โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอดตายปาฏิหาริย์ น้านงค์ ย้อนเหตุพลาดดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงิน มีสารพิษไซยาไนด์

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 พ.ค. 2564 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2564 เวลา 02.57 น. • The Bangkok Insight

เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สำหรับตลกรุ่นใหญ่ น้านงค์ เชิญยิ้ม ที่รอดตายปาฏิหาริย์หลังพลาดดื่มน้ำยาล้างเครื่องเงิน หมอบอกเป็นตายเท่ากัน ความรู้สึกของคนข้างหลังบีบหัวใจขนาดไหน แล้วตอนนี้ปลอดภัยแล้วหรือยัง ล่าสุดน้านงค์ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ, หนิง ปณิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

จริง ๆ น้านงค์จะอยู่ต่างจังหวัด ?

น้านงค์ : ช่วงโควิดจะอยู่ที่ร้อยเอ็ดอย่างเดียวครับ อยู่บ้านนอกจริง ๆ กันดารมาก ๆ เลย

แสดงว่าที่เกิดเรื่องราวขึ้น เกิดที่บ้าน ?

น้านงค์ : เกิดที่กรุงเทพฯ ครับ ตอนนั้นเรารองานอยู่

เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้ยังไง ?

น้านงค์ : มันเกิดขึ้นจากความเผลอเรอของเรานี่แหละ คือเราอายุมากแล้ว เราอาจจะลืมในสิ่งนี้ได้ แต่ว่ามันมีอยู่วันนึง น้ำยาล้างเครื่องเงินที่น้านงค์ไว้ล้าง คือน้านงค์สะสมพวกเลสหลวงพ่อ แหวนหลวงพ่อ ชอบใส่เครื่องเงิน ซึ่งพอใส่นาน ๆ ก็จะดำใช่ไหม เราจะซื้อน้ำยาล้างเครื่องเงินมาขวดนึง มีอยู่ครั้งนึงน้านงค์ก็เทไปเกือบครึ่งขวดก็เอามาล้างเครื่องเงิน พอล้างเสร็จจะเทคืนขวดเก่า เดี๋ยวที่มันเหลืออยู่จะสกปรก เสียดาย พอดีมันมีขวดน้ำเล็ก ๆ อยู่ 7-8 ขวด

เห็นบอกเป็นขวดน้ำจากเครื่องบิน ?

น้านงค์ : ใช่ ๆ เราไม่ได้ดื่มบนเครื่องบินไง เราก็เอากลับมาบ้าน แล้วก็เอามาแช่ไว้ที่ตู้นั่นแหละ ตอนนั้นพอล้างเสร็จเราก็รินไปในขวดน้ำ เราก็กลัวเราเผลอนี่แหละ เอาขวดนี้ไปเก็บไว้ในห้องน้ำ ผ่านไปเดือนกว่า ๆ ลูกชายจะกลับบ้านตอนสงกรานต์ จะกลับพิจิตร เขาเอาแหวนเขาเป็นเงินเหมือนกันมาขอล้าง ไอน้ำยาที่เหลืออยู่ในขวดจริงยังเหลืออยู่ ก็เลยเทล้างให้ลูกชาย เราลืมขวดที่อยู่ในห้องน้ำไปแล้ว ล้างเสร็จมันเหลือน้อยแล้วก็เทคืนกลับขวดเดิม ก็จะเอาไปเก็บที่ห้องน้ำเหมือนกัน ไปเจอขวดที่เดิมที่เอายาใส่เอาไว้ เราได้แต่คิดว่าใครเอาขวดน้ำเรามาใส่ไว้ในนี้ทำไม ก็เลยหยิบมาดูปุ๊บ น้ำมันน้อย ก็เลยเติมน้ำเต็มขวดแล้วไปแช่ตู้เย็น แล้วมันไปรวมอยู่ใน 7-8 ขวด

