โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "พล.อ.มิน อ่อง ลาย" ผู้นำยึดอำนาจในพม่า 1 ในลูกบุญธรรม พล.อ.เปรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.พ. 2564 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2564 เวลา 02.37 น.
(FILES) This file photo taken on July 19, 2018 shows Myanmar's commander-in-chief, Senior General Min Aung Hlaing, attending a ceremony marking Myanmar independence hero General Aung San and eight others assassinated in 1947, during the 71st anniversary of Martyrs' Day in Yangon. - Myanmar's army chief said on September 23, the United Nations had no right to interfere in the sovereignty of the country a week after UN investigators called on him and other top generals to be prosecuted for “genocide” against the Rohingya minority. (Photo by YE AUNG THU / AFP)

“ในบางสถานการณ์ก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องล้มล้างรัฐธรรมนูญ”

วรรคทองสำคัญของพล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเมียนมา ที่ถูกตีพิมพ์ในนสพ.เมียวดี ทำให้ข่าวลือการรัฐประหารยึดอำนาจในเมียนมากระหึ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เป็นข่าวลือท่ามกลางสถานการณ์ที่กองทัพเมียนมา แสดงท่าทีไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของ นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ เป็นฝ่ายกวาดชัยชนะไปอย่างถล่มทลาย

ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสมัยที่ 2 โดยคว้าที่นั่งในสภาไปถึง 346 ที่นั่ง แบ่งเป็น สภาผู้แทนราษฎร หรือสภาล่าง 258 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ที่นั่ง) และสภาชนชาติ หรือสภาสูง 138 ที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ที่นั่ง)

ยัดเยียดสถานะฝ่ายค้านให้แก่ พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ( USDP) พรรคร่างทรงของกองทัพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนของกองทัพอีกหน โดย USDP มีเสียงในสภาล่าง 26 ที่นั่ง และสภาชนชาติ 7 ที่นั่ง (ลดลงจากเดิมสภาละ 4 ที่นั่ง)

แม้กองทัพเมียนมา จะออกมาสยบข่าวลือ ด้วยการออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า จะมุ่งมั่นปกป้องรัฐธรรมนูญและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พร้อมปฏิเสธข้อครหาว่า กองทัพต้องการยึดอำนาจ ยกเลิกรัฐธรรมนูญจากวรรคทองของ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ด้วย โดยระบุว่า เป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงขององค์กรบางแห่งและสื่อบางสำนัก

ซึ่งการออกมาสยบความลือดังกล่าว ก็เนื่องจากนานาชาติ ต่างจับตาสถานการณ์ภายในเมียนมาอย่างใกล้ชิด โดย องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และ 16 สถานทูตชาติตะวันตก ได้ออกแถลงการณ์ จี้ให้กองทัพเคารพผลการเลือกตั้ง

พร้อมๆกับให้ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย ด้วยการจัดประชุมรัฐสภาชุดใหญ่ เลือกประธานสภาฯ และผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเปิดประชุมรัฐสภาชุดใหม่

กองทัพเมียนมากลับตัดสินใจล้มหนทางประชาธิปไตย ด้วยการจับกุม นางออง ซาน ซูจี พร้อมด้วย นายอู วิน มินต์ ประธานาธิบดีเมียนมา และผู้นำพรรคคนอื่นๆด้วย

มีรายงานด้วยว่า หลังจากมีการจับกุมแกนนำพรรค NLD ทหารได้เข้าตรึงกำลังในกรุงเนปิดอว์และย่างกุ้ง และยังมีการตัดสัญญาณระบบทั้งทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตภายในประเทศเมียนมาด้วย

ระหว่างรอยืนยันข่าวการรัฐประหารในเมียนมา

สปอร์ตไลท์ต่างส่องไปยัง พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของกองทัพเมียนมา ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

ตามประวัติ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย ได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตั้งแต่ปี 2554

ปัจจุบันอายุ 65 ปี เกิดที่ทวายในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นข้าราชการฝ่ายวิศวกรรมโยธา

เคยเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ก่อนเปลี่ยนมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ได้เป็นทหารและไต่ระดับขึ้นสู่ตำแหน่งต่างๆ อย่างรวดเร็ว ผ่านการเป็นผู้บัญชาการรัฐมอญ เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการกรมทหารภาคสามเหลี่ยมในรัฐฉาน เป็นผู้บัญชาการกองยุทธการพิเศษที่ 2 หน่วยบัญชาการทหารภาครัฐฉาน และรัฐกะเหรี่ยง และเสนาธิการร่วมกองทัพพม่า เป็นต้น

พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย เป็น 1 ในผู้นำทหาร ที่ถูกสหรัฐอเมริกา ขึ้นแบล็คลิสต์ ห้ามเข้าประเทศ ในฐานะผู้มีบทบาทในการกวดล้าง วิสามัญฆาตกรรมชาวมุสลิมโรฮีนจาในประเทศเมียนมา เมื่อปี 2562

คนไทยรู้จักดี ในฐานะเป็นบุตรบุญธรรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษผู้ล่วงลับ

วันที่เดินทางมาประเทศไทยเพื่อมาลงนามแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ พล.อ.เปรม ที่ทำเนียบองคมนตรี ได้เผยความรู้สึกตอนหนึ่งว่า เหมือนสูญเสียบิดา

“อายุของพล.อ.เปรมห่างจากพ่อของผมเพียง 1 ปี และพ่อของผมได้เสียชีวิตเมื่อปี 2545 และหลังจากนั้น 10 ปี ผมก็ได้พบกับ พล.อ.เปรม”

“เมื่อได้เป็นผบ.ทสส. แล้วจึงได้เข้าพบพล.อ.เปรม และได้นั่งเคียงข้างกัน ได้จับมือกัน ถ้ามีเรื่องอะไรที่สำคัญก็จะจับมือคุยกันเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นทุกครั้งที่ได้พูดคุยกัน ผมจึงเปรียบพล.อ.เปรมเหมือนบิดา คำสั่งสอนต่างๆของพล.อ.เปรมก็มีมากมาย ประกอบด้วย 2 ประเด็น คือ 1.ทางด้านการเมือง ก็จะพูดถึงประชาธิปไตย ก็จะต้องเป็นประชาธิปไตยของประเทศของตนเอง หรือประเทศใครประเทศคนนั้น ให้เหมาะสมกับประเทศตนเอง และประเด็นที่ 2 ที่พล.อ.เปรมพูดอยู่เสมอว่า เราเกิดในแผ่นดินนี้ เราต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ถ้าใครไม่ตอบแทนคุณแผ่นดิน คนนั้นถือว่า เป็นคนทรยศต่อประเทศชาติ”

ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์ ยืนยันข่าวการรัฐประหารในเมียนมาแล้ว

โดยกองทัพเมียนมา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี พร้อมอ้างเหตุผลของการควบคุมตัวดังกล่าวนั้น มาจากการทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

พร้อมรายงานด้วยว่า สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของกองทัพเมียนมาได้ออกออกกาศ ประกาศว่า อำนาจการบริหารประเทศได้ถูกส่งมอบต่อให้กับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาเรียบร้อย

หรือ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย เจ้าของวรรคทอง ที่มาของเรื่องนี้

โดยให้ พล.อ.มินต์ ส่วย รองประธานาธิบดี ขึ้นเป็นประธานาธิบดีชั่วคราว 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...