โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ผู้นำที่โหดเหี้ยม ที่ประวัติศาสตร์จารึกว่าสังหารผู้คนไปมากที่สุดในโลก

Tidhoo - ติดหู

เผยแพร่ 19 เม.ย. 2564 เวลา 04.40 น. • Tidhoo

10 ผู้นำที่โหดเหี้ยม ที่ในประวัติศาสตร์ได้จารึกเอาไว้ ว่าในระหว่างการขึ้นมามีอำนาจได้มีการสังหารผู้คน ที่เห็นต่างและขัดขืนไปมากที่สุดในโลก

ตอนนี้เหตุการณ์ที่ดูจะดุเดือด และเป็นกระแสให้ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคงจะหนีไม้พ้นเรื่องของ มิน อ่อง หล่าย ผู้ทำกองทัพทหารก่อการรัฐประหารที่ พม่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา จนเกิดเป็นกระแสมากมาย และในที่สุดสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่าง ความรุนแรง ก็ตามมา

แต่ก่อนจะก่อรัฐประหารนั้น มิน อ่อง หล่าย เคยสร้างชื่อให้เป็นที่จดจำของทั่วโลกด้วยการปราบปรามชาวโรฮีนจาอย่างทารุณและโหดร้าย ก่อให้เกิดการเสียชีวิตขึ้นอย่างมากมาย

แต่หากลองมองย้อนกลับไปในอดีต ยังมีผู้นำอีกมากมาย ที่ขึ้นมากุมอำนาจ ด้วยความโหดร้าย ทารุณ และก่อให้เกิดการสังหารหมู่ ติดหู จึงนำ 10 ผู้นำที่โหดเหี้ยม ที่เคยมีชีวิตอยู่ในประวัติศาสตร์มาให้ลูกเพจได้ดูกันถึงความโหดเหี้ยมที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้

1. Mao Zedong

ที่สุดของผู้นำและเผด็จการ ที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของจีน ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างหื่นกระหายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามที่มีบันทึกไว้ว่า 5 ปีแรกที่ก้าวขึ้นมาสู่อำนาจ ได้สั่งประหารผู้คนไปกว่า 4-6 ล้านคน และถ้าหากไม่ฟังคำสั่ง จะถูกจับประหารทันทีไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยยอดผู้เสียชีวิตมีถึง 20 ล้านราย

2. Adolf Hitler

1 ในผู้นำสุดโหดที่โลกไม่มีวันลืมอย่างฮิตเลอร์ ผู้นำของเยอรมันและกองทัพนาซี ผู้ที่ก่อทั้งสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ตลอดระยะเวลาการคุมอำนาจของเขามีผู้เสียชีวิตไปกว่า 17 ล้านราย ซึ่งวิธีการสังหารโหดที่ทั่วโลกต้องจดจำคือการจับชาวยิวไปรมแก๊ส

3. Leopold II

กษัตริย์แห่งเบลเยี่ยม ที่ก่อตั้งอาณานิคมแห่งคองโก ทั้งจับชาวพื้นเมืองมาไว้เป็นทาสรวมถึงการค้าขายทาส ทำให้เขาสามารถทำกำไรเข้าตัวเองได้อย่างมหาศาล จากการใช้แรงงานทาสของเหล่าชาวพื้นเมืองในประเทศ จนเป็นแบบอย่างให้ทั้งฝรั่งเศสและอังกฤษทำตาม และจากการกระทำอันป่าเถื่อนนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 15 ล้านคน

4. Josef Stalin

บุคคลที่กลายมาเป็นผู้นำของสหภาพโซเวียตในปี 1924 โดยได้มีการวางนโยบายที่เชื่อว่าจะทำให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า ใครที่คิดเห็นต่างกับเขาจะมีโทษถึงประหารชีวิต ซ้ำนโยบายของเขายังเป็นที่มาของการอดตายของชาวรัสเซียกว่า 10 ล้านคน

5. Hideki Tojo

Hideki Tojo แม่ทัพแห่งพระจักรพรรดิประเทศญี่ปุ่น พ่วงด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ ผู้ที่ควบคุมหน้าที่สำคัญต่าง ๆ ในประเทศอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ การที่เขานำจักรวรรดิญี่ปุ่นไปสานสัมพันธ์กับนาซีเยอรมนีเพื่อขยายอำนาจ ทำให้เกิดยอดผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นกว่า 5 ล้านราย

6. Nicholas II

จักรพรรดินีโคไลที่ 2 หรือ นิโคลัสที่ 2 จักรพรรดิแห่งรัสเซีย เป็นพวกต่อต้านยิว และยึดมั่นในอุดมการณ์ รวมถึงความรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง การขึ้นสู่อำนาจของเขาในประเทศรัสเซียเป็นที่มาของสมญานามว่า Bloody Nicholas เพราะได้มีการสังหารโหด ทำให้ผู้คนเสียชีวิตกว่า 3 ล้านคน

7. Yahya Khan

นายพลผู้นี้กลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของประเทศปากีสถาน ด้วยผลงานดีเด่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ด้วยการเป็นผู้นำที่มาจากสงคราม นโยบายจึงมุ่งเน้นไปแต่เรื่องสงครามเท่านั้น โดยเฉพาะกับทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถาน จนทำให้มีประชากรในประเทศเสียชีวิตไปกว่า 3 ล้านคน

8. Pol Pot

อดีตผู้นำเผด็จการแห่งกัมพูชา เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายของตัวเองโดยไม่สนวิธีการใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากทำให้สาธารนูปโภคของประเทศปั่นป่วนไปหมดแล้วนั้น ยังมีการสังหารผู้เห็นต่างไปอีกกว่า 2.5 ล้านคน

9. Saddam Hussein

อดีตประธานาธิบดีของอิรัก เป็นผู้นำที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการก่อให้เกิดความขัดแย้งมากมายในช่วงชีวิตของเขา เขาก่อตั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หมู่ชาวเคิร์ดชาบัคส์ ชาวอัสซีเรีย ชาวมันเดียนและกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านเขาในช่วงมีอำนาจ และต่อสู้กับสงครามต่อต้านอิหร่านและคูเวตหลายครั้ง สำหรับผู้เสียชีวิตที่เกิดจากคำสั่งของเขามีประมาณ 2 ล้านคน

10. Ismail Enver Pasha

เขาคือหนึ่งในผู้นำที่โหดร้ายที่สุดของประเทศตุรกี ผู้นำขององค์กรปฏิวัติเติร์ก(ประเทศตุรกี) ที่ก้าวขึ้นมามีอำนาจ และทวีอำนาจมากเมื่อเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามคาบสมุทรบาลข่าน โดยการทำลายชีวิตผู้คนไปมากมาย ด้วยกองทัพที่มีจำนวนมาก ผู้นำสุดโหดรายนี้ได้ฆ่าผู้บริสุทธิ์ไปแล้วกว่า 2 ล้านคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...