แล้ววันนั้นเราตื่นนอนมา แล้วเราจะกินยา เอาน้ำมา พอกินเข้าไปนิดเดียว เรารู้เลยว่ามันไม่ใช่น้ำ เพราะมันโดนลิ้นเราแล้วมันขม ๆ รีบบ้วนเลย มันเข้าไปในลำคอนิดนึง ไม่ถึงกลับกลืนแค่โดนลิ้น แต่กลิ่นมันฉุนมาก ตอนนั้นพอบ้วนทิ้งแล้ว รีบกลั้วปาก เอานิ้วเข้าไปในลำคอจะให้อาเจียน แต่มันไม่อาเจียน ยืนอยู่สัก 2-3 วิมันเซ เราจกใจด้วย พอเซปุ๊บเราไปหยิบขวดมาดู มันมีรูปหัวกระโหลกไขว้ แล้วก็เขียนว่าห้ามรับประทาน ก็ไปปลุกลูกชายอีกห้องให้พาไปโรงพยาบาล ก็ให้ลูกชายเอาน้ำยาที่พ่อกินไปให้หมอดูด้วย อันนี้ลูกชายเล่าให้ฟังว่ายังไม่ออกถึงป้อม รปภ. หน้าบ้านเลย เราไม่รู้ตัวแล้ว ไปถึงโรงพยาบาลปุ๊บเขารีบเอาเข้าห้องฉุกเฉิน

เห็นว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดี วันที่เกิดเหตุ เป็นวันที่ 15 เมษายน นั่นคือวันสงกรานต์ ?

น้านงค์ : ใช่ เขาหยุดทำงานกันหมด แต่คุณหมออยู่โรงพยาบาลเต็มเลย รอช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดนี่แหละ

แต่ไปถึงโรงพยาบาลหมอแจ้งว่ายาต้านพิษสำหรับตัวนี้หมด ?

น้านงค์ : ที่โรงพยาบาลนี้ไม่มียาต้าน มีอยู่ที่เดียวที่โรงพยาบาลรามา คุณหมอก็เลยประสานกับโรงพยาบาลรามา และเอายาต้านจากรามา มาที่มีนบุรี

หมอได้บอกไหมว่าอาการรอได้ หรือรอไม่ได้ ?

น้านงค์ : ลูกชายก็ถามหมอว่าเป็นยังไงบ้าง คุณหมอบอกว่าพ่อได้รับสารพิษ สารไซยาไนด์เข้าไป สามารถทำอันตรายให้ถึงแก่ชีวิตได้ ลูกก็ถามว่าพอจะรักษาได้ไหม คุณหมอบอกยังรับปากไม่ได้

ตอนนั้นภาษาชาวบ้านคือ 50:50 ?

น้านงค์ : ใช่ มันอยู่ที่ยาจะมาไวหรือเปล่า ก็ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงยาก็มาถึง

พอได้รับยาอาการเป็นยังไง ?

น้านงค์ : ตอนนั้นน้าไม่รู้ตัว เพราะว่าตั้งแต่สลบไปถึงโรงพยาบาล มารู้ตัวก็นอนฟื้นนี่แหละ

เขาต้องล้างท้องไหม ?

น้านงค์ : ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้เขาเอาเครื่องช่วยหายใจยัดเข้าไปในปาก ในลำคอ แล้วก็เจาะคอเหมือนเอาตัวยาต้านเข้าไปช่วย แล้วก็เจาะแขนให้น้ำเกลืออะไรประมาณนี้ แล้วก็มัดมือ มันเท้าดุกดิกไม่ได้เลยตอนฟื้นมา เขาบอกว่าต้องขอโทษนะน้าที่ต้องมัดแขน มันขา เพราะว่าน้าดิ้นแล้วน้าชักเกร็ง กลัวว่าตื่นมาแล้วจะไปดึงสายนู่น สายนี่

น้าหลับอยู่นานไหม ?

น้านงค์ : ก็นานนะ เห็นลูกชายบอกว่าช่วงบ่าย ๆ ถึงจะรู้สึกตัว

เห็นว่า ณ ตอนนั้นภรรยาไม่อยู่ด้วย มีแต่เด็ก ๆ ที่อยู่กับน้า ภรรยาอยู่ที่ไหน ?

