เปิดกรุตำนาน หนังพากย์เสียงอีสานที่ยังอยู่ในใจหลายคน
หนังพากย์อีสานนั้นเริ่มกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกในช่วง 4-5 ปีมานี้ เริ่มจากการที่มีภาพยนตร์เรื่อง Now You See Me ภาค 2 ที่ปล่อยตัวอย่างในแบบพากย์อีสานออกมา คนที่ได้ดูต่างตั้งคำถามว่าทำไมถึงได้มีการนำภาพยนตร์กระแสหลักแบบนี้ มาโปรโมทในลักษณะว่ามีการฉายแบบเสียงอีสาน หรือพากย์ลาวขึ้นมา
มีการวิเคราะห์กันว่า ธุรกิจภาพยนตร์ในเครือหลักของไทย ได้ขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว และเมื่อมองในแง่ของภูมิภาคอีสาน การมีหนังฝรั่งที่พากย์อีสานก็ถือเป็นการทดลองฉายหนังแบบนี้ในโรงครั้งแรก แม้ว่าเราอาจจะคุ้นเคยการพากย์เสียงอีสานมานานแล้ว จากหนังตลกที่เอาไปพากย์เพื่อให้ตลกยิ่งขึ้น อย่างหนัง มิสเตอร์บีน และหนังชาร์ลีแชปปลิน
ดังนั้นเราจึงขอแนะนำหนังพากย์อีสานที่น่าหามาดูกัน โดยมีทั้งหนังเก่าและหนังใหม่รวมถึงซีรีส์เกาหลีที่นิยมพากย์อีสานกันมาจากการมาถึงของสตรีมมิ่ง
หนังคลาสสิคยุคหนังเงียบของชาร์ลีแชปปลิน ได้แก่ หนังเรื่อง City Lights, The Kid, Modern Time และทุกเรื่องของชาร์ลีแชปปลิน ต่างมีฉบับลิขสิทธิ์ที่เคยขายในไทยในรูปแบบ VDO และ VCD ซึ่งบางตอนสามารถดูได้ทางยูทูบ
ซีรีส์ตลก มิสเตอร์บีน ซึ่งสามารถรับชมได้ผ่านทางยูทูบ
การ์ตูนทอมแอนด์เจอร์รี่ พากย์อีสาน รับชมผ่านทางยูทูบเช่นเดียวกัน
ในส่วนของรายอื่น ๆ จะเป็นภาพยนตร์ฝรั่งกระแสหลักที่ถูกนำมาพากย์เสียงอีสาน เช่น Now You See Me ภาค 2, Joker และซีรีส์เกาหลีมากมายที่อยู่ในแอพพลิเคชั่นสตรีมมิง VIU
แต่หากกล่าวถึงงานพากย์อีสานที่คลาสสิคที่สุด คงหนีไม่พ้นหนังของชาร์ลี ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยยุคการรับชมแบบม้วนวิดีโอ จนมาถึงวิดีโอซีดี (VCD) และมีการตั้งชื่อใหม่ในแบบของตัวเองว่า “บักหำน้อยชาร์ลี” เป็นเสมือนชื่อซีรีส์ที่รู้จักกันดีในกลุ่มนักดูหนังแผ่นพากย์อีสาน
ในยุคของการดูวีซีดี ซึ่งย้อนกลับไปราว 15-20 ปีก่อน หนังชาร์ลีพากย์อีสานอาจจะจัดอยู่ในหมวดหนังกองกระบะราคา 19-29 บาท ขณะที่หนังฮอลลีวูดกระแสหลักกับหนังใหม่ราคากลับอยู่อีกระดับหนึ่ง ซึ่งต่างชั้นกันลิบลับ หนังพากย์อีสานมักถูกนำไปรวมกับวีซีดีตลกเสียงอีสานหรือวีซีดีตลกคาเฟ่ในความเข้าใจของคนยุคนั้น
หากจะมองว่า นี่คือการด้อยค่าการเป็นหนังพากย์อีสานหรือ ก็คงไม่ใช่แบบนั้น เพียงแต่หนังพากย์อีสานของชาร์ลีเป็นหนังที่ทุกบ้านต่างคุ้นเคยและบางส่วนเคยดูมาแล้ว และเป็นหนังที่เข้าถึงง่าย คือดูเอาบันเทิง เอาสนุก ตลกไปกับการพากย์ที่นักพากย์ใส่มุกเข้ามา ซึ่งเป็นคำพูดแบบคนอีสานไทบ้านที่คนอีสานเหมือนกันเข้าใจ
หนังชาร์ลีแชปปลินในความเป็นมาลักษณะนี้ จึงต่างจากหนังชาร์ลีแชปปลินในฐานะการเป็นผลงานคลาสสิคหรือความเป็นออเตอร์ (ลักษณะของการที่ผู้สร้างงานมีเอกลักษณ์เฉพาะตน หรือ Auteur) คนที่เสพหนังชาร์ลีเพื่อความบันเทิงในแบบที่อิงกับมุกหรือคำที่จำเพาะเจาะจงที่คนท้องถิ่นเท่านั้นจะรู้สึกขำตามได้ จึงกลายเป็นการสร้างวัฒนธรรมย่อยอย่างหนึ่งขึ้นมา
