โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิด "บัญชีเงินฝากร่วม (คู่)" กับภรรยาหรือแฟน ดีหรือไม่ดียังไง และเปิดที่ไหนได้บ้าง ?

Checkraka

เผยแพร่ 07 ม.ค. 2563 เวลา 08.16 น. • เช็คราคา.คอม

เปิด "บัญชีเงินฝากร่วม (คู่)" กับภรรยาหรือแฟน ดีหรือไม่ดียังไง และเปิดที่ไหนได้บ้าง ?

ปัจจุบันรูปแบบการสร้างฐานะ หรือออมเงินระหว่างสามีภรรยา หรือคนเป็นแฟนกัน มีหลากหลาย ทั้งเปิดบัญชีเงินฝากร่วม หรือคู่กัน กู้ร่วมกัน หรือถือกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดินร่วมกัน ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือเปิดบัญชีเงินฝากคู่ หรือร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจำ แต่ในทางปฏิบัติจริงแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกบัญชีในธนาคารเราจะสามารถเปิดเป็นบัญชีร่วมได้ทุกบัญชีนะ วันนี้เรามาดูกันว่าบัญชีเงินฝากร่วมคืออะไร มีข้อดีข้อเสียยังไง และจะเลือกเปิดที่ไหนได้บ้าง

ง่ายๆ ก็คือบัญชีที่มีเจ้าของเงินในบัญชีมากกว่า 1 คน จะเห็นได้บ่อยๆ คือ กรณีสามีภรรยาวางแผนออมเงินร่วมกัน หรือเก็บเป็นเงินกองกลางของครอบครัว (เช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าเล่าเรียนลูก) หรือพ่อแม่เปิดบัญชีร่วมให้ลูกทุกคนเพื่อเป็นเงินเก็บภายในครอบครัว โดยบัญชีคู่ หรือบัญชีร่วมจะมีลักษณะสำคัญดังนี้

(ก) ชื่อหน้าบัญชี: ชื่อเจ้าของบัญชีในหน้าแรกของบัญชีจะมีมากกว่า 1 คน ซึ่งอาจมีได้ 2 หรือ 3 คน หรือมากกว่าก็ได้ ในการเปิดหรือปิดบัญชีร่วม เจ้าของร่วมทุกคนต้องไปเปิด หรือปิดด้วยกันหมดที่ธนาคาร

(ข) กรรมสิทธิ์ในเงิน: เจ้าของร่วมทุกคนจะมีกรรมสิทธิ์บนเงินในบัญชีร่วมในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน เช่น ถ้ามี 3 คน แต่ละคนจะมีสิทธิความเป็นเจ้าของเงินในสัดส่วนประมาณ 33.33% ดอกเบี้ยที่ได้มาระหว่างที่ฝาก แต่ละคนก็ได้จะได้ดอกเบี้ยตามส่วนเท่าๆ กันเช่นกัน

(ค) การทำธุรกรรม เช่น ถอนหรือฝากเงิน: เวลาฝากเงิน บัญชีร่วมเหล่านี้สามารถฝากเงินคนเดียวได้เลย แต่เวลาถอนเงิน เราสามารถกำหนดได้ 2 แบบคือ

  • ให้ต้องเซ็นถอนร่วมกันหมดทุกคนก็ได้ ซึ่งชื่อบัญชีจะต้องเปิดแบบมีคำว่า "และ" เป็นสำคัญ เช่น นาย ก และ นางสาว ข หรือ
  • จะกำหนดให้เซ็นถอนแค่คนใดคนหนึ่งก็ได้ ซึ่งชื่อบัญชีจะต้องมีคำว่า "และ/หรือ" เป็นสำคัญ เช่น นาย ก และ/หรือ นางสาว ข (ง) เสียภาษี: ดอกเบี้ยที่เกิดจากบัญชีร่วมจะถือเป็นรายได้ของทั้งคู่ (กรณีเปิดแบบ "และ") หรือรายได้คนใดคนหนึ่งก็ได้ (กรณีเปิดแบบ "หรือ") โดยจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% และเมื่อเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายแล้ว ก็ไม่ต้องนำดอกเบี้ยไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก (ดูคำอธิบายเพิ่มเติมในเรื่องนี้จากกรมสรรพากรได้ที่นี่)

หลักๆ มี 2 ประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าจะเปิดแบบไหนดี คือ (ก) ต้องการให้ถอนได้คนเดียว หรือต้องถอนทุกคนร่วมกัน ถ้าจะให้คนใดคนหนึ่งถอนได้คนเดียว เราต้องเปิดเป็นแบบ "และ/หรือ" คือกำหนดให้ชื่อบัญชีคือ "นาย XXX และ/หรือนาง YYY" ส่วนถ้าจะต้องถอนร่วมกันทุกคน เราต้องเปิดเป็นแบบ "และ" คือกำหนดให้ชื่อบัญชีคือ "นาย XXX และนาง YYY" (ข) ต้องการดอกเบี้ยมาก หรือดอกเบี้ยน้อย และความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้บ่อยแค่ไหน ถ้าต้องการดอกเบี้ยสูงๆ และไม่ต้องใช้เงินก้อนนี้บ่อย อาจเปิดเป็น "บัญชีเงินฝากประจำ" ไปเลย แต่ถ้าอาจต้องใช้เงินก้อนนี้อยู่บ่อยๆ อาจต้องเปิดเป็น "บัญชีเงินฝากออมทรัพย์" เพื่อให้เบิกถอนได้ง่ายๆ ไม่ต้องรอครบกำหนด เป็นต้น

