โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกม

รีวิวเกม Monster Hunter Stories 2 Wings of Ruin ล่าแย้แบบ RPG ฉบับอัปเกรด

BT Beartai

อัพเดต 12 ก.ค. 2564 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 07.14 น.
รีวิวเกม Monster Hunter Stories 2 Wings of Ruin ล่าแย้แบบ RPG ฉบับอัปเกรด

จุดเด่นเกมเพลย์รวดเร็ว ระบบต่อสู้ดีงามมอนสเตอร์หลากหลายรูปแบบและใช้งานได้จริงฉากในเกมกว้างมีอะไรให้สำรวจมากมายจุดสังเกตกราฟิกดูธรรมดาไปหน่อยโหลดเข้าฉากต่อสู้นาน8.5

สำหรับเกมล่าแย้ซีรีส์ Monster Hunter หลายคนคงจะนึกถึงเกมแอ็กชัน RPG ที่ต้องเน้นใช้ฝีมือในการต่อสู้ แต่ทางค่าย Capcom ได้ออกภาคแยกเสริมออกมาโดยเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงคอเกมได้มากกว่าเดิม และเป็นที่มาของซีรีส์ Monster Hunter Stories ภาคแรกที่ออกบน 3DS มาแล้วในปี 2016 และถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร

และหลังจากออกภาคใหม่ไปบน Nintendo Switch ในชื่อภาค Monster Hunter Rise ไปหมาด ๆ ที่เรียกเสียงฮือฮาและขายดิบขายดีตามคาด และเพื่อสานต่อความสำเร็จ Capcom ได้ส่ง Monster Hunter Stories 2 Wings of Ruin ออกบน Nintendo Switch ซึ่งคราวนี้ออกบนพีซี พร้อม ๆ กันเลยด้วยใครไม่มี Switch ก็สามารถสนุกได้ทันทีไม่ต้องรอกันนานเหมือนกับภาค Monster Hunter Rise ที่ต้องรอปีหน้ากว่าจะออกบนพีซี ถือว่าเป็นข่าวดีอย่างไรก็ตามรีวิวนี้เป็นการเล่นบน Nintendo Switch

กราฟิกอัปเกรดจากเดิมแต่ยังมีข้อเสีย

ประเด็นแรกที่ต้องชมและติ ไปพร้อม ๆ กันคือกราฟิกที่ในภาคนี้เนื่องจากออกบนคอนโซลที่รองรับภาพเป็น HD แล้วอย่าง Nintendo Switch และภาคแรกที่ออกบน 3DS ที่ยังเป็นภาพความละเอียดต่ำกว่า ทำให้หากเอาไปเทียบกับของเดิมแล้วภาพบนภาค Monster Hunter Stories 2 ดูดีกว่าเดิมอย่างมาก อย่างไรก็ตามหากเอาไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานกราฟิกในยุคนี้แล้วถือว่าดูธรรมดามาก ๆ ทั้งเฟรมเรตที่ยังไม่ลื่น ฉากในเกมที่ดูโล่ง ๆ รวมทั้งอาการภาพกระตุกหรือโหลดฉากไม่ทันก็พบเจออยู่ตลอดการเล่น (โดยรีวิวนี้เล่นบน Nintendo Switch)

อย่างไรก็ตามหากไม่ได้สนใจเรื่องกราฟิกแล้วถือว่ามันก็อยู่ในระดับดี โดยเฉพาะงานออกแบบตัวละครที่มาแบบการ์ตูนเซลเฉดที่ดูดีเหมือนได้ชมการ์ตูนญี่ปุ่นที่ฉายทางทีวีไปพร้อมกับการเล่นเกม นอกจากนี้เหล่าตัวมอนสเตอร์ที่ใส่เข้ามาก็จำลองมาจากต้นฉบับของภาคหลักที่เปลี่ยนการใส่สีให้สดใสขึ้นตามงานออกแบบของเกมที่เปลี่ยนไป

รวมทั้งงานออกแบบของมอนสเตอร์ที่ปรับให้ดูเป็นการ์ตูนขึ้นเล็กน้อยไม่ให้ดูน่ารักเกินไป ยังมีความน่ากลัวดุดันของต้นฉบับครบ และความดีงามคือการเคลื่อนไหวสมจริงเหมือนกับต้นฉบับไม่ว่าจะเป็นบนฉากต่อสู้หรือบนแผนที่ก็ตาม ส่วนเพลงประกอบถือว่าทำได้ดีเหมือนกับภาคหลักมีการใส่ธีมที่เราคุ้นเคยเข้ามาให้เราคิดถึงกัน รวมทั้งเพลงประกอบใหม่ โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่านทำให้การนำเสนอแม้จะดูเชยไปแล้วสำหรับปี 2021 แต่ก็ไม่ได้ดูแย่จนรับไม่ได้

