โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครคือเจ้านายและบุคคลสำคัญที่ป่วยด้วย “โรคระบาด” ในประวัติศาสตร์ไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ม.ค. 2565 เวลา 22.10 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2565 เวลา 22.02 น.
ภาพจิตรกรรมในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐ (ซ้าย) พระสงฆ์กำลังขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท นัยว่าคงเตรียมขึ้นสวดอาฏานาฏิยปริตร (บน) ภายในกำแพงพระบรมมหาราชวังฝ่ายใน จะเห็นนางในทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ซึ่งมีขึ้นเมื่อครั้งเกิดอหิวาตกโรคระบาด ในรัชกาลที่ 2 (ภาพจากหนังสือราชประดิษฐพิพิธทรรศนา)

สถานการณ์โรคระบาดที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ในอดีตก็เคยเกิดขึ้นในโลกและในประเทศไทย แม้บางท่านอาจเห็น ว่าความรุนแรง และรวดเร็วของการระบาดเทียบไม่ได้เลยกับโควิด 19 ในปัจจุบัน แต่ความก้าวหน้าวิชาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่จะใช้รักษาโรคขณะนั้นก็เทียบไม่ได้กับขณะนี้เช่นกัน

โรคระบาดสำคัญๆ อย่าง โรคอหิวาตกโรค, ไข้ทรพิษ, กาฬโรค จึงคร่าชีวิตผู้คนนับแสนชีวิต  

ในประวัติศาสตร์ไทยบันทึกว่า มีบุคคลสำคัญตั้งแต่ พระมหากษัตริย์, เจ้านายชั้นสูง, เสนาบดี, คณะทูต ฯลฯ ทรงป่วย/ป่วย โดยเฉพาะอหิวาตกโรค และไข้ทรพิษ ที่มีการระบาดเกิดขึ้น ซึ่งบางกรณีก็ถึงขั้น “เสียชีวิต” ไม่น้อยที่เดียว ตัวอย่างเช่น

อหิวาตกโรคระบาดในรัชกาลที่ 2 ตรงกับการระบาดทั่วโลกครั้งแรก (พ.ศ. 2360-66) จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดพระนคร โรคระบาดมากอยู่ราว 2 สัปดาห์ แต่มีผู้ป่วยเสียชีวิตจนเผาศพไม่ทัน จนมีคำเปรียบเทียบว่า “ศพที่ป่าช้าตามวัดต่างๆ ก่ายกันเหมือนกองพื้น”

ครั้งนั้นนอกจากประชาชนที่เสียชีวิตหลายหมื่นคนแล้ว ในปี 2363 ยังมีพระบรมญาติพระองค์เจ้าหญิง 2 พระองค์สิ้นพระชนม์ และคณะราชทูตเวียดนาม (ที่เชิญพระราชสาส์นของพระมหากษัตริย์เวียดนามซึ่งเพิ่งขึ้นครองราชย์เข้ามาถวาย) เสียชีวิต ต่อมาในปี 2365 มีพระเจ้าน้องยาเธอ 1 พระองค์ สิ้นพระชนม์ด้วยอหิวาตกโรคระบาด [1]

ในรัชกาลที่ 3 อหิวาตกโรคเกิดระบาดขึ้นมากในปี 2392 ซึ่งตรงกับการระบาดทั่วโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2389-2405) เสนาบดีคนสำคัญสมัยนั้น ได้แก่ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ถึงแก่อนิจกรรมด้วยอหิวาตกโรคที่บ้านหลวงริมคลองโอ่งอ่างซึ่งเป็นบ้านพระราชทานในคราวนี้ด้วย

“พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระอาลัยในขุนพลแก้วของพระองค์ จะเสด็จไปพระราชทานน้ำอาบศพ การก็ขัดข้อง ด้วยเป็นเวลากําลังไข้ระบาดอยู่ จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเกียรติยศสูงเท่าที่จะพระราชทานแก่เสนาบดี อันมีทองคําปิดหน้า ศพ 1 ซองทองคํามีธูปเทียนดอกไม้ให้ศพถือ 1 ตลอมพอกพัน โหมดเทศ มีเกี้ยวทองคําสวมศีรษะศพ 1 เสื้อครุยสําริดทอง และ ผ้าสมปักลายนุ่งศพสํารับ  ผ้าส่านเทศสีขาวหุ้มห่อศพ 1 โกศไม้ สิบสองลายกุดั่นปั้นด้วยกากรัก ปิดทองคําเปลว พร้อมชั้นแว่นฟ้า รองโกศสองชั้น 1…” [2]

ต่อมาในรัชกาลที่ 5 เกิดอหิวาตกโรคระบาดใหญ่ขึ้นอีก 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ. 2435 และปี พ.ศ. 2443 การระบาดทั้งสองครั้งนี้ไม่มีบันทึกไว้ในที่ใด นอกจากในหนังสือ “McFarland of Siam” แต่งโดย Bertha Blount McFarland (อ้างอิงจากอนุสรณ์กระทรวงสาธารณสุขครบ 20 ปี พ.ศ. 2485-2505) มีบันทึก

 “พ.ศ. 2443 เป็นปีอหิวาต์ นับว่าเป็นการระบาดร้ายแรงที่สุดคราวหนึ่ง มีคนตายหลายหมื่นคน พี่ชายพระอาจวิทยาคม ชื่อ วิลเลียม แม็คฟาร์แลนด์ ก็ป่วยเป็นอหิวาตกโรคถึงแก่กรรมในกรุงเทพฯ…” [เน้นโดยผู้เขียน]

ส่วนไข้ทรพิษ ที่แม้ปัจจุบันถูกกำจัดไปจากธรรมชาติอย่างสมบูรณ์หมดไปจากโลก(ตามประกาศขององค์การนามัยโลก 9 ธันวาคม 2522) ก็ตาม แต่ก่อนหน้าในไทย ไข้ทรพิษเคยระบาดจนมีผู้ป่วยหลายหมื่นคน ในจำนวนนั้นมีบุคคลสำคัญระดับประเทศหลายคนเคยเจ็บป่วยด้วยโรค และบางรายก็ถึงแก่ชีวิต ตัวอย่างเช่น

สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้แก่ สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาทรงประชวรด้วยไข้ทรพิษจนสวรรคต และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งที่ตามเสด็จสมเด็จสมเด็จพระมหาธรรมราชา เพื่อยกกองทัพไปช่วยพระเจ้าหงษาวดีตีลานช้างในปี 2117 พระนเรศวรประชวรด้วยไข้ทรพิษ พระเจ้าหงษาวดีจึงอนุญาตให้พระองค์ยกทัพกลับ

สมัยรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยามหิธร(ลออ ไกรฤกษ์)  เมื่ออายุ 10 ปีก็ป่วยเป็นไข้ทรพิษ ถูกทิ้งให้นอนบนใบตองอยู่ตนเดียว นอกจากมารดาไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ [3] และพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทยเมื่ออายุ 2 ปี ก็เคยป่วยเป็นไข้ทรพิษ [4]

 

เชิงออรรถ

[1] ประเมิน จินทวิมล.”ประวัติการควบคุมโรคติดต่ออันตรายในประเทศไทย”ใน อนุสรณ์กระทรวงสาธารณสุขครบ 20 ปี พ.ศ. 2485-2505

[2] รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ. เจ้าพระยาบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สมหุนายก แม่ทัพใหญ่ผู้สำเร็จราชการในสงครามอานามสยามยุทธ์

[3] เรื่องเจ้าพระยามหิธร. ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยามหินธร(ลออ ไกรฤกษ์) ณ วัดเพทศิรินทราวาส วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499

[4] ส. พลายน้อย. พระยาพหลฯ นายกรัฐมนตรีผู้ซื่อสัตย์, สำนักพิมพ์มติชน 2555

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 30 มีนาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...