โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชียงใหม่ งัดกฎหมายห้ามเผาที่โล่ง 112 วัน เพิ่ม Safety Zone 555 แห่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2563 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 10.04 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ใช้ยาแรง ประกาศจังหวัดเชียงใหม่ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด 112 วัน ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม – 30 เมษายน 2563 ฝ่าฝืนจำคุก 3 เดือน ปรับ 25,000 บาท พื้นที่ป่าและเขตอุทยาน โทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 2,000,000 บาท ระวางโทษจำคุก 2 เดือน – 20 ปี รุกเพิ่มพื้นที่ Safety Zone ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ 555 แห่ง พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชั่น Air CMI รับมือฝุ่นควัน PM 2.5 รายงานคุณภาพอากาศครอบคลุมทุกพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 มกราคม 2563) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวประกาศจังหวัดเชียงใหม่ กำหนดเขตควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิดและมาตรการทางการกฎหมายในการควบคุม ซึ่งได้แจ้งต่อนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ ตลอดจนหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งให้กับประชาชนในพื้นที่ทราบ ถึงมาตรการห้ามเผาของจังหวัดเชียงใหม่ มีผลเริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม – 30 เมษายน 2563 รวมระยะเวลา 112 วัน โดยประกาศครั้งนี้ถือว่าเป็นการประกาศเร่งด่วน เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งทำให้ความกดอากาศไม่สามารถช่วยระบายฝุ่นควัน ที่จะลอยเข้ามาสะสมในเขตเมือง เพื่อลดปัญหาจากการเผาในที่โล่งที่มีเพิ่มมากขึ้น

โดยประกาศดังกล่าวอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 , 21,22 และ 29 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 จึงกำหนดให้พื้นที่จังหวัดทั้งหมดเป็นเขตควบคุมการเผาในที่โล่งทุกชนิด ตั้งแต่การกำจัดวัชพืช ขยะ หรือสิ่งอื่นใดในเขตพื้นที่ชุมชน วัสดุทางการเกษตร ในเขตพื้นที่การเกษตร หรือการเผาในเขตทาง รวมทั้งการจุดไฟเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยเด็ดขาด

ในส่วนมาตรการทางกฎหมายจะนำมาใช้อย่างเข้มงวด หากพบผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 มาตรา 25 ในกรณีที่มีเหตุอันตรายก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัย ในบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้นดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ (4) การกระทำใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิด กลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อนสิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใดจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อพบว่าบุคคลได้ก่อเหตุรำคาญขึ้น เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข หรือระงับเหตุรำคาญนั้น ผู้ใดไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จะมีโทษความผิดตามมาตรา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ในกรณีที่เผาพื้นที่ป่าและเขตอุทยาน จะถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 2,000,000 บาท ระวางโทษจำคุก 3 เดือน – 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ (ขึ้นอยู่กับฐานความผิดที่กำหนดไว้ในกฎหมาย)

ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงไม่สามารถดับได้ สามารถแจ้งที่ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันเชียงใหม่ โทร. 064-6290239 , ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ สายด่วน 191, สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ 053-232019, ศูนย์อำนวยการควบคุมไฟป่าภาคเหนือที่ 1 โทร. 083-5792775 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) 053-272154 สำหรับผู้ประสบเหตุ สามารถแจ้งเหตุการเผาในที่โล่งได้ 2 ทาง คือ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ประจำอยู่ที่หมู่บ้านและโรงพัก หมายเลข 053-232019 และ 053-112725 หรือสายด่วน 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งเหตุผ่านระบบผ่อดีดี (app PODD) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นการเฝ้าระวัง จัดการไฟป่าที่สามารถระบุพิกัด รวบรวมสถานที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป โดยประชาชนจิตอาสา สามารถรายงานเหตุได้ทันทีที่พบเหตุ

ตามท้ายประกาศดังกล่าวเน้นย้ำให้ข้าราชการในพื้นที่ทุกคน ทุกสังกัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน คณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน และสมาชิกสภาตำบล ให้ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่ และร่วมชี้แจงให้ประชาชนท้องที่ ปฎิบัติตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า จังหวัดเชียงใหม่เร่งทำงานเชิงรุกเพื่อรับมือกับฝุ่นควันที่มาเร็วกว่าปกติ ล่าสุด ได้เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นควัน (Safety Zone) ได้แก่ สถานประกอบการสาธารณสุข อาทิโรงพยาบาลทุกแห่ง รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 254 แห่ง สำนักงาน/ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน/ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 280 แห่ง และร้านค้า-ร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 21 แห่ง นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นควันอย่างทันท่วงที จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดให้บริการแอปพลิเคชั่น “Air CMI” เพื่อรายงานฝุ่นควัน PM 2.5 และคุณภาพอากาศที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งถือเป็นแอปฯที่มีความแม่นยำสูง
“การรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นควันในปีนี้ ตามกระบวนการที่เราเร่งทำอยู่นี้ ถ้ากลไกทุกอย่างเป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ เชื่อมั่นว่าจะแก้ปัญหาได้ ซึ่งประชาชนมีส่วนสำคัญที่ต้องให้ความร่วมมือ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...