โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Sustainable Investment”…ลงทุนวิถีใหม่เน้น ‘ความยั่งยืน’ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2564 เวลา 12.47 น. • ธีรวัตร์ นรอิงคสิทธิ์

ในปี2564 นี้คิดว่าหลายคนคงต้องเคยผ่านตากันมาบ้างกับ Sustainable Investment” หรือ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ที่เป็นแนวคิดการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล(Environment, Social, Governance: ESG) ของธุรกิจในบทความนี้จะอธิบายถึงที่มาที่ไปทำไมแนวคิดนี้ถึงน่าสนใจและจะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทไหนหรือกองทุนไหนได้รับ ESG Rating” เท่าไร
ปัจจุบันนักลงทุนนำแนวคิดนี้มาประกอบการพิจารณาการลงทุนควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและสร้างผลกระทบเชิงบวกหรือลดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านนี้เป็นหลัก คือด้านสิ่งแวดล้อม, ด้านสังคม และด้านการกำกับดูแล
ด้านสิ่งแวดล้อม:จะดูหลักเกณฑ์ที่บริษัทคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งในปัจจุบันสามารถวัดได้จากปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณการปล่อยของเสียจากการผลิตปริมาณกระดาษที่ใช้และการประหยัดพลังงานและการใช้น้ำของสถานประกอบการ เป็นต้น
ด้านสังคม: จะเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้วัดว่าบริษัทมีการจัดการความสัมพันธ์และมีการสื่อสารทั้งกับลูกค้า, ซัพพลายเออร์ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร ซึ่งสามารถวัดได้ด้วยจำนวนพนักงานที่ได้รับการยกระดับทักษะดิจิทัลภายในองค์กรจำนวนของพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมให้ทราบถึงผลกระทบของESG ที่มีต่อการประกอบธุรกิจกิจกรรมเพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทานขององค์กรเป็นต้น
ด้านการกำกับดูแล: เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้วัดว่าบริษัทมีการจัดการบริการความสัมพันธ์ในเชิงกำกับดูแลอย่างไร เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพโปร่งใสตรวจสอบได้ สามารถวัดได้จากความแตกต่างหลากหลายของผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทการดำเนินการเพื่อลดการทุจริตการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมด้านESG ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการมีโครงสร้างกำกับดูแลกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
“เมื่อทราบกันแล้วว่า ‘การลงทุนอย่างยั่งยืน’ หมายความว่าอย่างไรก็มาดูกันว่าทำไมแนวคิดนี้ถึงน่าสนใจ ข้อมูลจาก Morningstar, 2021, University of Oxford, UOB Asset Management Analysis เผยว่ามีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในกองทุน ESG ทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 155 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐเป็น 349.8 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็นจำนวน 2.3 เท่าและในเอเชียเองก็เพิ่มขึ้นจาก 850 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐเป็น 16.9 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐหรือคิดเป็น 19.9 เท่า จากตัวเลขทั้งสองนี้ทำให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิดการลงทุนอย่างยั่งยืน”

มาถึงตรงนี้ คิดว่านักลงทุนหลายท่านเริ่มจะเห็นถึงความสำคัญใน “การลงทุนอย่างยั่งยืน” แล้ว นอกจากจำนวนเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยังมีกฎเกณฑ์และข้อตกลงต่างๆ ที่เกื้อหนุนให้บริษัทหันมาใส่ใจในเรื่องESG มากขึ้นการร่วมมือของหลายๆ ประเทศที่พยายามจะควบคุมอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส การลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกและเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อยหันมาใส่ใจกับผลกระทบของการลงทุนและบทบาทของสินทรัพย์ในการส่งเสริมประเด็นดังกล่าว
“ในอดีตแนวคิดวิธีการลงทุนใน ESG ถูกเรียกว่า ‘Value-based Exclusion’ หรือถ้านักลงทุนทราบว่าบริษัท A ทำธุรกิจเกี่ยวกับถ่านหินอาจจะเลือกไม่ลงทุนในบริษัทนี้เนื่องจากทำลายสิ่งแวดล้อม ต่อมาแนวคิดวิธีการลงทุนได้ถูกพัฒนามากขึ้นเป็น ‘Impact Investing’ หรือการลงทุนเพื่อให้บริษัทสร้างผลกระทบเชิงบวกในเรื่องของสิ่งแวดล้อมสังคมการกำกับดูแลและในปัจจุบันแนวคิดนี้ก็ถูกพัฒนาไปเป็น ‘ESG Integration (Risk Adjusted Return)’ เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นโดยนักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนจะนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาประกอบการตัดสินใจลงทุน เช่นถ้าบริษัทไหนใส่ใจในเรื่อง ESG ก็จะนำเข้ามาเป็นอีกปัจจัยในการพิจารณาลงทุนในบริษัทนั้นๆ”

หากต้องการทราบข้อมูลด้าน ESG ของแต่ละบริษัทหรือกองทุน “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในไทยผ่านเว็บไซต์ https://www.setsustainability.com/ ซึ่งจะมีตั้งแต่ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอย่างยั่งยืน, การสัมมนาและอบรมต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนอย่างยั่งยืนรวมถึงรายชื่อบริษัทและตัวชี้วัดที่นำมาใช้นักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้
นอกจาก “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” แล้ว ยังมีเว็บไซต์ “มอร์นิ่งสตาร์” ที่ทำการให้คะแนน Morningstar Sustainability Rating’ เป็นการให้คะแนนในรูปแบบของรูปลูกโลกตั้งแต่ 1-5 ลูกโลกโดยคำนวณคะแนนที่ผ่านการวิเคราะห์โดย Sustainanalytics” ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ด้าน ESG ครอบคลุมกว่า 10,000 บริษัททั่วโลกและมากกว่า 140 บริษัทในประเทศไทย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.morningstarthailand.com/th/topics/172927/theme/esg.aspx
“ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าการลงทุนใน ‘หุ้น’ หรือ ‘กองทุน’ ที่เน้นความยั่งยืนจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งในอดีตหลายคนอาจมองว่าการพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่ไปกับปัจจัยทางการเงินอาจส่งผลลบต่อผลตอบแทน แต่ในปัจจุบันมุมมองนี้เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการลงทุนในลักษณะของการผสมผสานการวางแผนด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและการกำกับดูแลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้นกว่าเดิมหรือเรียกได้อีกอย่างว่าเป็นการมองทุกปัจจัยอย่างรอบด้านมากขึ้น”
สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอฝากประโยชน์สองข้อที่ได้จากการลงทุนใน ESG ให้กับนักลงทุนทุกท่านนั่นคือการที่ได้ร่วมลงทุนไปกับบริษัทที่มีแนวโน้มที่จะโตไปกับเทรนด์ในอนาคต เช่น บริษัทในกลุ่มพลังงานสะอาด, รถยนต์ไฟฟ้าเป็นต้น และการลงทุนใน “หุ้น” หรือ “กองทุนกลุ่ม ESG” นั้นทำให้รู้สึกดี เนื่องจากการลงทุนใน ESG นั้นไม่ใช่เพียงแค่ผู้ลงทุนเองได้รับผลตอบแทนแต่การลงทุนนี้ยังช่วยให้โลกดีขึ้นและน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...