แม้ว่าในส่วนใหญ่จะเป็นการพากย์ที่นอกเนื้อเรื่อง คือตัวละครในเรื่องหรือชาร์ลียังไม่ได้ขยับปากพูด แต่นักพากย์ก็ใช้ทักษะแบบหนังกลางแปลง ในการเพิ่มอรรถรส ทั้งการใส่สำเนียง การทำเสียงเอฟเฟกต์เอง (จากปาก) หรือการดัดเสียงเป็นทั้งเสียงเด็ก เสียงผู้หญิง เสียงตัวร้าย ซึ่งเป็นมรดกที่สืบทอดมาจากการดูหนังยุคกลางแปลง
นี่จึงไม่ใช่การกร่อนทำลายศิลปะภาพยนตร์แต่อย่างใด แต่เป็นการผลิตซ้ำขึ้นมาใหม่ในวัฒนธรรมเฉพาะของกลุ่มคนดูหนังและนักพากย์หนัง เหมือนการสร้างงานในลักษณะของ Postmodernism คือการใช้ต้นเค้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาต่อยอดเป็นชิ้นงานที่มีลักษณะจำเพาะของตนเอง โดยหลอมรวมทั้งรากเดิมและตีความหมายที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
หากลองพิจารณาภาพยนตร์ชาร์ลีแชปปลิน โดยสารเดิมที่หนังเป็นอยู่ ในรูปแบบดั้งเดิมที่ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เคยรังสรรค์มา คือการเป็นหนังเงียบ มีเพียงเสียงดนตรี และผู้ชมยุคนั้นรับรู้ความเป็นไปของเรื่องราวจาก ไตเติลการ์ด (คือการคั่นดำด้วยภาพที่เหมือนโปสการ์ดและเขียนบรรยายในแบบเดียวกับนวนิยาย) และหนังชาร์ลีก็ใช้ความเรียบง่ายของเรื่องเล่า นำผู้ชมไปสู่ประเด็นที่คมคาย เช่น
ความรักบริสุทธิ์ในสังคมจอมปลอม - City Lights
การต่อสู้ดิ้นรนของคนยากจน - Gold Rush, The Kid
หรือแม้กระทั่งของเทคโนโลยียุคสมัยใหม่ที่เข้ามาคุกคามวิถีชีวิตของมนุษย์ - Modern Time
แต่ในความเป็นหนังพากย์อีสาน เราสามารถเข้าถึงความครื้นเคร้งของการเป็นหนังพากย์แบบยุคหนังกลางแปลง และเพลินไปกับตัวคำรวมถึงสำเนียงที่มาจากคนอีสานยุคก่อน แม้แต่คำผรุสวาสที่ได้ยินในหนัง คนอีสานยุคใหม่ก็อาจจะไม่คุ้นหูนัก เช่น บักพากเจาะตับ หรือบักห่ากินหัว ซึ่งเป็นคำที่คนยุคสมัยปู่ย่าตาทวดเคยใช้สบถด่า หรือการตีกันที่หนังมักจะใส่คำว่า เมี้ยนมันแหม่ ซึ่งถ้าเป็นคนอีสานยุคนี้ คงไม่เข้าใจว่าเมี้ยน คืออะไร
จะเห็นได้ว่าการเป็นอีสานมักจะพ่วงมากับความครื้นเครง สนุกสนาน และไม่ถือสาเอาความอะไรกับชีวิต เช่นในฉากหนึ่งของ Modern Time ขณะที่ชาร์ลีเดินออกจากโรงพยาบาล โดยฉากหลังเป็นตัวประกอบแพทย์กำลังเดินมาคุยกับพยาบาล ก็ยังมีการใส่มุกนอกบทว่า "อั่นพยาบาล มื่อแลงว่างบ่ ไปกินข้าวนำกัน" เป็นต้น
ดังนั้นหนังชาร์ลีพากย์อีสาน จึงถือเป็นการประกอบสร้างขึ้นมาใหม่ ในวัฒนธรรมร่วมของคนในภูมิภาคนี้ และเป็นงานที่ไม่อาจนำไปเทียบเคียงกับหนังพากย์อีสานยุคหลังได้ เพราะหนังยุคหลังมักจะพากย์ตามบทดั้งเดิมที่เขียนไว้ตามบทพูดของนักแสดง คุณูปการสำคัญของหนังชาร์ลี จึงอยู่ที่นักพากย์ คุณนิคม สุนทรพิทักษ์ ซึ่งท่านได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของท่านยังคงอยู่ตลอดไป ยามเมื่อเราหยิบวีซีดีชาร์ลีแผ่นเก่ามาดู หรือกดเข้าไปดูคลิปบางตอนที่มีคนเอาไว้ในยูทูบ
ที่มา : บทความ "เผยโฉม ‘เฒ่าคม’ เจ้าของเสียงชาร์ลี แชปปลิน พากย์อีสาน นำทีมลงเสียง Now You See Me 2 ฉบับม่วนอีหลี" โดย majorcineplex.com
เรื่อง : พิรุณ อนุสุริยา