โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

WeTV เขย่าสมรภูมิวิดีโอสตรีมมิ่ง เติมสารพัดคอนเทนต์ปั้นฐานแฟนคลับ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 04.08 น.

“WeTV” ลุยลงทุนต่อเนื่อง เพิ่มความหลากหลาย “ออริจินอลคอนเทนต์” เดินหน้าปั้นคอมมิวนิตี้สร้างฐานแฟนตัวจริง ดึงนวัตกรรม-เทคโนโลยีจากเทนเซ็นต์บริษัทแม่เพิ่มสปีดสร้างการเติบโตรักษาตำแหน่งท็อปทรี

ธุรกิจวิดีโอออนดีมานด์เป็นอีกธุรกิจที่มีบิ๊กเพลเยอร์ตบเท้าเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ไม่แพ้สมรภูมิอีคอมเมิร์ซ หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำหากนับกันที่จำนวนผู้ให้บริการ

แถมแต่ละรายยังแอ็กทีฟเป็นอย่างยิ่ง 1 ในนั้นมี “WeTV”ในเครือมังกรจีน “เทนเซ็นต์” รวมอยู่แล้วล่าสุดเจ้าใหญ่อย่าง “ดิสนีย์” ก็กำลังจะมา

คนไทยใช้หลายแพลตฟอร์ม

นางสาวกนกพร ปรัชญาเศรษฐ ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เทนเซ็นต์บริษัทแม่ที่จีนได้แตกธุรกิจวิดีโอออนดีมานด์ภายใต้แบรนด์ “WeTV” เมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ โดยดึงศักยภาพของบริษัทแม่ที่มี มาสร้างจุดแข็งให้แพลตฟอร์ม โดยมีคอนเทนต์จีนเป็นจุดขายหลัก

และเข้ามาเปิดตัวแพลตฟอร์ม “WeTV” ในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในช่วงกลางปี 2562 เพราะคนไทยมีแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตสูงขึ้นและส่วนใหญ่ใช้เวลากับคอนเทนต์บันเทิงโดยเฉพาะการดูวิดีโอ

ปัจจุบันเปิดบริการในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สเปน โปรตุเกส เป็นต้น มีฐานผู้ชมต่อเดือนกว่า 900 ล้านคนทั่วโลก

ปัจจุบันแม้จะมีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งในประเทศไทยหลายราย แต่ต่างมีจุดแข็งด้านคอนเทนต์ต่างกัน ซึ่งการมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นสอดรับกับพฤติกรรมผู้ชมชาวไทยที่มีความหลากหลายในการเลือกรับชมคอนเทนต์ ทำให้แต่ละรายมีฐานผู้ชมของตนเอง

เพิ่มความหลากหลายคอนเทนต์

“ฐานผู้ชมกลุ่มใหญ่ในไทยจะอายุ 18-34 ปี มีพฤติกรรมการเลือกชมคอนเทนต์ที่หลากหลาย ทั้งเกาหลี จีน และตะวันตกนั่นหมายถึงผู้ชม 1 คนจะดาวน์โหลดมากกว่า 1 บริการ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มให้บริการคอนเทนต์ต่างกัน”

สำหรับเป้าหมายการเข้ามาบุกตลาดในประเทศไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือ การผลักดันให้ WeTV ติด 1 ใน 3 ผู้ให้บริการ OTT (over the top) ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะมียอดดาวน์อยู่ในกลุ่มท็อป 3 และมียอดดาวน์โหลดเคียงข้าง “เน็ตฟลิกซ์”

นางสาวกนกพรกล่าวต่อว่า การมีประเภทคอนเทนต์ที่ชัดเจนและแตกต่าง ทำให้ WeTV ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ในตลาดวิดีโอสตรีมมิ่งก็มีคอนเทนต์จีนคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% จากนั้นจึงค่อย ๆ ลดสัดส่วนลง และคาดว่าในปีนี้สัดส่วนคอนเทนต์จีนกับคอนเทนต์อื่น ๆ อาทิ ไทย เกาหลี และญี่ปุ่น จะเท่า ๆ กัน คือ 50 : 50 ภายใต้เป้าหมายในการเป็น “ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งเอเชีย”

ปั้นคอมมิวนิตี้สร้างฐานแฟน

และทิศทางจากนี้จะเน้น 3 กลยุทธ์ 1.พัฒนาคอนเทนต์ ทั้งออริจินัลและเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ที่โดดเด่นและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Tencent Videoและจับมือกับผู้ผลิตคอนเทนต์ในไทย โดยปีนี้จะผลิตคอนเทนต์ไทย 12 เรื่อง เพิ่มจากปีก่อนที่ผลิตเองเพียง 3 เรื่อง

กลยุทธ์ถัดมา คือ การสร้างคอมมิวนิตี้ด้วยการเปิดพื้นที่สร้างประสบการณ์ร่วมแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ผู้ใช้ผ่านกิจกรรม เชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้คอมมิวนิตี้ผู้ชม WeTV

และกลยุทธ์สุดท้าย สร้างนวัตกรรมและซินเนอร์ยี่ธุรกิจในเครือ โดยนำเทคโนโลยีจากบริษัทแม่มาปรับใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ใช้

ผู้บริหาร WeTV ทิ้งท้ายว่า ต้นทุนหลักของธุรกิจนี้ คือ เทคโนโลยีและคอนเทนต์ ซึ่งต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง WeTV ลงทุนต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในไทย กระทั่งวันนี้สามารถสร้างการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมองว่าด้วยแนวทางที่วางไว้ทั้งหมดจะทำให้จำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นและมีการเติบโตต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...