โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลยุทธ์แบ่งไม้ซื้อหุ้นคุณค่า ช่วงตลาดขาลง

SET ตลาดหลักทรัพย์ฯ

อัพเดต 04 เม.ย. 2563 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 04 เม.ย. 2563 เวลา 10.23 น. • SET Education

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยลบจะยังคอยรบกวนบรรยากาศการลงทุน อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจัยทั้งหลายจะทำให้ราคาหุ้นหลายตัว รวมถึงหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง หุ้นปันผล หรือหุ้นคุณค่า ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

มีคำถามตามมาว่า ราคาหุ้นที่ปรับลดลงระดับนี้ควรช้อนซื้อหรือไม่ เพราะนักลงทุนเริ่มมองว่าน่าจะเป็นราคา “ใกล้ Low มากที่สุด” แต่ในโลกการลงทุนไม่มีใครประเมินตลาดหุ้นได้อย่างแม่นยำ เพราะฉะนั้น กลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจ คือ ค่อยๆ ทยอยซื้อ หรือเรียกว่า แบ่งไม้ซื้อ

 

การแบ่งไม้ซื้อหุ้น จะได้ผลก็ต่อเมื่อนักลงทุนมองว่า

1. ราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีก

2. ไม่รู้ว่าราคาต่ำสุด (Low) อยู่ตรงไหน

 

ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องอาศัยกลยุทธ์ถอยรับลงไปเรื่อยๆ คือ แบ่งซื้อหลายๆ ไม้ ซึ่งวิธีที่นิยม ได้แก่

 

1. ดูสถิติราคาย้อนหลัง

ก่อนตัดสินใจแบ่งไม้ซื้อ อาจกลับไปดูสถิติราคาหุ้นย้อนหลังในช่วงเกิดวิกฤติรอบที่ผ่านมา เช่น วิกฤติซับไพร์ม ว่าปรับลดลงไปในลักษณะแบบไหนและลดลงต่ำสุดที่เท่าไหร่

 

เช่น หุ้น XYZ ซื้อขายที่ระดับราคา 100 บาท และเมื่อเกิดวิกฤติซับไพร์ม ราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็วไปซื้อขายกันที่ 80 บาท จากนั้นราคาก็ปรับลดลงไปที่ 70 บาท และอีกไม่กี่วันก็ไปซื้อขายที่ราคา 50 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด

 

ดังนั้น กลยุทธ์การแบ่งไม้ซื้อหุ้น XYZ ในช่วงวิกฤติเชื้อไวรัส COVID-19 คือ ไม้แรกให้ซื้อที่ราคาแถวๆ 80 บาท ถ้าราคายังปรับลดลง ไม้ที่สองก็ซื้อที่ราคา 70 บาท และหากราคายังปรับลดลงต่อก็ให้รอซื้อเป็นไม้สุดท้ายที่ราคา 50 – 55 บาท 

 

อย่างไรก็ตาม วิกฤติรอบนี้ไม่รู้ว่าจะควบคุมเชื้อไวรัส COVID-19 ได้เมื่อไหร่ ดังนั้น นักลงทุนอาจแบ่งไม้ซื้อ ซึ่งเป็นไม้ที่ 4 ในราคาต่ำกว่าราคาที่เคยต่ำสุดของวิกฤติรอบก่อนหน้าก็ได้ เช่น 40 – 45 บาท  

 

2. วิเคราะห์ทางเทคนิค

นอกจากดูสถิติราคาหุ้นย้อนหลังในช่วงเกิดวิกฤติรอบที่ผ่านมาแล้ว อีกกลยุทธ์หนึ่งที่นิยม คือ การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค โดยใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) รายสัปดาห์เป็นหลักในการวิเคราะห์ ด้วยการตีเส้นหาแนวรับแต่ละระดับตามจำนวนไม้ที่แบ่งซื้อ เช่น มีเป้าหมายแบ่งซื้อ 4 ไม้ ก็หาแนวรับที่ 1, 2, 3 และ 4 เป็นต้น