น้านงค์ : อยู่ร้อยเอ็ดครับ คือภรรยาผมไปเปิดร้านอยู่ที่นู่น ตอนนี้น้านงค์ทำธุรกิจอยู่ที่นู่น ภรรยาก็เลยดูแลอยู่ที่นู่น พอทราบเขาก็ตกใจ คือลูกชายผมเนี่ยเขาสติไม่มีแล้ว พอหมอไม่รับปากว่าจะได้คืนมาไหม เขาบอกเขาต้องไปนั่งทำใจว่าเขาต้องทำอะไรต่อ แล้วพอดีโทรไปหาน้องสาวเขา แล้วโทรไปหาแม่เขา แล้วก็โทรไปบอกป้าสมกับน้าโย่ง พอโทรเสร็จน้าโย่งก็มา ภรรยาผมก็ขับรถจากร้อยเอ็ดมาคนเดียว พอรู้ข่าววันที่ 15 ก็เดินทาง ซึ่งตรงกับวันที่คนเขากลับมาทำงานพอดี รถก็ติด มาถึงคือเช้าของอีกวันนึง

แล้วส่วนตัวของน้าเอง ตอนที่ฟื้นมา ความตายมันใกล้เราแค่เอื้อมเอง ณ ตอนที่ลืมตามาเป็นยังไงบ้าง ?

น้านงค์ : เหมือนเราลืมตามา แต่น้าโชคดีอย่างนึงคือยังจำอะไรได้อยู่ จำได้ว่าเรามาหาหมอ แต่จำไม่ได้ว่าเราเป็นอะไร ไม่รู้ตัวว่าใครทำอะไรกับเราบ้าง ตื่นมาก็เห็นแสงไฟ ก็คิดว่านี่เราอยู่โรงพยาบาลเหรอ แต่ทำไมเราพูดไม่ได้

เจ็บไหม ?

น้านงค์ : เจ็บ พูดไม่ได้เลย อึดอัดมาก พูดไม่ได้ ทีนี้คิดไปถึงงานอย่างเดียวเลย ห่วงงาน เราต้องใช้เสียงด้วย ทำไงดีพูดไม่ได้ เราจะทำยังไงต่อไป

มีความรู้สึกกลัวตายบ้างไหม ?

น้านงค์ : กลัว ๆ กลัวตั้งแต่ดื่มเข้าไปแล้ว ตกใจ แบบตกใจมาก ๆ

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับร่างกายตอนนั้น เจ็บปวดขนาดไหน และเจ็บตรงไหนมากที่สุด ?

น้านงค์ : ในคอ แล้วก็ตรงคอที่โดนเจาะ

หมอได้แจ้งไหมว่าจะมีผลอะไรกับเสียงเราไหม ?

น้านงค์ : ไม่ได้บอกอะไร แต่ว่าถามหมอตอนที่เขาเอาเครื่องช่วยหายใจออก คือเราพูดไม่ได้เสียงมันแหบแห้งเลย คือร้องอะไรไม่ได้แน่นอน ผมถามทำไมเป็นอย่างนี้ แล้วผมจะทำยังไง ผมต้องมีงานวันที่ 18 คุณหมอบอกว่าเสียงจะเป็นแบบนี้ 2-3 วันเดี๋ยวมันจะหายไปเอง

ถ้าคิดไหมว่าถ้าเสียงเราไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมจะเกิดอะไรขึ้น ?

น้านงค์ : นั่นแหละคิดมากเลย เพราะว่าเราต้องร้องช้อน ต้องไปทำงานเกี่ยวกับเสียงอย่างเดียว ถ้าไม่มีเสียงเราจะทำยังไงต่อไป อันนั้นคือคิดล่วงหน้าเลย

สุดท้ายน้าใช้เวลานานขนาดไหนกว่าเสียงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ?

