โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CISCO เผยข้อมูล “บริษัทในอาเซียนมีความพร้อมด้านดิจิทัลมากกว่าประเทศอื่นในเอเชียแปซิฟิก”

BT Beartai

อัพเดต 03 ธ.ค. 2561 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2561 เวลา 00.45 น.
CISCO เผยข้อมูล “บริษัทในอาเซียนมีความพร้อมด้านดิจิทัลมากกว่าประเทศอื่นในเอเชียแปซิฟิก”

ซิสโก้ เผยผลการศึกษา โดยบริษัทวิจัยที่เป็นบุคคลที่สาม ซึ่งได้ทำการสัมภาษณ์ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายไอที 1,325 คนในบริษัทต่าง ๆ ในประเทศดังนี้

  • ออสเตรเลีย
  • จีน
  • อินโดนีเซีย
  • อินเดีย
  • ญี่ปุ่น
  • เกาหลีใต้
  • มาเลเซีย
  • ฟิลิปปินส์
  • สิงคโปร์
  • ไทย และ
  • เวียดนาม

ระบุว่า “บริษัทในอาเซียน (สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) มีความมั่นใจสูงสุดเกี่ยวกับความพร้อมด้านดิจิทัลเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

รายงานผลการศึกษามีชื่อว่า Ready, Steady, Unsure – A Technology Perspective into Asia-Pacific’s Readiness for Digital Transformation (มุมมองด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับความพร้อมของเอเชียแปซิฟิกสำหรับการปรับปรุงธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล) ชี้ให้เห็นว่า บริษัทส่วนใหญ่ใน 6 ประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่สุดในอาเซียนมั่นใจว่า กลยุทธ์การปรับปรุงธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation) ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทซิสโก้ประจำประเทศไทย

  • มีความเหมาะสมในการรักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับธุรกิจ (94%)
  • บริษัทมีความพร้อมเพียงพอในการปรับใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งกระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (93%) และ
  • บริษัทในอาเซียนมีความมั่นใจสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (84%)

ขณะที่บริษัทต่าง ๆ ในอาเซียนมีความพร้อมในการเร่งกระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น แต่ระดับความเชื่อมั่นก็แตกต่างหลากหลายกันไปสำหรับแต่ละบริษัท  ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า 19% ของผู้บริหารฝ่ายไอทีในองค์กรขนาดใหญ่ (ที่มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน) ไม่คิดว่าองค์กรของตนมีความพร้อมที่จะปรับใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องสำหรับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เปรียบเทียบกับ 7%ในบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่า  ทั้งนี้เพราะบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่าและเพิ่งเปิดดำเนินงานมาไม่นาน ไม่ต้องแบกรับภาระเกี่ยวกับระบบรุ่นเก่าที่ล้าสมัยและฐานผู้ใช้จำนวนมาก ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ดีกว่าในการพัฒนาระบบไอทีอย่างรวดเร็ว

“การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้ทันสมัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในโลกดิจิทัล โดยในปัจจุบัน 95%ของงานด้านไอทียังคงบริหารจัดการโดยคน (manual) ส่งผลให้ฝ่ายไอทีประสบปัญหายุ่งยาก และต้องใช้เวลานานในการก้าวให้ทันกับความต้องการของธุรกิจและจำนวนผู้ใช้และอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น  ซิสโก้กำลังให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทต่าง ๆ ในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในส่วนของเครือข่าย ระบบคลาวด์ภายในองค์กรและคลาวด์สาธารณะ และกรอบโครงสร้างไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยไม่เพียงแค่การอัพเกรดระบบเท่านั้น แต่รวมถึงการจัดการ ใช้งาน และปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดายมากขึ้น  และบริษัทเหล่านี้ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนการโฟกัสจากการจัดการด้านไอทีไปสู่การสร้างมูลค่า นวัตกรรม และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ”

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าความมั่นใจและการตระหนักรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สำคัญต่อการสร้างอนาคตทางด้านดิจิทัลของธุรกิจจะอยู่ในระดับที่สูง แต่อัตราการปรับใช้เทคโนโลยียังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำในภูมิภาคนี้ กล่าวคือ ในบรรดาผู้ตอบแบบสอบถามในอาเซียน

  • มีเพียง 60% เท่านั้นที่เริ่มปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์
  • 59% สำหรับโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • 55% สำหรับเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ
  • 48% สำหรับระบบงานอัตโนมัติ

แม้กระทั่งในส่วนของไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ปรากฏว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม  (47%) ยอมรับว่าองค์กรของตนใช้แนวทางป้องกันเชิงรับ และติดตั้งโซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยและทำการอัพเกรดระบบเฉพาะหลังจากที่เกิดปัญหาการละเมิดระบบรักษาความปลอดภัยแล้วเท่านั้น

ผู้บริหารฝ่ายไอทีชี้ว่า อัตราการปรับใช้เทคโนโลยีที่อยู่ในระดับต่ำเป็นผลมาจาก

  • ข้อจำกัดด้านงบประมาณ (47%)
  • การขาดแคลนบุคลากร (43%) และ
  • โครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ไม่เหมาะสม (42%)

แม้ว่าผู้บริหารฝ่ายไอทีส่วนใหญ่ (92%) ในอาเซียนระบุว่าบริษัทของตนได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้ทันสมัย ทั้งในส่วนของเครือข่าย ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ใน 3 ปีที่ผ่านมา แต่เกือบครึ่งหนึ่ง (46%) ยอมรับว่าบริษัทได้ละเลยเรื่องนวัตกรรมและบริการหลังการขาย เพื่อแลกกับราคาโดยรวมที่ถูกลง  อย่างไรก็ดี การตัดสินใจโดยพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นหลักส่งผลให้ผู้บริหารฝ่ายไอทีกว่าหนึ่งในสาม (37%) ไม่กล้าตัดสินใจและไม่มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่องค์กรมีอยู่จะสามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...