โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้เท่าทันปัญหา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 08.00 น. • Motherhood.co.th Blog

รู้เท่าทันปัญหา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

หนึ่งในปัญหาที่ส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากนั้น ก็มีภาวะ "เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่" รวมอยู่ในนั้นด้วย แต่ผู้หญิงจะทราบได้อย่างไรว่าตัวเองมีภาวะนี้อยู่ มีอาการใดบ้างที่เป็นสัญญาณบ่งบอก วันนี้ Motherhood นำเรื่องราวเกี่ยวกับภาวะนี้มาฝาก เพื่อให้รับมือกับอาการได้ทันท่วงที

หากปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ ระวังอาจมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

รู้จักกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) คือภาวะที่เยื่อบุผนังมดลูกเจริญภายนอกมดลูก ทำให้เกิดเยื่อบุหนาที่สลายตัวกลายเป็นเลือดประจำเดือนไปเรื่อย ๆ จนร่างกายขับออกมาได้ไม่หมด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงที่มีรอบเดือน รวมทั้งอาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากตามมา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มักเกิดขึ้นบริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ เนื้อเยื่อที่ยึดมดลูก หรือเนื้อเยื่อที่อยู่รอบมดลูก และมีโอกาสเกิดขึ้นบริเวณลำไส้ตรง กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก หรือช่องคลอดได้เช่นกัน แม้แต่ส่วนอื่นของร่างกายที่พบได้น้อย เช่น ผิวหนัง ปอด และสมอง เป็นต้น

อาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ผู้ป่วยภาวะ Endometriosis จะมีอาการของโรคแตกต่างกันไป พบได้ตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงไปจนถึงขั้นรุนแรง อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของอาการไม่ใช่ตัวบ่งบอกความรุนแรงของโรคเสมอไป บางรายมีอาการน้อยแต่อาจมีอาการปวดรุนแรง ในขณะที่บางรายเป็นหนักแต่ไม่รู้สึกปวดหรือปวดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาการของ Endometriosis ที่สังเกตได้โดยทั่วไปมีดังนี้

  • ปวดท้องน้อย มักเกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนและปวดบีบมากในช่วงที่มีรอบเดือน
  • ปวดอุ้งเชิงกราน รู้สึกปวดอุ้งเชิงกรานตลอดเวลา และจะรู้สึกปวดยิ่งขึ้นเมื่อประจำเดือนใกล้มาและในช่วงที่มีรอบเดือน
  • เจ็บข่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ มีอาการเจ็บลึกลงไปภายในช่องคลอดระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีความแตกต่างจากความรู้สึกเจ็บเมื่อมีการสอดใส่ครั้งแรก
  • เจ็บท้องขณะขับถ่าย รู้สึกเจ็บท้องส่วนล่างเมื่อถ่ายหนักหรือปัสสาวะ บางรายอาจมีเลือดปนมากับอุจจาระและปัสสาวะด้วย แต่พบได้น้อย
  • เลือดออกทางช่องคลอด อาจมีเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติในช่วงที่ไม่มีรอบเดือนหรือประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • มีปัญหาในการย่อยอาหาร เช่น อาการท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด หรือรู้สึกคลื่นไส้ โดยเฉพาะช่วงที่มีรอบเดือน
  • ประสบกับภาวะมีบุตรยาก อาจทำให้มีลูกยากหรือตั้งครรภ์ไม่ได้ เนื่องจากเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นมาเรื่อย ๆ จนไปอุดตันรังไข่ ส่งผลให้ไข่ไม่สามารถออกมารับการปฏิสนธิกับอสุจิที่ท่อนำไข่
ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลายที่

ตำแหน่งที่พบได้บ่อย

บริเวณที่มักพบเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ได้แก่

  • รังไข่

หรือที่เรียกว่าช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) มีสาเหตุจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกและประจำเดือนไหลย้อนกลับไปสะสมในรังไข่ มีลักษณะเป็นถุงน้ำในรังไข่ที่บรรจุของเหลวคล้ายช็อกโกแลต ซึ่งถุงน้ำจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากการถูกเติมเต็มในรอบเดือนแต่ละเดือน แต่จะใหญ่เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และยังทำให้เกิดพังผืดหนาขึ้นเรื่อย ๆ

  • กล้ามเนื้อมดลูก

เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้เกิดพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งภาวะนี้เรียกว่าโรคที่เกิดจากการที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis) ซึ่งมี 2 แบบคือ ชนิดที่อยู่เฉพาะชั้นกล้ามเนื้อมดลูกและชนิดที่กระจายในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกทั่วไป

นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในบริเวณเส้นเอ็นยึดมดลูกด้านหลัง (Uterosacral Ligament) บริเวณรอยต่อมดลูกกับกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Reflection) อีกด้วย

สาเหตุของโรค

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของภาวะ Endometriosis ที่ชัดเจน แต่มีการตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมาหลายประการ และเชื่อกันว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ ดังนี้

