โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

2563 "ปีแห่งคนกล้า" SCB แนะลงทุน "หุ้น" กลุ่มวัฏจักร-พลังงาน, ธนาคาร, การแพทย์

Positioningmag

อัพเดต 09 ม.ค. 2563 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2563 เวลา 08.03 น.
  • SCB วิเคราะห์ตลาดหุ้นปีหนู ประเมินเศรษฐกิจไทยกระเตื้อง สภาวะตลาดหุ้นไทยปีนี้สดใส หลังจากปีก่อนไม่เติบโต สวนทางตลาดประเทศพัฒนาแล้ว

  • จับตาปัจจัยลบต้นปี 3 ด้าน ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน, ภัยแล้ง, โรคปอดปริศนาในจีน เชื่อว่าผลกระทบไม่ร้ายแรง แต่อาจมีผลกับหุ้นบางกลุ่ม

  • ภาพรวมครึ่งปีแรก 2563 แนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มวัฏจักรที่ราคาไม่สูงแต่ประมาณการกำไรดี เช่น กลุ่มพลังงาน ธนาคาร การแพทย์ ลงทุนเป็นพอร์ตระยะสั้น ทำให้ปีนี้เป็น "ปีแห่งคนกล้า" รับความเสี่ยงเพื่อทำกำไร

กลยุทธ์ลงทุนหุ้นปี 2563 พร้อมความเห็นต่อสถานการณ์ความเสี่ยงต้นปีโดย SCBS "สุกิจ อุดมศิริกุล" กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดข้อมูลคาดการณ์เศรษฐกิจโลก จีดีพีโลกเติบโตที่ 3.1% ใกล้เคียงปีก่อน โดยจีดีพีสหรัฐฯ น่าจะเติบโตลดลงเหลือ 1.7% เช่นเดียวกับจีนซึ่งจีดีพีน่าจะโตลดลงเหลือ 5.7% ในขณะที่ประเทศไทยนั้น SCBS เชื่อว่าจีดีพีน่าจะโต 2.8% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งเติบโตที่ 2.5% สาเหตุที่มองเศรษฐกิจไทยเชิงบวก เนื่องจากงบประมาณภาครัฐกำลังจะผ่านความเห็นชอบ ทำให้เม็ดเงินลงทุนของรัฐที่ล่าช้าไปในปีก่อนจะเข้าสู่ระบบภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้แทน อีกส่วนหนึ่งคือท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีนโยบายผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการเข้มงวดอัตรา LTV สำหรับสินเชื่อบ้านซึ่งอาจจะปลดล็อกให้เข้าถึงง่ายขึ้นเร็วๆ นี้ เป็นผลดีกับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม สุกิจชี้ให้จับตาเศรษฐกิจจีนเพิ่มเติม แม้ว่าทุกสำนักจะคาดการณ์ว่าจีดีพีจะโตต่ำกว่า 6% แต่เป็นไปได้ว่าปีนี้จีนจะเปลี่ยนมาใช้นโยบายเชิงรุกเพื่อดันการเติบโตของเศรษฐกิจให้มากกว่า 6% ส่วนสภาวะ ตลาดหุ้น มองว่าตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ปรับตัวสูงขึ้นมากตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ปีนี้น่าจะชนเพดาน และกลายเป็นตลาดหุ้นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะอาเซียนที่มีโอกาสปรับขึ้น เจาะไปที่ ตลาดหุ้นไทย ซึ่งปีก่อนไม่เติบโตขึ้น ปีนี้น่าจะเป็นโอกาสการลงทุน คาดว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,550-1,750 จุด

เรื่องร้อนต้นปีหนู : ศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน ภัยแล้ง และโรคปอด

สุกิจยังกล่าวถึงปัจจัยลบต้นปี 2563 ซึ่งหลายฝ่ายมีความกังวล เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน” จากท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ในการแถลงวานนี้และเสียงตอบรับของประเทศอื่นในโลก เชื่อว่าความขัดแย้งนี้ไม่น่าจะยกระดับสู่สงครามเต็มรูปแบบ เป็นเพียงความขัดแย้งของ 2 ประเทศ ส่วนการที่อิหร่านอาจจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบที่เป็นทางผ่านของปริมาณน้ำมันดิบ 70% ของโลก สุกิจมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากจะเป็นการตอบโต้ที่กระทบกับทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐอเมริกา และอิหร่านไม่น่าจะเปิดแผลความขัดแย้งกับประเทศอื่นเพิ่ม ในขณะที่ประเทศอื่นยังไม่มีท่าทีสนับสนุนสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่านแต่อย่างใด [caption id="attachment_1259369" align="aligncenter" width="900"]

(photo: Shutterstock)[/caption] ดังนั้นเหตุการณ์นี้น่าจะมีผลทางจิตวิทยา ทำให้ราคาน้ำมันดิบบวกเพิ่มได้อีก 10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือไม่เกิน 75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ไม่น่าจะเกิน 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ยังไม่ถึงระดับที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อน่ากังวล เพราะซัพพลายน้ำมันดิบในมือสหรัฐฯ ยังมีสูง ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะมีผลเชิงบวกกับธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี แต่มีผลลบกับกลุ่มการบินและเดินเรือทางทะเล

"สุกิจ อุดมศิริกุล" กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS)[/caption] ส่วนสุดท้ายคือ “โรคปอดระบาดในจีน” จะเป็นผลกระทบเพิ่มเติมต่อธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจนี้มีปัญหาเดิมอยู่แล้ว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมซึ่งมีภาวะล้นตลาด

แนะลงทุน “หุ้นวัฏจักร” ทำกำไรระยะสั้น

จากปัจจัยต่างๆ ข้างต้น SCBS แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนปีนี้ ให้นักลงทุนถือครองหุ้นปลอดภัยคุณภาพสูงต่อไปในระยะยาว และมองหาหุ้นวัฏจักรที่มีค่า beta สูงจัดพอร์ตซื้อขายระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน โดยในไตรมาส 1/63 แนะนำหุ้นที่มีลักษณะเหล่านี้ 1.หุ้น global play กำไรฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก 2.ราคาน่าสนใจ ราคาลงต่ำกว่าที่ควรเมื่อปี 2562 3.บริษัทมีการปรับประมาณการกำไรขึ้น มีประเด็นการเติบโตเฉพาะตัว

ทำให้กลุ่มหุ้นวัฏจักรที่น่าจะเติบโตดีในปีนี้ ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี (เช่น IVL) โรงกลั่น (TOP) กลุ่มพลังงาน กลุ่มการแพทย์ (BCH) กลุ่มธนาคาร (TCAP, BBL) กลุ่มขนส่ง กลุ่มสื่อสาร กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนภาพรวมตลอดปี 2563 เชื่อว่า ในไตรมาส 1 หุ้นจะเป็นขาขึ้นแต่ได้รับผลกระทบบ้างจากความเสี่ยงระดับโลก ไตรมาส 2 จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่วนไตรมาส 3-4 น่าจะแกว่งตัวหรือปรับลง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...