 

จากนั้นก็แบ่งเงินลงทุนตามแนวรับ (สมมติว่ามีเงินลงทุน 300,000 บาท) โดยแนวรับที่ 1 ซื้อ 10% ของวงเงินลงทุน (30,000 บาท) เมื่อราคาหุ้นปรับลดลงมาชนแนวรับที่ 2 ก็ซื้อ 15% ของวงเงินลงทุน (45,000 บาท) ถ้าราคาหุ้นลดลงสู่แนวรับที่ 3 ก็ซื้อ 25% ของวงเงินลงทุน (75,000 บาท) และถ้าราคาลดลงมาถึงแนวรับที่ 4 ก็ซื้อ 50% ของวงเงินลงทุน (150,000 บาท)

 

เมื่อถึงแนวรับที่ 4 นักลงทุนก็ซื้อหุ้นได้ครบตามวงเงินลงทุนที่วางเอาไว้ และสังเกตว่าถ้าราคาหุ้นปรับลดลงมาถึงแนวรับที่ 4 จะซื้อหุ้นครั้งนี้ได้ในราคาต้นทุนต่ำที่สุด ดังนั้น จึงควรแบ่งเงินลงทุนให้กับไม้สุดท้ายในจำนวนมากกว่าการซื้อไม้อื่นๆ

 

เหมาะกับหุ้นประเภทไหน

กลยุทธ์แบ่งไม้ซื้อหุ้น คือ การมองว่าหุ้นที่ซื้อไปนั้น “ราคาสูงไป” และราคาหุ้นมีโอกาสปรับลดลงได้อีก จึงต้องแบ่งเงินลงทุนออกเป็นหลายๆ ก้อน ดังนั้น อาจเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีเงินลงทุนจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญต้องเน้นลงทุนหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี หุ้นปันผล หุ้นคุณค่า และเน้นลงทุนระยะยาว เพียงแต่ว่าในช่วงวิกฤติ ราคาหุ้นเหล่านี้ปรับลดลงตามสถานการณ์โดยรวม ขณะที่พื้นฐานการดำเนินธุรกิจในระยะยาวไม่เปลี่ยนแปลง

 

ยกตัวอย่างเช่น ซื้อหุ้น XYZ เพราะให้อัตราปันผลตอบแทน (Dividend Yield) 5% ต่อปี แต่เมื่อเกิดวิกฤติ ราคาหุ้น XYZ ปรับลดลง ทำให้อัตราปันผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็น 7% ก็ควรซื้อหุ้นตัวนี้เพิ่ม และหากราคาหุ้นปรับลดลงไปอีกก็ซื้อเพิ่ม เพราะเป้าหมายของการลงทุน คือ เงินปันผล แต่จะทำการขายหุ้น XYZ ก็ต่อเมื่ออัตราปันผลตอบแทนต่ำกว่า 5%

 

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจใช้กลยุทธ์แบ่งไม้ซื้อ อันดับแรกต้องคัดกรองหุ้นให้ได้ก่อน โดยต้องเป็นหุ้นปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง สามารถถือลงทุนในระยะยาวได้ หรือเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เป็นต้น จึงสังเกตเห็นว่ายิ่งราคาหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีปรับลดลง นักลงทุนยิ่งต้องการซื้อ เพราะเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ราคาหุ้นก็จะปรับขึ้นได้

 

ตรงกันข้ามถ้าเลือกหุ้นที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ธุรกิจอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติและไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับลดลงไปเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าแบ่งไม้ซื้อกับหุ้นที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ นักลงทุนมีโอกาสติดหุ้นได้

 

หมายเหตุ: บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

 

 

ฐิติเมธ โภคชัย

ผู้บริหารงาน ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

อ่านบทความอื่นๆ ต่อได้ที่ >> https://setga.page.link/ds4rghK8pyNH5ZUZ6

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...