โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโตแรง "นิสชิน" ลุ้นขึ้นบริษัท 1 ล้านล้านเยน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 เม.ย. 2563 เวลา 04.34 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2563 เวลา 04.34 น.
Sugar Foods Corp. and Nissin donate several pallets of food to the El Camino Warrior Pantry. (Courtesy photo)

คอลัมน์ Market Move

สภาพเศรษฐกิจตกสะเก็ด และจำนวนคนว่างงานที่เพิ่มขึ้น เป็นผลกระทบที่เลี่ยงไม่ได้จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น

แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตอนนี้กำลังกลายเป็นตัวเลือกของผู้คนจำนวนมากทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก ระหว่างการเก็บตัวอยู่ในบ้านหรือที่พัก และต้องรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายรับมือกับการขาดรายได้ชั่วคราว

นักวิเคราะห์คาดว่า “นิสชิน” ยักษ์วงการบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอาจมีลุ้นที่จะบรรลุเป้าหมายในการก้าวขึ้นเป็นบริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านเยนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นปีนี้ตามที่วางไว้ จากมูลค่า 9.31 แสนล้านเยนในปัจจุบัน

สำนักข่าวนิกเคอิ รายงานว่า ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมายอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น โดยชาวญี่ปุ่นซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยไปมากถึง 7.19 ล้านถ้วย เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนิสชิน ขนาด 78 กรัม ครองแชมป์สินค้าขายดีที่สุด

ตัวเลขนี้นับเป็นการเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญสำหรับประเทศที่มีคนสูงวัยจำนวนมาก และประชากรกำลังหดตัวต่อเนื่อง

ส่วนด้านตลาดสหรัฐอเมริกานั้น แม้ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขชัดเจน แต่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจของมาตรการโซเชียลดิสแทนซิ่งที่บีบให้หลายธุรกิจต้องเลย์ออฟ หรือให้พนักงานหยุดงานแบบไม่ได้รับค่าจ้าง จะทำให้ดีมานด์อาหารราคาถูกอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

สภาวะเช่นนี้ทำให้ “นิสชิน” หนึ่งในผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของญี่ปุ่น มีแนวโน้มจะได้รับอานิสงส์โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา ที่ยักษ์ใหญ่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพยายามรุกเข้าไปสร้างฐานลูกค้ามาอย่างยาวนาน จนเริ่มสร้างโมเมนตัมได้บ้างแล้ว สะท้อนจากยอดขายช่วง 3 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2562 (เม.ย. 62-ธ.ค. 62) เพิ่มขึ้นอีก 5% เป็น 4.85 หมื่นล้านเยน หรือ 1.47 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 3.6 พันล้านเยน หรือ 1.09 พันล้านบาท นับเป็นการเติบโตมากกว่า10 เท่า จากผลกำไร 300 ล้านเยน ในช่วงเดียวกันเมื่อปี 2558 จนปัจจุบันกำไรจากภูมิภาคนี้มีสัดส่วนถึง 10% ของกำไรทั้งหมด

นักวิเคราะห์มองว่า นอกจากดีมานด์ช่วงโควิด-19 และการที่แบรนด์เป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันแล้ว นิสชินยังมีข้อได้เปรียบจากการมีพอร์ตโฟลิโอสินค้าทั้งเซ็กเมนต์ระดับแมสและพรีเมี่ยม หลังการปรับกลยุทธ์เมื่อปี 2558 ที่หันมามุ่งจับผู้บริโภคในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมมากขึ้นด้วยจุดขายด้านนวัตกรรม เพื่อเลี่ยงการแข่งขันราคาดุเดือดในตลาดระดับแมสหลังจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บริษัทสามารถรองรับดีมานด์จากทั้งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วยจุดขายด้านราคา ส่วนกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อสามารถจูงใจด้วยจุดขายด้านนวัตกรรมและความสะดวก

เห็นได้จากช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา “นิสชิน” ลอนช์สินค้าไฮไลต์ตัวใหม่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับอุ่นด้วยไมโครเวฟ สอดคล้องกับพฤติกรรมของชาวอเมริกันที่นิยมเติมน้ำธรรมดาลงในถ้วยบะหมี่ก่อน แล้วจึงนำไปต้มให้ร้อนในไมโครเวฟ แทนการเติมน้ำร้อนลงในถ้วยแบบชาวญี่ปุ่น โดยสินค้าใหม่นี้สามารถวางขายในเชนร้านค้าปลีกวอลมาร์ตกว่า 2.8 พันสาขาทั่วสหรัฐ ด้วยราคา 2 เหรียญสหรัฐต่อถ้วย สูงกว่าเซ็กเมนต์แมสที่สินค้าจะมีราคา 1 เหรียญสหรัฐต่อ 3 ถ้วยอยู่มาก ซึ่งเป็นไปตามแผนเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าพรีเมี่ยมจาก 30% เป็น 40-50% ด้วยทัพสินค้าราคาสูงกว่า 2 เหรียญสหรัฐ

เมื่อรวมแนวโน้มนี้กับผลประกอบการปีงบประมาณ 2562 (เม.ย. 62-มี.ค. 63) ที่นิสชินมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2% เป็น 35.5 พันล้านเยน หรือประมาณ 1.07 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วน 80% มาจากตลาดในประเทศญี่ปุ่นเอง และ 10% มาจากสหรัฐอเมริกา ได้หนุนให้ราคาหุ้นของบริษัททำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 9,440 เยน หรือคิดเป็นมูลค่า 9.31 แสนล้านเยนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...