โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภูมิธรรม ซัด ประยุทธ์ ปมจัดงบปี 65 ชี้ปกป้องกองทัพมากกว่าประชาชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 พ.ค. 2564 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 08.46 น.

ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิจารณ์การจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ปกป้องงบกองทัพ ลดน้อยกว่า สาธารณสุข – การศึกษา – แรงงาน ไร้วิสัยทัศน์ ขาดการมองการณ์ไกล

วันที่ 23 พฤษภาคม 2564 นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี 2565 ว่า กระจกสะท้อนตัวตนของรัฐบาล ไร้ฝีมือ ไม่มีวิสัยทัศน์ ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน เมื่อได้อ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565

ซึ่งรัฐบาลเสนอสภาฯ ประชุมพิจารณาในช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม ถึงวันที่ 2 มิถุนายน ทำให้ตั้งคำถามว่า นี่หรือคือการจัดงบประมาณในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังประสบปัญหาวิกฤติอย่างรุนแรงมากกว่าครั้งใด ๆ โดยเฉพาะทางด้านสาธารณสุข และ ทางด้านเศรษฐกิจ

ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 มีข้อบกพร่องอย่างไม่อาจยอมรับได้ 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1. จัดงบประมาณแบบไม่จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของปัญหา ทั้งในมิติการฟื้นฟู เยียวยา การป้องกัน การจัดสวัสดิการทางสังคม การพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจ

อันสะท้อนถึงความไร้ศักยภาพและความสามารถในการวางแผนงบประมาณ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญที่สอดคล้องความเป็นจริงของประเทศ ทำให้มองไม่เห็นภาพความชัดเจนในการ “ซ่อม” และ “สร้าง” ประเทศ ให้มีความเข้มแข็งพร้อมที่จะขึ้นเวทีไปแข่งขันกับประเทศอื่นในโลกได้ แต่กลับเป็นแผนงบประมาณที่สะท้อนให้เห็นภาพประเทศไทยที่ยังคงเป็นผู้ป่วยหนักได้อย่างชัดเจน

2. จัดงบประมาณแบบปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้อง ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ การปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมและกองทัพในสัดส่วนที่แทบจะน้อยที่สุด ในขณะที่กระทรวงซึ่งมีภารกิจในการดูแลทางด้านสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น ด้านการสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน ด้านการพัฒนาสังคม กลับถูกปรับลดลงในสัดส่วนที่มากกว่างบประมาณด้านความมั่นคงและงบทางการทหาร

“สถานการณ์วันนี้เรากำลังเผชิญกับสงครามเชื้อโรค และ สงครามด้านเศรษฐกิจ ต้องการการป้องกันทางสุขภาพและความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ มิใช่ สงครามที่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์มาห้ำหั่นเพื่อเอาชนะทางการทหาร” นายภูมิธรรม ระบุ

3. จัดงบประมาณแบบไม่ใยดีกับทุกข์ร้อนของประชาชน โดยไม่มีความเข้าใจ และไม่ตระหนักถึงปัญหา รวมทั้งผลกระทบจากสภาวะวิกฤตของประเทศ ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนอย่างเร่งด่วน จริงจัง ซึ่งกำลังประสบกับความเดือดร้อนทั้งทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม

ดังเช่นตัวอย่างการใช้งบประมาณในช่วงปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจ SME ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งวันนี้แทบจะตายสนิท

รวมทั้งเรื่องสำคัญคือ การจัดซื้อวัคซีน และอุปกรณ์ทางสาธารณสุขด้านต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคระบาดโควิด ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที กลับกลายเป็นปัญหาความล่าช้า จนปัญหาลุกลามไปใหญ่โต แทบจะเกินกำลังของระบบสาธารณสุขในการรับมือ

4. จัดงบประมาณแบบไม่มีวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล ขาดงบประมาณที่วางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเตรียมตัวให้ประเทศออกจากวิกฤต เช่น การเตรียมจัดงบที่สนับสนุนการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล การดูแลและฟื้นฟูงบประมาณให้ส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ SMEs

การสนับสนุนการฟื้นฟูกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจภาคบริการต่าง ๆ ธุรกิจรายย่อยจำนวนมากมายที่ประชาชนเผชิญ ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่กระทบกระเทือนและล่มสลายลงเพราะภาวะการระบาดของโควิด

นายภูมิธรรม กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าการวางแผนงบประมาณปี 65 ของรัฐบาลนี้ เป็นการวางแผนงบประมาณตามกรอบคิดแบบงานประจำ อันเป็นกรอบคิดชุดเดิมมากกว่าการคำนึงถึงความเป็นจริงของประเทศในปัจจุบันและอนาคต ขาดการวางแผนอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อจะจัดการนำประเทศให้ผ่านพ้นสภาวะวิกฤต

“เป็นแผนงบประมาณที่ไม่ได้สร้างความหวังให้กับประชาชน เป็นแผนงบประมาณที่ไม่สามารถซ่อม และสร้างประเทศได้ เป็นแผนงบประมาณที่ไม่อาจยอมรับในหลักการได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ครม. ควรยอมรับความจริงว่า พวกท่านไม่มีศักยภาพที่จะนำพาประเทศผ่านวิกฤตใหญ่ครั้งนี้ไปได้ เพราะพวกท่านคือต้นตอสำคัญของปัญหา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...