จับตาBJCโค้ง2 กำไรฟื้นตามกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง ชดเชยค้าปลีกที่ยังซมพิษโควิด
จับตาBJCโค้ง2 กำไรฟื้นตามกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง ชดเชยค้าปลีกที่ยังซมพิษโควิด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 พ.ค. 64 16:16 น.
จับตา BJC ไตรมาส 2/64 กำไรฟื้นตัว หลังภาพรวมธุรกิจแพ็คเกจจิ้งผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่มอง SSSG ธุรกิจ BigC ไตรมาสนี้อ่อนแอรับโควิดระลอก 3 แต่ประเมินภาพรวมครึ่งปีหลังฟื้นรับฉีดวัคซีน ส่วนใหญ่แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 44 บ.
จากการประชุมนักวิเคราะห์หุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองกำไรไตรมาส 2/64 ฟื้นตัวดีขึ้นหลังบริษัทลดต้นทุน มองธุรกิจบรรจุภัณฑ์(แพ็คเกจจิ้ง) ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ภาพรวม SSSG ธุรกิจค้าปลีก BigC ไตรมาส 2/64 ยังอ่อนแอจากผลกระทบโควิดระลอก3 มองภาพรวมครึ่งปีหลังฟื้นรับฉีดวัคซีน
โดย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สำรวจโบรกเกอร์ถึงคำแนะนำและราคาเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 44 บ. มีรายละเอียดดังนี้
*** บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี มองธุรกิจแพ็คเกจจิ้งพ้นจุดต่ำสุด แต่งบ BigC อ่อนแอฉุดกำไรปี 64
บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี มองว่าภาพรวมธุรกิจแพ็คเกจจิ้งของ BJC อาจพ้นจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 1/64 แต่คาดว่าการดำเนินงานของ BigC ที่อ่อนแอจะฉุดกำไรสุทธิในปี 64 นี้ ด้านราคายังมีแนวโน้มต่ำ (Underperform) ต่อ โดบเชื่อว่ายังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้นที่จะผลักดันราคาหุ้น โดยภาพรวมแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายเดิม 34.00 บาท
*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไรไตรมาส 2/64 ฟื้นตัว รับกระแส Sustainable packaging
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่าธุรกิจแพ็คเกจจิ้งในไตรมาส 2/64 คาดว่าจะเติบโตทั้งไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันปีก่อน รับธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีคำสั่งซื้อของลูกค้ากลับเข้ามามากขึ้น โดยยอดขายขวดแก้วเพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเครื่องดื่ม(non-alcohol) และกลุ่มอาหาร มีการส่งออกได้มากขึ้นหลังจากโควิดในต่างประเทศคลี่คลายลง
ขณะที่ยอดขายกระป๋องอลูมิเนียมจะฟื้นตัว เนื่องจากลูกค้าที่ส่งออกสินค้าไปเมียนมาร์ กลับมาส่งสินค้าไปได้มากขึ้นกว่าไตรมาส 1/64 ที่มีปัญหาด้าน Supply chain และระบบธนาคาร โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่วนกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีจากการขายเครื่องเอ็กซ์เรย์ และมีการส่งมอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่
อย่างไรก็ตามกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในไตรมาส 2/64 ยังถูกกดดันจากการจับจ่ายใช้สอยชะลอ และต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่การควบคุมต้นทุนได้ดีช่วยลดผลกระทบได้ส่วนหนึ่ง ส่วนยอดขายของบิ๊กซี QTD ยังลดลงกว่า 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อนรับผลกระทบของโควิด แต่แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวจากการปรับปรุงคุณภาพสินค้าอาหารสด และเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรดี ขณะที่รายได้ค่าเช่าคาดว่าจะยังลดลงจากการให้ส่วนลดค่าเช่า 10% ส่วนการกลับเข้าไปซื้อ MM Mega Market Vietnam ยังอยู่ในแผน แต่ยังไม่มีกำหนดระยะเวลา
คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัวจากทั้งยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นผู้บริหารยังคงตั้งเป้ายอดขายปีนี้เพิ่มขึ้น 1-7% จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้ผลบวกจากกระแส Sustainable packaging และการเปลี่ยนจากการใช้กระป๋องเหล็กมาเป็นอลูมิเนียม อีกทั้งมีการผลิตกระป๋องขนาดใหม่ และการเติบโตของ Functional drink ส่วนเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 50 bps จากกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี
อีกทั้งค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงหลังปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อกลางปีก่อน แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 44 บาท
*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินผลงานฟื้นครึ่งปีหลัง รับฉีดวัคซีน
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส มองกำไรในไตรมาส2/64 จะเห็นภาพการเติบโต เนื่องจากฐานกำไรเปรียบเทียบที่ค่อนข้างต่ำในงวดที่ปีที่แล้ว หรือเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพื่อสะท้อนผลกระทบในเชิงลบของโรคระบาดโควิด-19 ระลอก3 โบรกฯ ได้มีการปรับลดประมาณการลงมาในอัตราปี 64 และ 65เป็น -4% และ -5% ตามลำดับ รายการที่ปรับลงคือ รายได้จากการขาย และรายได้อื่นๆ
โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังปีนี้ เมื่อเริ่มมีการฉีดวัคซีน และสถานการณ์โรคร้ายได้บรรเทาลง ทั้งธุรกิจด้านพาณิชย์และการปล่อยเช่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้ และปี65เป็น +29% และ +28% คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
*** บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดกำไรQ2/64 แตะ 700-800 ลบ. ทั้งปี 64 ฟื้นแตะ 5.3 พันลบ.
บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 อยู่ที่ระดับ 700-800 ลบ. เพิ่มขึ้น 145% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ฐานต่ำ แต่ลดลง 26% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยขายสาขาเดิม(SSSG) เม.ย.-พ.ค.64 จะไม่สดใส เพราะการระบาดของโควิดระลอก 3 รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่าช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ SSSG ไตรมาส 2/63 ติดลบ 17% และรายได้ค่าเช่า ติดลบ 47%
ประกอบกับผลบวกจากความพยายามในการคุมต้นทุนที่เข้มงวดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาของ BJC เช่น ปรับขนาดองค์กร ประหยัดค่าใช้จ่ายพนักงาน 200 ล้านบาท/ไตรมาส, รายจ่ายภาษีที่ดินและต้นทุนสาธาณูปโภคลดลง เป็นต้น โดยยังคาดกำไรสุทธิปี 64 ฟื้นตัว 32% เป็น 5,300 ลบ. และจะโตเด่นต่อเนื่อง 36% ในปี 65 เป็น 7,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด ปี 62 กำไรที่ 7,200 ล้านบาท
ทั้งนี้มองราคาหุ้นที่จะปรับตัวลงจากความกังวลการระบาดระลอกสาม เป็นจังหวะในการสะสมหุ้นรอบใหม่ แนะนำ “BUY” คงราคาเป้าหมายปี65 ที่ 43 บาท
*** บล.ทิสโก้ ชี้ภาพรวมธุรกิจฟื้นครึ่งปีหลัง ระบุค้าปลีกแย่สุดQ2/64 ก่อนฟื้นตัว
บล.ทิสโก้ มองแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดจะปรับตัวดีขึ้นมากช่วงไตรมาส 4/64 ตามการแจกจ่ายวัคซีน โดยมองว่ามาร์จิ้นจะดีขึ้นในปีนี้ รวมถึงมีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วคาดปรับตัวขึ้นมากในช่วงไตรมาส 2/64 หลังแย่ลงช่วงไตรมาส 1/64 โดยคาดค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้น และกระทบต่อการดำเนินงานในมาเลเซียจะลดลงในช่วงไตรมาส 2/64
โดยแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกคาด SSSg ยังอ่อนแอ สำหรับ BigC โดยยอดเดือน เม.ย. 64 ยังคงหดตัว และคาดว่าทั้งไตรมาสจะหดตัวลง และช่วงไตรมาส 2/64 จะเป็นช่วงแย่สุดก่อนฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง แนะนำ “ถือ” มูลค่าที่เหมาะสม 40 บาท
โบรกแนะนำราคาเป้าหมาย
(บ.)ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีถือ34เมย์แบงก์ กิมเอ็งซื้อ44ดีบีเอสวิคเคอร์สซื้อ39โนมูระ พัฒนสินซื้อ43 (เป้าปี65)ทิสโก้ ถือ40
เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ดูข่าวต้นฉบับ