โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ระหว่างทรงมี “ความรัก”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2567 เวลา 00.26 น.
รัชกาลที่ 6 และ พระองค์เจ้าวัลภาเทวี

พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ระหว่างทรงมี “ความรัก”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงมีพระชนมายุ 30 พรรษา ทว่ากลับยังไม่ทรงมี “ความรัก” หรือคู่ครองเลย จนพระบรมราชชนนีของพระองค์ ยังตรัสว่าให้พระองค์ทรงเลือกคู่เสีย จนเมื่อทรงมีพระชนมายุ 40 พรรษา ก็มี “ข่าวดี” เกิดขึ้นในพระราชสำนัก

ความรักครั้งแรกในรัชกาลที่ 6

เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงมี “ความรักครั้งแรก” กับ หม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมล วรวรรณ (ภายหลังพระราชทานพระนามใหม่ “วัลลภาเทวี”) พระชันษา 28 ปี พระธิดาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ (พระยศขณะนั้น)

หม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมลได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2463 ในงานประกวดภาพเขียน ที่โรงละครพระราชวังพญาไท และพระองค์รับสั่งชวนหม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมลแสดงละครเรื่อง “โพงพาง” ละครเรื่องแรกที่ทรงใช้ผู้แสดงเป็นชายจริงหญิงแท้ ทรงให้หม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมลทรงแสดง “คุณหญิงสมุทรโยธิน” และพระองค์ทรงแสดงเป็น “พระยาสมุทรโยธิน” จากนั้นหม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมลก็ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นการส่วนพระองค์อีกหลายครั้ง

แล้วข่าวดีในพระราชสำนักก็ประกาศอย่างเป็นทางการ มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 ว่า

“…ด้วยข้าพเจ้ามีประสงค์ต่อไป ว่าจะให้ทำพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสด้วยกับหม่อมเจ้าหญิงวัลลภาเทวี ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ ข้าพเจ้าได้ทราบอยู่ในใจอันฤกซึ้งแล้ว ว่าการที่ข้าพเจ้าได้กระทำมั่นสัญญาอย่างนี้เป็นการสําคัญใหญ่ยิ่งนัก…”

ทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา หม่อมเจ้าหญิงวัลลภาเทวี เป็น “พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี”

ความรักนี้ของพระองค์เป็นแรงบันดาลใจให้เกี่ยวกับงานพระราชนิพนธ์หลายเรื่อง เช่น ทรงปรับปรุงพระราชนิพนธ์บทละครร้องเรื่อง “ศกุนตลา” สำนวนที่ 3 ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2462 เป็นสำนวนที่ 4 พระราชทานหม่อมเจ้าหญิงวัลลภาเทวี ดังพระราชหัตถเลขา (ดูภาพประกอบ 1), ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง “ตามใจท่าน” ซึ่งทรงค้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 ต่อ แต่ก็ยังไม่เสร็จ, ทรงพระราชนิพธ์ “ธรรมาธรรมะสงคราม” ที่ค้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2461 แล้วเสร็จลงในระยะนี้ ฯลฯ

ทว่า หลังจากพระราชพิธีหมั้นได้ 4 เดือน ก็มีประกาศพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2463 ยกเลิก ดังความตอนหนึ่งว่า

“…มีความเสียพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาทรงทราบตระหนักแน่ชัดขึ้นว่า การจะไม่เป็นไปได้โดย เรียบร้อยสมพระราชประสงค์อันดีที่กล่าวมาแล้ว เพราะเหตุที่พระราชอัธยาศัยและพระอัธยาศัยของพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี มิได้ต้องกัน…

และโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศยกเลิกข้อความตามประกาศพระราชพิธีมั่น ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พระพุทธศักราช 2463 นั้นเสีย และโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาคำนำพระนามแทนคำ ‘พระวรกัญญาปทาน’ นั้น เปลี่ยนเป็น ‘พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี’ ”

พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ช่วงความรักหลังจากนั้น

ความรักครั้งที่ 2 ของพระองค์ เกิดกับหม่อมเจ้าหญิงวรรณพิมล วรวรรณ (ภายหลังพระราชทานพระนามใหม่ว่า “หม่อมเจ้าหญิงลักษมีลาวัณ”) พระชันษา 21 ปี ซึ่งได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรัชกาลที่ 6 ณ โรงละครพระราชวังพญาไท พร้อมๆ พระเชษฐภคินี (หม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมล) และพระองค์ทรงชักชวน หม่อมเจ้าหญิงลักษมีลาวัณ แสดงละครพระราชนิพนธ์หลายเรื่อง เช่น เป็นเจ้าหญิงอันโดรเมดา นางเอกในเรื่อง “วิวาหพระสมุท” และเป็นเจ้าหญิงแอนเจลา ในเรื่อง “กุศโลบาย” ฯลฯ

