โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นครศรีฯ พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกเมษายนแล้ว 1 ราย ชี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว

สวพ.FM91

อัพเดต 29 เม.ย. 2564 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 10.07 น.

จังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ระลอกเมษายน แล้ว 1 ราย เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว ขณะที่ สสจ.นครศรีธรรมราช แถลงข่าวตัวเลขผู้ป่วยเริ่มทรงตัว แต่ขอประชาชนตั้งการ์ดสูงต่อเนื่องอีกประมาณ 2 สัปดาห์ พร้อมเร่งสอบสวนโรคจากครัสเตอร์ใหม่ในวงสันทนาการ
 

วันนี้ (29 เม.ย.64) ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุมีตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงอายุและมีโรคประจำตัว ส่วนยอดผู้ป่วยรายวันตัวเลขเริ่มทรงตัว โดยวันนี้(29 เม.ย. 64) มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจำนวน 18 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 297 ราย และอยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 278 ราย และเป็นผู้ป่วยที่รักษาหายและกลับไปดูแลตัวเองต่อที่บ้านแล้ว จำนวน 19 ราย พร้อมระบุเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ ซึ่งได้กระจายต่อไปอีกหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มจากการลักลอบรวมตัวทำกิจกรรมของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้เพื่อดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคต่อไป
 

นอกจากนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้แสดงความห่วงใยไปยังประชาชนโดยขอให้ทุกคนได้ตั้งการ์ดสูงต่อเนื่องไปอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งหากการสอบสวนโรคของกลุ่มผู้ลักลอบตั้งวงสันทนาการแล้วเสร็จ คาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเร็วๆ นี้
ที่มา : ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...