โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บริษัทยายักษ์ใหญ่สะดุ้ง!สหรัฐฯหนุนแผนละเว้นสิทธิบัตรวัคซีน ช่วยชาติยากจนสู้โควิด-19

Manager Online

เผยแพร่ 05 พ.ค. 2564 เวลา 23.29 น. • MGR Online

รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในวันพุธ(5พ.ค.) ประกาศสนับสนุนละเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีนโควิด-19 มอบความหวังแก่เหล่าชาติยากจนที่กำลังดิ้นรนเข้าถึงวัคซีนที่สามารถปกป้องชีวิตผู้คนท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้บรรดาประเทศร่ำรวยถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักต่อกรณีกักตุนวัคซีน

อินเดีย ชาติที่พบผู้เสียชีวิตรายวันจากโควิด-19 ทุบสถิติสูงสุดรอบใหม่ ท่ามกลางความกังวลว่าจุดพีคสุดยังมาไม่ถึง เป็นแกนนำการต่อสู้ภายในองค์การการค้าโลก(WTO) เปิดทางให้มีบริษัทยามากขึ้นที่สามารถผลิตวัคซีน ความเคลื่อนไหวที่ถูกบริษัทยากยักษ์ใหญ่คัดค้าน

แคทเธอรีน ไท่ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯบอกว่าแม้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของภาคธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ แต่วอชิงตัน "สนับสนุนการละเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองวัคซีนโควิด-19" เพื่อจบโรคระบาดใหญ่ "นี่คือวิกฤตสาธารณสุขโลก และกรณีแวดล้อมพิเศษของโรคระบาดใหญ่โควิด-19 จำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษเช่นกัน"

ไบเดน ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักหน่วงให้ละเว้นสิทธิบัตรคุ้มครองบรรดาผู้ผลิตวัคซีน โดยเฉพาะท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบรรดาประเทศร่ำรวยกำลังกักตุนวัคซีนโควิด-19

เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เรียกความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯว่าเป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นช่วงเวลาสำคัญในการต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

อย่างไรก็ตาม ไท่ แสดงความคิดเห็นด้วยความระมัดระวัง โดยบอกว่าการเจรจาคงจะต้องใช้เวลาพอสมควร ตามลักษณะพื้นฐานความเห็นที่ต้องเป็นเเอกฉันท์ขององค์การการค้าโลก "เป้าหมายคือเพื่อให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้าถึงวัคซีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด" เธอกล่าว

เป็นเวลานานหลายเดือนแล้วที่ องค์การการค้าโลกเผชิญเสียงเรียกร้องให้ละเว้นคุ้มครองสิทธิทางปัญญาวัคซีนโควิด-19 ในข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า หรือที่เรีกว่าข้อตกลง TRIPS

อย่างไรก็ตามแนวคิดดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างดุเดือดจากบรรดาผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่และเหล่าประเทศที่ตั้งของพวกเขา ซึ่งยืนกรานว่าสิทธิบัตรไม่ใช้ตัวกีดขวางหลักในการยกระดับกำลังผลิต และเตือนว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจกระทบต่อนวัตกรรมใหม่ๆ

"การละเว้นมันง่าย แต่มันเป็นคำตอบที่ผิดในปัญหาที่ซับซ้อน" สมาพันธ์ผู้ผลิตเภสัชภัณฑ์นานาชาติและสมาคมกลุ่มล็อบบี้ระบุ พร้อมให้คำจำกัดความความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯว่า "น่าผิดหวัง"

ในขณะที่สหรัฐฯมาถึงจุดที่ต้องเสนอมอบโดนัทและเบียร์โน้มน้าวให้ประชาชนออกมาฉีดวัคซีน แต่ขณะเดียวกัน อินเดีย ซึ่งรายงานพบผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดใหญ่รายวันรายใหม่อีก 3,780 คน กลับไม่มีวัคซีนมากพอที่จะฉีดให้ประชาชน

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระลอกหายนะ ซึ่งรายงานพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวันอีกมากกว่า 380,000 คนในวันพุธ(5พ.ค.)

วิกฤตการแพร่ระบาดของอินเดียถูกซ้ำเติมบางส่วนจากภาวะขาดแคลนวัคซีน และวิกฤตการณ์ดังกล่าวยังซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก เนื่องจากอีกด้านหนึ่ง อินเดีย คือชาติผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก

โรคระบาดใหญ่คร่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 3.2 ล้านรายทั่วโลก นับตั้งแต่มันอุบัติขึ้นในช่วงปลายปี 2019 แต่เหล่าประเทศร่ำรวยจำนวนมากมีความคืบหน้าในความพยายามสกัดไวรัส จากการเร่งฉีดวัคซีนหมู่แก่ประชาชน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สวนทางกลับบรรดาชาติยากจนทั้งหลาย

ประเด็นขาดแคลนวัคซีนไม่ใช่ปัญหาในสหรัฐฯ ซึ่งคาดหมายว่าจะมีวัคซีนเหลือใช้อย่างน้อย 300 ล้านโดส หรือเกือบเท่ากับจำนวนประชากร

ไบเดน ระบุในวันอังคาร(5พ.ค.) ว่าเขาต้องการฉีดวัคซีนแก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อยๆ 1 โดส ให้ได้ราวๆ 70% ก่อนถึงช่วงวันหยุดวันชาติสหรัฐฯ 4 กรกฏาคม นอกจากนี้แล้วยังเผยด้วยว่ารัฐบาลของเขา พร้อมดำเนินการในทันที หากว่าคณะผู้ควบคมกฎระเบียบอนุมัติใช้วัคซีนของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคกับยุวชนอายุ 12 ถึง 15 ปี

(ที่มา:เอเอฟพี)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...