รูปแบบการเล่นเปลี่ยนแนวมาเป็น RPG

อย่างที่บอกไปว่า Monster Hunter Stories 2 คือเกมแนว RPG แบบใส่คำสั่งหรือที่เรียกว่าเทิร์นเบส ที่เข้าใจง่ายและเปลี่ยนจากเดิมที่เป็นแอ็กชันมาเป็นการต่อสู้แบบผลัดกันโจมตีแบบใส่คำสั่งแล้ว และจะเปลี่ยนการต่อสู้เป็นการตัดเข้าฉากต่อสู้แทนแต่จะเจอศัตรูเป็นตัวบนแผนที่ไม่ได้มาแบบสุ่ม และภาคนี้เราคือนักขี่หรือไรเดอร์ที่ต้องมีมอนสเตอร์คู่หู 1 ตัวที่เลือกมาขี่เป็นยานพาหนะและมาร่วมต่อสู้ได้ และยังสลับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาฟังดูคล้ายกับเกมโปเกมอน แต่ความจริงแล้วมันมีอะไรที่แตกต่างพอสมควร

โดยประเด็นแรกคือการได้มาของมอนสเตอร์จะไม่ได้จับแบบโปเกมอน เราต้องไปค้นหาไข่ในรังแล้วเอามาฟักให้เป็นตัวแล้วค่อยเอามาใช้งาน และยังขี่ใช้งานได้และมีความสามารถที่แตกต่างกัน เช่นบางตัวสามารถกระโดดได้ หรือบางตัวว่ายน้ำได้ หรือใช้พลังเสียงคำรามขู่ศัตรูให้หนีไป และยังมีหลายตัวที่มันจำเป็นต่อการเล่นภายในฉากมาก เพราะมีหลายส่วนในโลกของเกมที่ออกแบบมาเพื่อมอนสเตอร์ตัวนี้เท่านั้น

ดังนั้นผู้เล่นต้องจัดทีมให้เข้ากับฉากด้วย ที่จะมีบางฉากมีไอเทมพิเศษซ่อนอยู่หรือเปิดทางลัดเพื่อไปต่อได้ ส่วนการหาไข่มาฟักที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในฉากที่มีบอสเฝ้าอยู่ และเมื่อจัดการได้ก็จะได้ไข่มาและไม่ต้องรอให้โตเพราะฟักออกมาก็ใช้งานได้เลยแค่เอามาเก็บเลเวลก่อน ถือว่าทำได้สะดวกเหมาะกับเกมในยุคนี้มาก

ฉากต่อสู้แบบเดิมเพิ่มเติมความเร็ว

ปรกติแล้วเกมแนว RPG แบบใส่คำสั่งจะมีความอืดพอสมควรเพราะต้องรอให้ตัวละครในฉากต่อสู้กัน และกว่าจะโจมตีกันหรือปล่อยท่าไม้ตายเสร็จก็แทบหลับ ทำให้ทาง Capcom ได้ปรับแต่งให้ความเร็วในฉากต่อสู้ของ Monster Hunter Stories 2 เพิ่มความเร็วสูงขึ้นกว่าปรกติ แถมผู้เล่นยังสามารถปรับความเร็วในการเล่นได้เองด้วยทำให้มันเหมือนกับติดเทอร์โบให้แนว RPG เทิร์นเบสให้ไม่น่าเบื่อเลย

แถมท่าไม้ตายอลังการที่ใช้เวลายาวนานกว่าจะปล่อยท่าได้ผู้เล่นยังสามารถกดข้ามได้หากดูจนเบื่อแล้ว ทำให้เกมเพลย์มันไม่ได้อืดอาดเลย อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อเสียเพราะการโหลดเข้าฉากต่อสู้ทำได้ค่อนข้างนาน ยิ่งเจอศัตรูเยอะหรือเจอตัวใหญ่ยิ่งโหลดนานทำให้เป็นข้อเสียที่ทำลายเกมเพลย์ที่เร็วไปหมด

