โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถาบันป๋วยฯ ชี้คนไทย 4.7 ล้านคน มีเงินออมเฉลี่ยแค่ 34 บาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ธ.ค. 2562 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2562 เวลา 11.24 น.

สถาบันป๋วยฯ เปิดพฤติกรรมการออมคนไทย พบว่ามีบัญชีเงินฝากสูงอันดับ 6 ของเอเชีย แต่พบว่าเงินในบัญชีกว่า 4.7 ล้านคน มีเงินเพียง 34 บาท พบเงินฝาก 93% หรือ 11.16 ล้านล้านบาทกระจุกตัวรายใหญ่ เฉลี่ยเงินฝาก 3 ล้านบาท แนะกระตุ้นให้เกิดการออม เสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน

นางสาวอัจจนา ล่ำซำ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยด้านเครือข่ายวิจัยและการสื่อสาร สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการศึกษาพฤติกรรมการออมของคนไทยผ่านข้อมูลบัญชีเงินฝากของเงินฝากรายบัญชีจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) ณ มิถุนายน 2560 ครอบคลุมกว่า 80.2 ล้านบัญชี เป็นของผู้ฝากเงินบุคคลธรรมดา 37.9 ล้านคน มีปริมาณเงินฝากรวมทั้งสิ้น 12 ล้านล้านบาท คิดเป็น 72% ของเงินฝากในระบบทั้งหมด จากสถาบันการเงิน 34 แห่ง

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า คนไทยมากกว่าครึ่ง หรือราว 56.04% มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ แต่มีเงินในบัญชีน้อย โดยครึ่งหนึ่งของผู้ฝากเงินมีเงินในบัญชีไม่ถึง 3,142 บาท และยังพบว่าประมาณ 32.8% ของผู้ฝากเงิน หรือ 12.2 ล้านคน มีเงินในบัญชีไม่ถึง 500 บาท ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้ฝากเงินถึง 4.7 ล้านคนที่มีเงินฝากในบัญชีไม่ถึง 50 บาท หรือเฉลี่ย 34 บาท ขณะเดียวกัน มีเพียง 0.2% ของผู้ฝากเงินในบัญชีมากกว่า 10 ล้านบาท

นอกจากนี้ หากดูเงินฝากทั้งหมด จะพบว่าเป็นของผู้ฝากเงินรายใหญ่ ถึง 93% ของเงินฝากทั้งหมด หรือคิดเป็น 11.16 ล้านล้านบาท จากเงินฝากที่มีกว่า 12 ล้านล้านบาท โดยผู้ฝากเงินกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีเงินฝากเฉลี่ยเกิน 3 ล้านบาท และเงินฝากจะอยู่ในชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล เชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี และสงขลา เป็นต้น และภาคที่มีเงินฝากน้อยที่สุด จะอยู่ในภาคใต้ และคนภาคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีเงินฝากในบัญชีน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนสาขาของธนาคาร

“แม้ว่าจากข้อมูลล่าสุดของธนาคารโลกแสดงให้เห็นว่าคนไทยสามารถเข้าถึงบริการเงินฝากหรือบัญชีโมบายแบงก์กิ้งสูงเป็นอันดับ 20 ของโลก และเป็นอันดับ 6 ของเอเชีย แต่มีระดับการออมในบัญชีเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น นโยบายจึงต้องกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการออม นอกจากส่งเสริมการเข้าถึงเงินฝาก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...