ข้อดี ถ้าเทียบกับการที่ต่างคนต่างเปิดบัญชีเดี่ยวแยกต่างหากจากกัน

  • เป็นเครื่องมือที่ดีอย่างหนึ่งในการให้เจ้าของร่วม (ไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยา แฟน หรือพี่น้อง) ได้มีโอกาสออมและเป็นเจ้าของเงินร่วมกัน โดยอาจกำหนดให้แต่ละเดือน เจ้าของร่วมต้องฝากเงินเข้ามาเท่าๆ กันเพื่อบังคับให้เป็นการหัดเก็บ หรือสะสมเงินกองกลางสำหรับครอบครัวไปในตัวได้ด้วย
  • เป็นบัญชีเงินกองกลางสำหรับใช้จ่ายร่วมกันได้ดี บางกรณีสามีภรรยาอาจสับสน หรือตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะจ่ายค่าอะไร หรือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนไหน บัญชีร่วมเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือช่วยการบริหารค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ เช่น ถ้าค่าใช่จ่ายบางอย่างควรเป็นค่าใช้จ่ายร่วม เช่น หนี้ผ่อนคอนโดที่กู้ร่วมกัน หรือค่าเล่าเรียนลูก เราอาจเบิกเงินจากบัญชีนี้ไปจ่ายถือเป็นค่าใช้จ่ายร่วมกัน เป็นต้น

ข้อเสีย ถ้าเทียบกับการที่ต่างคนต่างเปิดบัญชีเดี่ยวแยกต่างหากจากกัน

  • ผลตอบแทนโดยรวมจะต่ำกว่า เพราะธนาคารหลายๆ แห่งอาจมีผลิตภัณฑ์เงินฝากที่พิเศษในหลายรูปแบบ และในอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน เช่น ถ้าเปิดบัญชีเงินฝากแบบออนไลน์จะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ แต่ธนาคารส่วนใหญ่มักไม่ยอมให้มีการเปิดบัญชีร่วมกับบัญชีพิเศษที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น หากสามีภรรยาอยากเปิดบัญชีร่วมกับ TMB ME ทาง TMB จะไม่สามารถเปิดให้ได้

  • บัญชีร่วมจะมีข้อจำกัดบางอย่างเมื่อเทียบกับการเปิดบัญชีเดี่ยว เช่น ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านทาง Mobile App ได้ เช่น หากเปิดบัญชีร่วมกับ SCB จะไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านทาง SCB Easy ได้ และก็ไม่สามารถทำบัตรเดบิต หรือ ATM แบบชื่อร่วม หรือ 2 ใบต่างคนต่างถือได้ ต้องทำเป็นบัตรเดบิต หรือ ATM ใบเดียวในชื่อคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เป็นต้น

ได้ทุกธนาคาร แต่ไม่ใช่ว่าทุกประเภทโปรดักส์จะเปิดบัญชีแบบร่วมได้นะครับ เราต้องดูเงื่อนไขของแต่ละบัญชีตามตัวอย่างข้างล่าง หลักๆ แล้วธนาคารส่วนใหญ่จะยอมให้เปิดบัญชีร่วมสำหรับบัญชีเงินฝากประจำได้เกือบหมด แต่ถ้าเป็นบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารส่วนใหญ่จะยอมให้เปิดบัญชีร่วมได้แค่ "บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธรรมดา/ทั่วไป" เท่านั้น ตัวอย่างเช่น

บัญชีเงินฝากจัดเต็ม จากธนาคารไทยพาณิชย์ >> ไม่สามารถเปิดบัญชีร่วมได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม บัญชีเงินฝากจัดเต็ม จาก ธ.ไทยพาณิชย์ ที่นี่

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป จากธนาคารไทยพาณิชย์ >> สามารถเปิดบัญชีร่วมได้

(ดูรายละเอียดเพิ่มเติม บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป จาก ธ.ไทยพาณิชย์ ที่นี่)

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์มีแต่ได้ จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา >> ไม่สามารถเปิดบัญชีร่วมได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ มีแต่ได้ จาก ธ.กรุงศรีอยุธยา ที่นี่

บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา >> สามารถเปิดบัญชีร่วมได้

(ดูรายละเอียดเพิ่มเติม บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป จาก ธ.กรุงศรีอยุธยา ที่นี่)

บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนยกเว้นภาษี จากธนาคารออมสิน >> สามารถเปิดบัญชีร่วมได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม บัญชีเงินฝากประจำรายเดือน ยกเว้นภาษี จาก ธ.ออมสิน ที่นี่ ลองดูกันนะครับ ว่าคู่ของคุณเหมาะหรือสะดวกกับการเปิดบัญชีร่วมแบบไหน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการช่วยประกอบการตัดสินใจ ขอให้เงินฝากพอกพูนในทุกๆ คู่ และทุกๆ คนค้าบ :)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...