โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

นครพนมฉ่ำหนาว ชาวสวนกะหล่ำปลีริมโขงรวยเละ ปลูก 3 เดือนโกยไร่ละแสน

77kaoded

เผยแพร่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 06.54 น. • 77 ข่าวเด็ด

นครพนม - ฉ่ำหนาว ชาวสวนกะหล่ำปลีริมโขงรวยเละ ปลูก 3 เดือนโกยไร่ละแสน แถมเป็นจุด Check-in เที่ยวเชิงเกษตร นักท่องเที่ยวปลื้มแห่ Selfie

https://youtu.be/vdGNLgz8LCk

วันที่ 8 มกราคม 2564 จากสภาพอากาศในพื้นที่นครพนมยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 9 -12 องศาเซลเซียส  ถือว่าปีนี้อากาศหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา และส่งผลดีต่อเกษตรกรที่ปลูกพืชผักตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่อำเภอบ้านแพง,ท่าอุเทน,เมืองฯ,และอำเภอธาตุพนม โดยเกษตรกรจะปลูกพืชผักสวนครัว รวมแล้วจำนวนหลายร้อยไร่  ซึ่งในฤดูนี้ช่วงตุลาคม - กุมภาพันธ์  มักเป็นผักที่กินใบเป็นส่วนใหญ่ และชอบอากาศหนาว ๆ เช่น กะหล่ำดอก, กะหล่ำปลี, บรอกโคลี, ปวยเล้ง, แครอท, ผักกาดขาว, ผักสลัด, และผักกาดหอม เป็นต้น

หากเป็นฤดูแล้งระหว่างมีนาคม – พฤษภาคม หลังน้ำโขงลด ฤดูร้อน ผักที่จะขึ้นได้ดีในฤดูนี้จะมีลักษณะที่ทนแล้งหรือชอบน้ำน้อย เช่น ฟักทอง, มะระ, บีทรูท, แตงกวา, คะน้า, ใบเหลียง, ผักหวาน, บวบ และมันมือเสือ เป็นต้น

การปลูกผักฤดูหนาวของเกษตรกรริมฝั่งแม่น้ำโขง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่ง ที่ปลูกส่งขายตลาด ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ยาวถึงเทศกาลสงกรานต์ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และยังเป็นผักปลอดสารพิษอีกด้วย เนื่องจากปลูกในดินตะกอนแม่น้ำโขงมีแร่ธาตุที่พืชต้องการจำนวนมาก

เช่นเดียวกันกับพื้นที่บ้านบึงหล่ม หมู่ 6 ต.ดงขวาง อ.เมืองนครพนม จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นยะเยือก ส่งผลดีต่อพื้นที่ปลูกกะหล่ำปลีปลอดสารพิษของเกษตรกร แร่ธาตุที่สำคัญในดินตะกอนทำให้ผักโตเร็วได้น้ำหนัก ใช้ระยะเวลาปลูกสั้นประมาณ 3 -4 เดือน สามารถเก็บผลผลิตขายสร้างรายได้สู้ภัยโควิด ถึงแม้จะราคาไม่สูงนัก ตกกิโลกรัมละประมาณ 8 -10 บาท แต่สภาพอากาศหนาวเป็นปัจจัยทำให้โตเร็ว  สามารถทำเงินได้ไร่ละเกือบแสนบาท

นอกจากนี้พื้นที่แปลงปลูกรกะหล่ำปลีของชาวบ้าน ไม่เพียงเป็นพื้นที่เกษตรสร้างรายได้แล้ว ยังกลายเป็นที่สนใจของประชาชน นักท่องเที่ยวแห่เดินทางมาเช็คอิน(Check-in) หรือเซลฟี (Selfie) ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เที่ยวชมความสวยงามของแปลงกะหล่ำปลี ริมฝั่งแม่น้ำโขง จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยทาง อบต.ดงขวาง ได้มีการพัฒนาจัดทำจุดเช็คอิน ถ่ายภาพ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย

นายทองเลิศ เอมโอษฐ์ อายุ 70 ปี เกษตรบ้านบึงหล่ม หมู่ 6 ต.ดงขวาง เปิดเผยว่า ช่วงฤดูแล้งทุกปีน้ำโขงจะมีปริมาณลดลง  ก็จะทำการเกษตรปลูกพืชผักเศรษฐกิจหลายชนิดส่งขายตลาด อาทิ ผักสลัด คะน้า ต้นหอม รวมถึงกะหล่ำปลี  เพราะพื้นที่ริมโขงหลังน้ำลดเป็นดินตะกอน ทำให้เอื้อต่อการทำการเกษตรดูแลไม่ยาก เพราะใช้น้ำจากน้ำโขงที่ไม่เคยแห้งเหือด และเป็นเกษตรปลอดสารพิษ ยิ่งในปีนี้กะหล่ำปลี ถือว่าได้ผลผลิตดี ยิ่งมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ทำให้ผักโตเร็วใช้เวลาแค่ 3-4 เดือน ไม่ต้องใช้เวลาดูแลนาน  สามารถเก็บขายได้เร็ว

ปีนี้ถึงแม้จะเจอปัญหาโควิดระบาด แต่สำหรับอาชีพการเกษตร ยังสามารถขายได้ เหมาะอย่างยิ่งผู้รักสุขภาพ ที่ต้องการบริโภคผักปลอดสารพิษ  มีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน ราคากิโลกรัมละประมาณ 8 -10 บาท บางรายขายได้ไร่ละเกือบแสน ถือว่าสร้างรายได้ดีพอสมควร จึงเป็นอาชีพเกษตรพอเพียงที่สร้างรายได้อย่างงาม อีกทั้งยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้วย มีคนมาเที่ยวชมตลอด เพราะว่าแปลงกะหล่ำปลีช่วงให้ผลผลิตจะมีความสวยงามมาก

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...