รัชกาลที่ 6 พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์พร้อมด้วยลายพระราชหัตถ์ ว่า “ให้แม่ติ๋ว [พระนามเล่นของ หม่อมเจ้าหญิงลักษมีลาวัณ]พร้อมด้วยดวงจิต ขอฝากชีวิตและความสุขไว้ด้วย”

หม่อมเจ้าหญิงลักษมีลาวัณ ทรงพระนิพนธ์ทูลเกล้าฯ ถวายว่า

“อันพระองค์ทรงฝากพระชีพไว้ หม่อมฉันขอรับใส่ในดวงจิต

อีกทรงฝากความสุขทุกชนิด ขอถวายไม่คิดขัดจำนง

อะไรเป็นความสุขสราญวานรับสั่ง จะถวายได้ดังประสงค์

ขอแต่เพียงทรงเลี้ยงให้เที่ยงตรง อย่าผลักส่งเข้าขังวังหลวงเอย”

ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมเจ้าหญิงลักษมีลาวัณ เป็น “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ” (4 เมษายน พ.ศ. 2464) ต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2464 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศพระบรมราชโองการ ว่า

“ทรงพระราชดำริว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณรับราชการฉลองพระเดชพระคุณเป็นที่พอพระราชหฤทัย ดังมีความแจ้งในประกาศพระบรมราชโองการวันที่ 4 เมษายน พุทธศักราช 2464 นั้นแล้ว บัดนี้ได้ทรงพระราชวินิจฉัยแล้วว่า จะได้ทรงทำการราชาภิเศกสมรส ณ เบื้องน่า จึงเป็นการสมควรที่จะยกย่องพระเกียรติยศให้ยิ่งขึ้น จึงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา พระวรวงศ์เธอพระองค์นั้น มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าลักษมีลาวัณ…”

แม้ความรักในครั้งนี้จะจบลงในระยะเวลาสั้น แต่ก็ทำให้รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์ที่ทรงค้างอยู่ ได้แก่ “ตามใจท่าน” แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังทรงพระราชนิพนธ์ “สักรวาชายทะเล”, ทรงแปล “คดีลึกลับแห่งพระมหานคร”, ทรงพระราชนิพนธ์ละครพูดเรื่อง “กุศโลบาย” แล้วโปรดเกล้าฯ ให้พระนางเธอลักษมีลาวัณ ทรงแสดงเป็นนางเอก

ความรักครั้งที่ 3 ของพระองค์เกิดขึ้นกับ คุณประไพ สุจริตกุล ธิดาที่เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) ได้นำเข้าเฝ้าถวายตัวต่อพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2464 รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้คุณประไพแสดงโขนพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “นางลอย” ซึ่งทรงพอพระราชหฤทัย ภายหลังจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2464 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น พระอินทราณี พระสนมเอก

ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น “พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี” และ “สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี” ตามลำดับ

ผลงานพระราชนิพนธ์ที่ได้แรงผลักดันจากความรักในครั้งนี้ ได้แก่ พระราชนิพนธ์แปลบทละคร “โรเมโอและจูเลียต” ของ วิลเลียม เช็กสเปียร์ ทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแด่ พระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิขจี, พระราชนิพนธ์ บทละครคำฉันท์ “มัทนะพาธา” พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้า อินทรศักดิศจี พระบรมราชินี ฯลฯ

ความรักครั้งสุดท้ายของรัชกาลที่ 6 เกิดกับ คุณเครือแก้ว อภัยวงศ์ ธิดาพระยาอภัยภูเบศร (เลื่อม อภัยวงศ์) ซึ่งได้มีพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับคุณเครือแก้ว ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็ฯ “พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี”

เมื่อ เจ้าจอมสุวัทนาจะมีงานฉลองอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ (16 เมษายน พ.ศ. 2468) รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พิมพ์พระราชนิพนธ์ 2 เรื่อง คือ “พญาราชวังสัน” และ “สามัคคีเสวก” พระราชทานแด่เจ้าจอมสุวัทนา ส่วนพระราชนิพนธ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ได้แก่ สาวิตรี,ปรียทรรศิกา, เสภาเรื่อง “พญาราชวังสัน”, พระราชนิพนธ์แปล “มัทนะพาธา” ฯลฯ

เหล่านี้คือ พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ระหว่างทรงมี “ความรัก”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

บัว ศจิเสวี. “แม้ทรงมีความรักสักอีหน กวีนิพนธ์จักล้นแหล่งสยาม” ใน, วชิราวุธานุสรณ์สาร ปีที่ 3 ฉบับที่ 4, 11 พฤศจิกายน 2526

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ระหว่างทรงมี “ความรัก”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...