โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เอฟเฟ็กต์โควิดทุบรายได้ "เซเว่น" วูบ 3 หมื่นล้าน ฉุดกำไร CPALL ร่วง 27.9%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. 2564 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 12.08 น.

เอฟเฟ็กต์โควิด ทุบรายได้ 7-Eleven หายวูบ 3.3 หมื่นล้านบาท ฉุดกำไร “CPALL” ปี’63 ร่วง 27.9% เหลือ 1.6 หมื่นล้านบาท ฟากธุรกิจ “แม็คโคร-ธุรกิจอื่น” เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่สูงขึ้น เผยงบลงทุนธุรกิจร้านสะดวกซื้อปี’ 64 วงเงินรวม 11,500-12,000 ล้านบาท

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯถึงผลการดำเนินงานปี 2563 โดยบริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิจำนวน 16,102 ล้านบาท ลดลง 27.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการดําเนินงานได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รวมถึงการมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากการถือปฎิบัติตาม TFRS16

โดยมีรายได้รวม 546,590 ล้านบาท ลดลง 4.3% ทั้งนี้รายได้จากการขายสินค้าและบริการ มีจำนวน 525,884 ล้านบาท ลดลง 4.5% โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจากมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด ทำให้จำนวนลูกค้าที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ลดน้อยลง

ปี 2563 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ(7-Eleven) มีรายได้รวม 300,705 ล้าานบาท ลดลง 33,356 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% มีกําไรขั้นต้นจํานวน 83,724 ล้านบาท ลดลง 10,103 ล้านบาท คิดเป็น 10.8% โดยมีสัดส่วนกําไรขั้นต้น 27.8% ลดลงจากปีก่อนหน้าที่อยู่ 28.1%

มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทําให้การประหยัดต่อขนาดที่ศูนย์กระจายสินค้าลดลง รวมถึงสัดส่วนของรายได้จากการขายสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นสูงลดลง

ในขณะที่ธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าระบบสมาชิกแบบชำระเงินสดและบริการตนเอง (แม็คโคร) ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการไว้ได้ในระดับหนึ่ง จากการเติบโตของธุรกิจแม็คโครประเทศไทย และสาขาในประเทศอินเดียและกัมพูชา

โดยมีกําไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ก่อนหักรายการระหว่างกัน 8,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี

ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่นมีกําไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 4,543 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและมีการบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม ทําให้มีความสามารถในการทํากําไรที่ดีขึ้น

ทั้งนี้รายได้รวมก่อนหักรายการระหว่างกัน แบ่งสัดส่วนตาม 3 ธุรกิจหลักมีดังนี้ กลุ่มที่ 1 รายได้จากธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีสัดส่วน 55% กลุ่มที่ 2 รายได้จากธุรกิจค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตนเองมีสัดส่วน 37% และกลุ่มที่ 3 รายได้จากธุรกิจอื่นๆ ในประเทศไทยมีสัดส่วน 8% ทั้งนี้สัดส่วนรายได้ของกลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนตามรายได้ที่สูงขึ้น ในขณะที่กลุ่ม 1 มีรายได้ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน

สำหรับกำไรขั้นต้นในปี 2563 ของ CPALL มีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการ 115,004 ล้านบาท ลดลง 7.9% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากการขายของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ในขณะที่ธุรกิจแม็คโครยังสมารถรักษาการเติบโตของกำไรขั้นต้นได้ และจากการลดลงของกำไรขั้นต้นของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในงบการเงินรวมของ CPALL ลดลงเป็น 21.9% จาก 22.7% ในปี 2562

สิ้นปี 2563 ทาง CPALL มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น(DE) 1.62 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.94 เท่า เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก CPALL มีเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วม

ทั้งนี้ CPALL มีหน้าที่ต้องปฎิบัติตามข้อกําหนดสิทธิตามภาระหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้ ซึ่ง CPALL ต้องดํารงไว้ซึ่งอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น (Net Debt to Equity Ratio) โดยคํานวณตามข้อมูลในงบการเงินรวมประจํางวดบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ไม่เกิน 2:1

อย่างไรก็ดี CPALL คาดการณ์และแนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อในปี 2564 บริษัทวางแผนที่จะลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่อีกประมาณ 700 สาขา คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 11,500 – 12,000 ล้านบาท

แยกเป็นการเปิดร้านสาขาใหม่ 3,800 – 4,000 ล้านบาท การปรับปรุงร้านเดิม 2,400 – 2,500 ล้านบาท โครงการใหม่, บริษัทย่อยและศูนย์กระจายสินค้า 4,000 – 4,100 ล้านบาท สินทรัพย์ถาวร และระบบสารสนเทศ 1,300 – 1,400 ล้านบาท

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ 

CPall-คาดการณ์รายได้

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...