ส่วนระบบต่อสู้จะใช้การเลือกคำสั่ง ที่โดดเด่นคือการโจมตีที่เราเลือกรูปแบบได้ทั้งแบบใช้พลัง, ใช้เทคนิค หรือจะใช้ความเร็วที่ผู้เล่นต้องเลือกวัดกับศัตรูว่าจะใช้รูปแบบไหนและมีการแพ้ทางกันหากเรากับศัตรูตัวนั้นเล็งว่าจะโจมตีกันอยู่ และยังมีการกดปุ่มรัว ๆ แข่งกับศัตรูเพื่อท้าดวลว่าใครจะชนะ ถือว่าเป็นความท้าทายที่ซีรีส์ Stories เสริมให้ระบบ RPG แบบเชย ๆ มีลุ้นมาก นอกนั้นจะคล้ายกับเกมทั่วไปทั้งระบบท่าไม้ตายพิเศษ และการเติมพลังหรือใช้ไอเทม แต่จุดเด่นอีกส่วนคือมอนสเตอร์ร่วมทีมของเราที่นอกจากจะช่วยเราต่อสู้แล้วยังมาพร้อมความโดดเด่นมากมาย

เพราะมอนสเตอร์แต่ละตัวจะมีท่าไม้ตายที่ใช้ร่วมกันได้ไม่ซ้ำรูปแบบ และมีการแพ้ทางกันโดยมีธาตุเป็นตัวกำหนดทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งต้องเลือกตัวมาให้ถูก และยังมีการขึ้นไปขี่มอนสเตอร์เพื่อร่วมกันใช้ท่าพิเศษที่รุนแรงได้หากเก็บค่าพลังถึงที่กำหนด และมันก็ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยเพราะตัวละครที่ผู้เล่นต้องบังคับมีแค่ตัวเอกที่ใส่คำสั่งได้ ส่วน NPC เพื่อนร่วมทีมหรือ มอนสเตอร์เราไม่สามารถคุมได้โดยตรง อย่างไรก็ตามภาค 2 นี้ทาง Capcom ได้เพิ่มรูปแบบการเล่นกับเพื่อนเข้ามา ทำให้เราสามารถหาเพื่อนมาเล่นไปพร้อมกันได้ด้วย

ฉากกว้างมีอะไรให้ทำเพียบ

และภาคใหม่มาออกบนคอนโซลรุ่นใหม่ รวมทั้งออกบน PC ทำให้มีการใส่ฉากที่กว้างกว่าภาคแรกมาก และยังมีอะไรให้สำรวจเพียบไม่ว่าจะเป็นดันเจี้ยนหลักและแบบแยกย่อยมากจนแทบไม่น่าเชื่อ และยังมีเควสต์ย่อยให้ทำเพื่อเก็บสะสมเงินมาพัฒนาตัวละครทั้งตีอาวุธ , ซื้อชุดเกราะใหม่ ๆ รวมทั้งฟาร์มของที่มีอยู่ในฉากเต็มไปหมด และทางทีมงานสร้างได้ใส่ระบบ Save ไว้ทั้งแบบ Auto และจุด Save ในฉากที่ใช้เป็นจุดวาร์ปได้ด้วย ทำให้การเดินทางท่องโลกสะดวกและรวดเร็วอย่างมาก

และนอกจากพัฒนาตัวละครที่เป็นคนแล้วมอนสเตอร์ยังอัปเกรดได้เต็มที่ด้วยทั้งระบบเลเวลและสามารถผสมสกิลของมอนสเตอร์ได้ด้วยระบบตัดต่อ Genes ที่เพิ่มความสามารถของคู่หูของเราได้และก็ไม่ยุ่งยากเพราะมีระบบเมนูที่เข้าใจง่ายเพราะเดินเป็นช่อง ๆ และด้วยระบบนี้ทำให้อยู่กับเกมได้ยาวนานมากกว่าที่คิดเยอะ

ความจริงแล้วการกลับมาของภาคพิเศษของซีรีส์ล่าแย้อย่างเกม Monster Hunter Stories 2 Wings of Ruin ถือว่าทำออกมาดีพอสมควร เพราะเป็นการนำรูปแบบ RPG ใส่คำสั่งให้รวดเร็ว มีอะไรให้ทำมากมายและมีสิ่งให้เราลุ้นกันตลอด แต่น่าเสียดายที่การโหลดเข้าฉากต่อสู้ที่นานไปหน่อยทำให้การเล่นติดขัดเล็กน้อย แต่เชื่อว่าทาง Capcom จะอัปเดตให้ดีขึ้นในอนาคตแน่ ใครอยากออกสำรวจโลกกว้าง ๆ ไปพร้อมกับคู่หูที่เป็นมอสเตอร์ในรูปแบบการเล่นที่ไม่ได้เชยอย่างที่คิดถือว่าเป็นอีกเกมที่สนุกและคุ้มค่า

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

รีวิวเกม Monster Hunter Stories 2 Wings of Ruin ล่าแย้แบบ RPG ฉบับอัปเกรด
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...