โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมการแพทย์ ก.สาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

สวพ.FM91

อัพเดต 27 ม.ค. 2563 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 08.43 น.

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานข่าวกรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ( Novel Coronavirus 2019) ประจำวันที่ 27 มกราคม 2563
สถานการณ์ ถึงวันที่ 27 มกราคม 2563 ณ เวลา 08.00 น. พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจากต่างประเทศ 8 ราย (กลับบ้านแล้ว 5 ราย อีก 3 รายนอนโรงพยาบาล ) ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศไทย
โดยมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2563 ถึง 26 มกราคม 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 102 ราย คัดกรองจากสนามบิน 24 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 78 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 54 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรับไว้ในห้องแยกโรค 48 ราย
สถานการณ์ทั่วโลก ข้อมูล ตั้งแต่ 5 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 26 มกราคม 2563 พบผู้ป่วย 40 ราย ใน 12 ประเทศ และ 3 เขตปกครองพิเศษ ส่วนประเทศจีน ข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2563 พบผู้ป่วย 1,975 ราย เสียชีวิต 56 ราย
อความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โปรดติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข
หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/intro.php และ Line@ / เพจเฟสบุ๊ค : รู้กันทันโรค, เพจเฟสบุ๊ค : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นอกจากนี้  สธ.เข้มคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงเพิ่มอีก 2 เมือง
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขยกระดับศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขภาวะฉุกเฉินเป็นระดับกระทรวง โดยให้กรม/สำนักเขตสุขภาพ/สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เตรียมพร้อมบุคลากรการแพทย์ของกรมการแพทย์และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการทำงานของกรมควบคุมโรค สำรองทรัพยากร ยา เวชภัณฑ์ ช่องทางการประสานงาน การเฝ้าระวังและรายงานข้อมูล โดยจังหวัดที่มีสนามบินและจังหวัดท่องเที่ยว ให้บูรณาการทรัพยากรในพื้นที่และประสานการทำงานกับหน่วยราชการอื่นอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ความสำเร็จของการรับมือกับโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 มี 3 ส่วนหลัก คือ 1.การคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดทำเต็มที่ แต่ต้องยอมรับว่าบางรายอยู่ในระยะ
ฟักตัวของโรคหรือรับประทานยาลดไข้ก่อนเดินทาง 2.การรักษาพยาบาลและส่งต่อที่กำลังพัฒนาเพื่อให้ครอบคลุม และ 3.ความร่วมมือของประชาชน ชุมชน สื่อมวลชน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การรับมือโรคมีประสิทธิภาพ ไม่ตื่นตระหนก รับฟังข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ช่วยแจ้งเตือน ส่งต่อข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป้าหมายให้ประชาชนในประเทศปลอดภัย และไม่มีการระบาดของโรคในประเทศ
ด้านนายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ องค์การอนามัยโลกยังไม่ประกาศให้โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่เพื่อความไม่ประมาทประเทศไทยคงคุมเข้มมาตรการทั้งการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ป่วยสงสัยฯ จากพื้นที่แพร่ระบาดของโรค ที่สนามบิน โดยขณะนี้ เพิ่มการคัดกรองผู้เดินทางจากจีนอีก 2 เมืองคือกว่างโจวและฉางชุน และจะปรับเพิ่มตามการคัดกรองประกาศของทางการจีน ในส่วนสถานพยาบาลรัฐ/เอกชน ได้เข้มงวดการคัดกรองผู้มีไข้ ไอ และมีประวัติการเดินทางจากพื้นเสี่ยง ส่วนในชุมชน โรงแรม/ที่พัก ขอความร่วมมือให้เป็นจุดเฝ้าระวัง
โดยเมื่อวานนี้ (26 มกราคม 2563) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมร่วม 3 กระทรวง เพื่อหารือและเตรียมการในระดับนโยบาย ด้าน ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านควบคุมโรค จ.ตาก และในวันนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงมาตรการควบคุมป้องกันโรคกับผู้ประกอบการทัวร์ โรงแรมและผู้ขับขี่รถสาธารณะ
ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค
- จากการตรวจคัดกรอง 5 สนามบิน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ สะสมตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2563 ถึง วันที่ 25 มกราคม 2563 จำนวน 21,522 คน และในวันที่ 24-26 มกราคม สนามเชียงราย เชียงใหม่ และบินสุวรรณภูมิ 2563 ได้คัดกรองเที่ยวบินจากกว่างโจว 24 เที่ยวบิน มีผู้เดินทางและลูกเรือ 3,186 คน และ
ท่าอากาศยานกระบี่ คัดกรองผู้โดยสารจากฉางชุน 1 เที่ยวบิน มีผู้เดินทางและลูกเรือ 363 คน
- นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค
ข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019
สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศปิดการเดินทางสาธารณะที่เข้าออกเมืองอู่ฮั่นและพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทุกช่องทาง และประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
• ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นและเมืองที่มีการระบาดตามคำประกาศของ
ทางการจีน
• ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม แนะนำควรสวมหน้ากากอนามัย
• หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี
• หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด
• ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
• รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
• หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย ภายใน 14 วัน ถ้ามีอาการไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้สวมหน้ากากอนามัย และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และมีอาการรุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้
• หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/intro.php และ Line@/เพจเฟสบุ๊ค : รู้กันทันโรค
เพจเฟสบุ๊ค : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...