โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาBJCโค้ง2 กำไรฟื้นตามกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง ชดเชยค้าปลีกที่ยังซมพิษโควิด

efinanceThai

เผยแพร่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 09.17 น.

จับตาBJCโค้ง2 กำไรฟื้นตามกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง ชดเชยค้าปลีกที่ยังซมพิษโควิด 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 พ.ค. 64 16:16 น.

จับตา BJC ไตรมาส 2/64 กำไรฟื้นตัว หลังภาพรวมธุรกิจแพ็คเกจจิ้งผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่มอง SSSG ธุรกิจ BigC ไตรมาสนี้อ่อนแอรับโควิดระลอก 3 แต่ประเมินภาพรวมครึ่งปีหลังฟื้นรับฉีดวัคซีน ส่วนใหญ่แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 44 บ.

จากการประชุมนักวิเคราะห์หุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองกำไรไตรมาส 2/64 ฟื้นตัวดีขึ้นหลังบริษัทลดต้นทุน มองธุรกิจบรรจุภัณฑ์(แพ็คเกจจิ้ง) ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ภาพรวม SSSG ธุรกิจค้าปลีก BigC ไตรมาส 2/64 ยังอ่อนแอจากผลกระทบโควิดระลอก3 มองภาพรวมครึ่งปีหลังฟื้นรับฉีดวัคซีน

โดย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สำรวจโบรกเกอร์ถึงคำแนะนำและราคาเป้าหมาย โดยส่วนใหญ่แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 44 บ. มีรายละเอียดดังนี้

*** บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี มองธุรกิจแพ็คเกจจิ้งพ้นจุดต่ำสุด แต่งบ BigC อ่อนแอฉุดกำไรปี 64

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี มองว่าภาพรวมธุรกิจแพ็คเกจจิ้งของ BJC อาจพ้นจุดต่ำสุดแล้วในไตรมาส 1/64 แต่คาดว่าการดำเนินงานของ BigC ที่อ่อนแอจะฉุดกำไรสุทธิในปี 64 นี้ ด้านราคายังมีแนวโน้มต่ำ (Underperform) ต่อ โดบเชื่อว่ายังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้นที่จะผลักดันราคาหุ้น โดยภาพรวมแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายเดิม 34.00 บาท

*** บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไรไตรมาส 2/64 ฟื้นตัว รับกระแส Sustainable packaging

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่าธุรกิจแพ็คเกจจิ้งในไตรมาส 2/64 คาดว่าจะเติบโตทั้งไตรมาสก่อนหน้า และช่วงเดียวกันปีก่อน รับธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีคำสั่งซื้อของลูกค้ากลับเข้ามามากขึ้น โดยยอดขายขวดแก้วเพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเครื่องดื่ม(non-alcohol) และกลุ่มอาหาร มีการส่งออกได้มากขึ้นหลังจากโควิดในต่างประเทศคลี่คลายลง

ขณะที่ยอดขายกระป๋องอลูมิเนียมจะฟื้นตัว เนื่องจากลูกค้าที่ส่งออกสินค้าไปเมียนมาร์ กลับมาส่งสินค้าไปได้มากขึ้นกว่าไตรมาส 1/64 ที่มีปัญหาด้าน Supply chain และระบบธนาคาร โดยอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแพ็คเกจจิ้ง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่วนกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีจากการขายเครื่องเอ็กซ์เรย์ และมีการส่งมอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตามกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในไตรมาส 2/64 ยังถูกกดดันจากการจับจ่ายใช้สอยชะลอ และต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น แต่การควบคุมต้นทุนได้ดีช่วยลดผลกระทบได้ส่วนหนึ่ง ส่วนยอดขายของบิ๊กซี QTD ยังลดลงกว่า 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อนรับผลกระทบของโควิด แต่แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวจากการปรับปรุงคุณภาพสินค้าอาหารสด และเน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรดี ขณะที่รายได้ค่าเช่าคาดว่าจะยังลดลงจากการให้ส่วนลดค่าเช่า 10% ส่วนการกลับเข้าไปซื้อ MM Mega Market Vietnam ยังอยู่ในแผน แต่ยังไม่มีกำหนดระยะเวลา

คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัวจากทั้งยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นผู้บริหารยังคงตั้งเป้ายอดขายปีนี้เพิ่มขึ้น 1-7% จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์ได้ผลบวกจากกระแส Sustainable packaging และการเปลี่ยนจากการใช้กระป๋องเหล็กมาเป็นอลูมิเนียม อีกทั้งมีการผลิตกระป๋องขนาดใหม่ และการเติบโตของ Functional drink ส่วนเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 50 bps จากกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายยังควบคุมได้ดี
อีกทั้งค่าใช้จ่ายพนักงานลดลงหลังปรับโครงสร้างองค์กรเมื่อกลางปีก่อน แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 44 บาท

*** บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินผลงานฟื้นครึ่งปีหลัง รับฉีดวัคซีน

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส มองกำไรในไตรมาส2/64 จะเห็นภาพการเติบโต เนื่องจากฐานกำไรเปรียบเทียบที่ค่อนข้างต่ำในงวดที่ปีที่แล้ว หรือเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพื่อสะท้อนผลกระทบในเชิงลบของโรคระบาดโควิด-19 ระลอก3 โบรกฯ ได้มีการปรับลดประมาณการลงมาในอัตราปี 64 และ 65เป็น -4% และ -5% ตามลำดับ รายการที่ปรับลงคือ รายได้จากการขาย และรายได้อื่นๆ

โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังปีนี้ เมื่อเริ่มมีการฉีดวัคซีน และสถานการณ์โรคร้ายได้บรรเทาลง ทั้งธุรกิจด้านพาณิชย์และการปล่อยเช่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ ทั้งนี้คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้ และปี65เป็น +29% และ +28% คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 39.00 บาท

*** บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดกำไรQ2/64 แตะ 700-800 ลบ. ทั้งปี 64 ฟื้นแตะ 5.3 พันลบ.

บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 อยู่ที่ระดับ 700-800 ลบ. เพิ่มขึ้น 145% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ฐานต่ำ แต่ลดลง 26% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยขายสาขาเดิม(SSSG) เม.ย.-พ.ค.64 จะไม่สดใส เพราะการระบาดของโควิดระลอก 3 รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่าช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ SSSG ไตรมาส 2/63 ติดลบ 17% และรายได้ค่าเช่า ติดลบ 47%

ประกอบกับผลบวกจากความพยายามในการคุมต้นทุนที่เข้มงวดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาของ BJC เช่น ปรับขนาดองค์กร ประหยัดค่าใช้จ่ายพนักงาน 200 ล้านบาท/ไตรมาส, รายจ่ายภาษีที่ดินและต้นทุนสาธาณูปโภคลดลง เป็นต้น โดยยังคาดกำไรสุทธิปี 64 ฟื้นตัว 32% เป็น 5,300 ลบ. และจะโตเด่นต่อเนื่อง 36% ในปี 65 เป็น 7,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด ปี 62 กำไรที่ 7,200 ล้านบาท

ทั้งนี้มองราคาหุ้นที่จะปรับตัวลงจากความกังวลการระบาดระลอกสาม เป็นจังหวะในการสะสมหุ้นรอบใหม่ แนะนำ “BUY” คงราคาเป้าหมายปี65 ที่ 43 บาท

*** บล.ทิสโก้ ชี้ภาพรวมธุรกิจฟื้นครึ่งปีหลัง ระบุค้าปลีกแย่สุดQ2/64 ก่อนฟื้นตัว 
บล.ทิสโก้ มองแนวโน้มครึ่งปีหลัง คาดจะปรับตัวดีขึ้นมากช่วงไตรมาส 4/64 ตามการแจกจ่ายวัคซีน โดยมองว่ามาร์จิ้นจะดีขึ้นในปีนี้ รวมถึงมีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วคาดปรับตัวขึ้นมากในช่วงไตรมาส 2/64 หลังแย่ลงช่วงไตรมาส 1/64 โดยคาดค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้น และกระทบต่อการดำเนินงานในมาเลเซียจะลดลงในช่วงไตรมาส 2/64

โดยแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกคาด SSSg ยังอ่อนแอ สำหรับ BigC โดยยอดเดือน เม.ย. 64 ยังคงหดตัว และคาดว่าทั้งไตรมาสจะหดตัวลง และช่วงไตรมาส 2/64 จะเป็นช่วงแย่สุดก่อนฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง แนะนำ “ถือ” มูลค่าที่เหมาะสม 40 บาท

 

โบรกแนะนำราคาเป้าหมาย
(บ.)ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีถือ34เมย์แบงก์ กิมเอ็งซื้อ44ดีบีเอสวิคเคอร์สซื้อ39โนมูระ พัฒนสินซื้อ43 (เป้าปี65)ทิสโก้ ถือ40

 

 

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล 
                อีเมล์. reporter@efinancethai.comอนุมัติ    โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน 
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...