  • ประจำเดือนไหลย้อน เลือดประจำเดือนของคนเรานั้นมีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกปะปนอยู่ หากเกิดภาวะนี้เลือดประจำเดือนจะไหลย้อนผ่านท่อนำไข่เข้าไปในอุ้งเชิงกราน ส่งผลให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเกาะอยู่ตามผนังอุ้งเชิงกรานและรอบ ๆ อวัยวะอื่นภายในอุ้งเชิงกรานจนหนาขึ้นเรื่อย ๆ และสลายเป็นเลือดออกมาทางช่องคลอดตามช่วงของรอบเดือน
  • การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในเยื่อบุช่องท้อง ปัจจัยทางด้านฮอร์โมนอาจส่งผลให้เซลล์ในเยื่อบุช่องท้องเปลี่ยนแปลงและทำหน้าที่คล้ายเป็นเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้มีการสลายตัวออกมาเป็นเลือดประจำเดือน
  • การลำเลียงเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก อาจมีสาเหตุมากจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไหลไปตามหลอดเลือดหรือระบบน้ำเหลือง ส่งผลให้มีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเกาะตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ก่อให้เกิดเป็นภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ตามมา
  • โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันเป็นอีกปัจจัยหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดเยื่อบุที่เจริญภายนอกมดลูกได้ตามปกติ
  • แผลผ่าตัด ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดมดลูกหรือผ่าคลอดอาจมีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกอาจไปติดตามบริเวณแผลผ่าตัด

ใครคือผู้ที่มีความเสี่ยง

ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้อาจเสี่ยงเกิดภาวะ Endometriosis ได้มากกว่าคนทั่วไป

  • เริ่มมีประจำเดือนเร็วกว่าปกติ
  • เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้ากว่าปกติ
  • มีช่วงรอบเดือนสั้น
  • ประจำเดือนมามาก
  • ค่าดัชนีมวลกายต่ำ (BMI)
  • มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป
  • ไม่เคยตั้งครรภ์
  • มีบุคคลในครอบครัวหรือญาติป่วยเป็นโรคนี้
  • มีปัญหาสุขภาพที่ส่งผลให้ประจำเดือนไม่ไหลออกมาตามปกติ
  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับมดลูก
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หมั่นเช็คอาการของตัวเองเสมอว่ามีความเสี่ยงหรือไม่

การวินิจฉัยโรค

ผู้ป่วยภาวะ Endometriosis จะมีอาการคล้ายกับโรคอื่น เช่น ซีสต์ในรังไข่ ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ เป็นต้น แพทย์จึงต้องตรวจอย่างละเอียด โดยจะซักอาการและประวัติการรักษาของผู้ป่วยและบุคคลในครอบครัว เพื่อวินิจฉัยภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

  • ตรวจภายในและตรวจในห้องปฏิบัติการ
  • ตรวจอัลตราซาวนด์ ช่วยให้สูตินรีแพทย์เห็นรอยของโรคได้ชัดเจน
  • ตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หากไม่สามารถตรวจด้วยวิธีอื่น

วิธีการรักษา

ผู้ป่วยภาวะ Endometriosis ที่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีปัญหามีลูกยากอาจไม่ต้องเข้ารับการรักษา โดยเฉลี่ยแล้วผู้ป่วยจำนวน 3 ใน 10 ราย จะหายดีได้เอง แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเกิดปัญหามีลูกยาก แพทย์จะเลือกใช้วิธีรักษาโดยพิจารณาจากระดับความรุนแรงของอาการและความต้องการมีลูกของผู้ป่วย ดังนี้

  • การใช้ยา  แพทย์จะสั่งจ่ายยาแก้ปวดกลุ่มที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบไม่มีสเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวดประจำเดือนและปวดท้องน้อย
  • ฮอร์โมนบำบัด มีทั้งยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด และห่วงฮอร์โมนที่ใส่ในโพรงมดลูก เพื่อลดการมีเลือดประจำเดือนมากหรือปวดประจำเดือน
  • การผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดในกรณีที่วางแผนมีบุตร หรือรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัดแล้วไม่ได้ผล เนื่องจากวิธีนี้จะช่วยกำจัดเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่โดยไม่เกิดผลกระทบต่ออวัยวะสืบพันธุ์ แต่ยังมีโอกาสกลับมาป่วยได้อีก

นอกจากนี้ตัวผู้ป่วยควรดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย โดยรับประทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่งเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งหมั่นประคบถุงน้ำร้อนเพื่อลดอาการปวดบีบที่ท้อง และยังช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคลายตัวมากขึ้น

แม้ป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่การรักษาสุขภาพให้ดีก็ลดความเสี่ยงได้

การป้องกันภาวะ Endometriosis

ภาวะ Endometriosis เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่มีวิธีป้องกัน เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดภาวะนี้อย่างแน่ชัด แต่มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าการใช้ยาคุมกำเนิด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุยังน้อยมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงและช่วยลดความรุนแรงของอาการเมื่อเกิดภาวะนี้

หากคุณกำลังเตรียมตัวที่จะมีลูก ต้องสังเกตสุขภาพของตัวเองที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ให้ดีนะคะ หากมีปัญหาอะไรอย่างได้นิ่งนอนใจ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรีบแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงทีจะดีที่สุดค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...