เห็นท่าทางดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ของอีกฝ่าย นางจึงยกน้ำชาขึ้นจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“จริงสิ พี่ฮุ่ยเฟินไม่มีสตรีในเรือนหลังสักคน แม้แต่บ่าวอุ่นเตียงก็ยังไม่มี หอนางโลมก็ไม่เคยเที่ยว ดีขนาดนี้ข้าจะไม่สนับสนุนสหายรักอย่างเจ้าได้อย่างไร”

“เยว่เล่อข้าขอบใจเจ้ามากนะ พรุ่งนี้เราออกไปซื้อเครื่องประดับด้วยกันนะ ข้าอยากให้เจ้าช่วยข้าเลือก”

“อืม ได้สิ”

“วันนี้ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว ข้ากลับก่อนนะ” พอพูดจบตัวคนก็รีบเดินลิ่วจากไปทิ้งให้ข้ามองตามอย่างงงๆ

เหตุใดเฉิงเลี่ยงหรูดูดีใจที่จะได้ไปงานเลี้ยงขนาดนั้น เมื่อคราวนั้นไม่ได้เป็นเช่นนี้

ในตอนนั้นนางจำได้ดี ว่าอีกฝ่ายเก็บท่าทางได้ดีกว่านี้ เฉิงเลี่ยงหรูคนนั้นจะสงวนท่าทีและใช้วิธีหลอกถามเรื่องของถังฮุ่ยเฟินจากนางได้อย่างแนบเนียน

หรือว่ามันเป็นเพราะข้าเอ่ยปากจะช่วยผูกด้ายแดงให้ นางถึงได้ดีใจจนเก็บท่าทีไม่อยู่

“อี้อัน ไปแจ้งท่านลุงลี่จ้งเอาไว้ว่า หากพรุ่งนี้คุณหนูเฉิงเลี่ยงหรูมาขอพบข้า ให้แจ้งไปว่าข้าไม่สบายไม่สะดวกให้เข้าพบ”

“จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู”

“ก่อนวันงานเลี้ยงต้อนรับที่ตระกูลถังค่อยส่งอาภรณ์และเครื่องประดับไปให้เพื่อเป็นการขอโทษ”

“เจ้าค่ะคุณหนู” อี้อันรับคำก่อนจะแยกตัวไปทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าหวานเมื่อคิดถึงสิ่งดีๆ ที่ตนเองกำลังจะลงมือทำ แม้จะอยากแก้แค้น แต่ทว่านางก็ไม่อยากจะผูกกรรมเพิ่ม ไม่สู้ถอยห่างและส่งเสริมคนคู่นั้นให้รักกัน เรื่องราวทั้งหมดจะได้จบเพียงแค่ชาตินี้

ส่วนชาติหน้าก็อย่าได้เจอกันอีกเลย…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...