โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกัดจุดยุทธจักรแรงงานไทย

ไทยรัฐออนไลน์ - Economics

อัพเดต 08 ธ.ค. 2562 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2562 เวลา 22.30 น.
ภาพไฮไลต์

นครินทร์ อมเรศ ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธปท.

คณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ 5–6 บาท และให้มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป นับเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับพี่น้องแรงงานไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมาย คือ แรงงานแรกเข้า ซึ่งแม้ว่าตัวเลขคงไม่มาก แต่หากหักกลบลบกับอัตราเงินเฟ้อที่ในระดับต่ำ ก็นับว่ายังทำให้อัตราค่าจ้างเติบโตแซงหน้าค่าครองชีพไปได้

การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคงทำได้เพียงบรรเทาผลกระทบที่แรงงานไทยได้รับจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เปรียบได้กับการ สกัดจุดไม่ให้พิษไข้แผ่ขยายไปทั่วร่าง เท่านั้น แต่เราทุกคนทราบกันดีว่าหนทางเดียวที่จะรับมือกับการป่วยไข้ได้ในระยะยาว คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับร่างกาย ในวันนี้จึงขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึง เคล็ดวิชาในระดับเปลี่ยนเส้นเอ็นล้างไขกระดูก ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการ พลิกโฉมโครงสร้างแรงงานไทยในระยะยาว มากกว่าเพียงแค่สกัดจุดแก้ไข้ไปเป็นระยะๆ โดยขอวิเคราะห์บนฐานข้อมูลแบบสำรวจภาวะการมีงานทำของประชากรไทยไตรมาสสามปี 2562 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ

มิติแรก ค้นหายอดวิชา (Professionalism) แรงงานไทยเกือบร้อยละ 87 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ทักษะไม่สูงนัก ไม่ได้จบการศึกษาในหมวดที่เป็นที่ต้องการของตลาด หรือ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) และไม่ได้ทำงานในวิชาชีพที่ใช้ความรู้ความชำนาญ ดังนั้น สิ่งสำคัญในระยะยาวที่ต้องหยิบยกมาพูดถึง คือ การปลูกฝังยอดวิชาเหล่านี้แก่เด็กรุ่นใหม่ สำหรับคนวัยทำงาน คงยากที่จะละทิ้งหน้าที่ปลีกวิเวกกลับสู่สถานศึกษา แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้ ยอดวิชากระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหงในสนนราคาที่จับต้องได้ เราสามารถเข้ารับการอบรม online จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้ในราคาไม่เกินเอื้อม อีกทั้งมีหลักสูตรฟรีดีๆเป็นจำนวนมาก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ สร้างแรงงานไทยยุคใหม่ให้ทำงานบนฐานของความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญที่สุดให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้

มิติที่สอง ฝึกฝนในสมรภูมิ (Entrepreneurship) แรงงานไทยมีเพียงร้อยละ 45 ที่เป็นลูกจ้าง โดยแรงงานส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 52 เป็นผู้จ้างงานตนเอง และมีเพียงร้อยละ 3 ที่เป็นนายจ้าง ตัวเลขเศรษฐมิติสะท้อนว่า รายได้เฉลี่ยของลูกจ้างและนายจ้างสูงกว่าผู้จ้างงานตนเองที่มีพื้นฐานเหมือนกัน อาทิ การศึกษา อาชีพ ครอบครัว โครงสร้างนี้สะท้อนว่าคนไทยมีอิสระในการเลือกงาน แต่ก็ชวนคิดว่า หากผู้จ้างงานตนเองยกระดับ ฝ่าฟันผ่านสมรภูมิธุรกิจเพื่อก้าวเป็นนักรบผู้ประกอบการ (Entrepreneur) สู่สถานะนายจ้าง แล้วจะสามารถทำรายได้มากขึ้น ขณะที่ หากยอม สละ อิสระไปเป็นลูกจ้าง อาจได้รับรายได้มากขึ้นไปพร้อมๆกับได้รับความคุ้มครองภายใต้สิทธิสวัสดิการในมิติต่างๆเช่นกัน

มิติสุดท้าย เรียนรู้วิชาตัวเบา (Agility) แรงงานไทยเกือบครึ่งหนึ่งอยู่ในภาคเกษตรและการค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางและมักจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเป็นกลุ่มแรกๆ ดังนั้น แรงงานไทยอาจต้องเรียนรู้ วิชาตัวเบาให้คล่องแคล่วปรับตัวเคลื่อนย้าย ได้ทันกาล เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นาข้าวในอดีตอาจเปลี่ยนเป็น homestay สร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นจำนวนมาก โรงพยาบาลราษฎร์ที่เคยให้บริการคนมีฐานะในประเทศอาจกลายเป็นแหล่งพักฟื้นระยะยาวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ นักการธนาคารที่เคยเป็นมนุษย์ทองคำในวันวานอาจต้องปรับตัวมาเขียนโปรแกรมในวันนี้ ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ยืดหยุ่นพร้อมรับมือทุกสถานการณ์จึงมีความจำเป็นต่อการเอาตัวรอดในยุคสมัยนี้

หากมองไกลไปกว่าการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แก่นสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจต้องเริ่มมาจากการพัฒนาแรงงาน ซึ่งนับรวมถึงพวกเราทุกคน ขอทิ้งท้ายบทความด้วย เงื่อนไขสำคัญที่สุดของการฝึกวิทยายุทธ์ ซึ่งไม่ใช่การค้นพบยอดวิชา การรู้ว่าสมรภูมิอยู่หนใด หรือการท่องจำเคล็ดวิชาตัวเบา หากแต่อยู่ที่ว่าเราทุกคนจะประยุกต์ใช้เคล็ดวิชาในโลกการทำงานอย่างไร ซึ่งคงต้องขึ้นอยู่กับทุกท่านว่าจะใช้กระบวนท่าใดในการเอาตัวรอดท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างในปัจจุบัน.

**บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด**

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...