น้านงค์ : ก็เป็นอาทิตย์ งานวันที่ 18 น้าโย่งคืนเลย ไม่ไป ช่วงโควิดด้วย เจ้าภาพเขาจะให้ไปนั่นแหละ แต่น้าโย่งว่าไม่เหมาะที่จะไปแล้วละ เพราะว่าเราก็ไม่สบายด้วย ถ้าไปก็ไป 2 คน ไป 2 คน ไม่ไปดีกว่า ก็เลยคืนเจ้าภาพ

อยู่โรงพยาบาลกี่วัน ?

น้านงค์ : 3 วันครับ ออกวันที่ 18 วันที่ 19 ผมก็ไปต่างจังหวัดเลย กลับไปพักฟื้นที่บ้านนอกเลย

ตอนนี้น้าต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง ?

น้านงค์ : คุณหมอไม่ให้ทานเผ็ด แต่บางทีเราคนลูกทุ่ง เราขาดเผ็ดไม่ได้ ก็ลองกินดูว่ามันได้ไหม

คุณหมอได้อธิบายถึงน้ำยาตัวนี้ไหม ว่ามันอันตราย มันเข้าไปทำลายอะไรบ้าง ?

น้านงค์ : คุณหมอบอกว่ามันเป็นสารไซยาไนด์ ซึ่งเคสแบบนี้ไม่มีรอดนะน้า ถึงจะนิดเดียวก็ตายได้

ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว แล้วจิตใจฟื้นตัวได้เร็วไหม ?

น้านงค์ : หลอนมาก ตอนนี้อะไรที่มันใกล้เคียงกันผมเก็บทิ้งหมดเลย ตอนนี้จะกินน้ำก็ต้องระวัง ก็เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ประมาณนั้นเลย

วันนั้นน้าโย่งเศร้ามากเลย ?

น้านงค์ : ครอบครัวเราก็ได้กำลังใจตากน้าโย่ง เจ๊สมนี่แหละ เหมือนเป็นที่พึ่งของเขาได้ เพราะลูกชายไม่รู้จะไปทางไหนแล้ว คือมันสับสนไปหมด โชคดีที่ได้น้าโย่งกับเจ๊สมมาช่วย

หมอบอกโคม่า เป็นตายเท่ากัน ฟังแล้วเป็นยังไง ?

น้าโย่ง : เขาไม่รู้สึกตัว เราก็ใจไม่ดี กระวนกระวาย เดินวนอยู่หน้าห้อง ในใจก็ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยอย่าให้เขาเป็นอะไรเลย

เห็นบอกว่าตั้งแต่วันที่น้านงค์เข้าโรงพยาบาล น้าโย่งช่วยประสานงานเต็มที่เลย แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้เจอกันเลย ?

น้าโย่ง : เราก็เวิร์กฟอร์มโฮมในไลน์นี่แหละ

พอรู้ว่าเพื่อนรักเราขนาดนี้อยากจะบอกอะไรกับเพื่อนบ้าง ?

น้านงค์ : จริง ๆ เราก็รักกันทุกวันอยู่แล้ว อยู่กันมาตั้งแต่สมัยเล่นลิเก เราไม่เคยมีผิดใจกัน เรารักกันมาตลอด เราดีใจที่ได้รับการดูแลจากเขา แล้วก็จากยายสม

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นทำให้รักกันมากขึ้นกว่าเดิมอีกไหม ?

น้าโย่ง : เรียกว่าความผูกพันดีกว่า ถ้าความรักเดี๋ยวมันดูหวานไป คือความรักมันปนอยู่ในความผูกพัน ผสมกันอยู่เรียบร้อยแล้ว 3 คนเราผูกพันกันมาก

น้าโย่งอยากบอกอะไรน้านงค์บ้าง ?

น้าโย่ง : ก็ระวังเดี๋ยวมันจะผิดพลาดขึ้นอีก น้าโย่งมองว่าน้านงค์เป็นคนรอบคอบอยู่แล้ว แต่วันนั้นมันเกิดความผิดพลาดจริง ๆ

ติดตามรับชมรายการ "คุยแซ่บShow" ชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...