โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Schindler’s List ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม – 25 ปีผ่านไปความสะเทือนใจไม่มีเปลี่ยน

BT Beartai

อัพเดต 09 ม.ค. 2562 เวลา 18.05 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2562 เวลา 18.05 น.
[รีวิว] Schindler’s List ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม – 25 ปีผ่านไปความสะเทือนใจไม่มีเปลี่ยน

จากนักธุรกิจที่เพียงแสวงผลกำไรจากแรงงานยิวราคาถูก ออสการ์ ชินด์เลอร์ (เลียม นีสัน) กลับสัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่แห่งความเมตตาหลังได้รู้จักกับ อิตแซค สเติร์น (เบน คิงส์ลีย์) สมุห์บัญชีชาวยิวผู้ลักลอบจ้างแรงงานร่วมชาติเพื่อให้รอดจากการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุโดย อามอน เกิร์ธ (ราล์ฟ ไฟน์ส) ทหารนาซีสุดโฉดผู้พิสมัยการสังหารชาวยิวเป็นอย่างยิ่ง

หากกล่าวถึง Schindler’s List ความทรงจำของผมหากย้อนไปปี 1993 ที่หนังฉายคงเลือนลางเหลือแค่โปสเตอร์ขาวดำรูปมือคนจับกันที่ติดไว้ในตู้โชว์หน้าโรงหนัง กว่าจะได้พิสูจน์ความยอดเยี่ยมของหนังครั้งแรกจริงๆก็ปาเข้าไปตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่ได้ยืมแผ่น VCD จากห้องสมุดมาดู ซึ่งหลังหนังดำเนินไปครบ 3 ชั่วโมงกว่าๆ สิ่งที่หนังมอบให้ไม่เพียงความหดหู่ที่มนุษย์กระทำต่อกันเท่านั้น แต่หนังยังมาพร้อมฉากหลายฉากที่ลืมไม่ลง ทั้งฉากห้องรมแก๊ส ที่การถ่ายภาพแบบขาว-ดำยิ่งให้ความรู้สึกหลอกหลอนสมจริง หรือ แม้กระทั่งฉากมหัศจรรย์อย่างเด็กสาวในเสื้อโค๊ตสีแดง ซึ่งเป็นสีเดียวในเรื่องที่เด่นออกมาจากโทนภาพขาวดำ ก็ให้ความรู้สึกที่สะเทือนใจจนลืมไม่ลง 

และหลังจากนั้นก็มีโอกาสชมเป็นครั้งคราวทั้งการต้องกลับมาดูเพื่อการศึกษาด้านภาพยนตร์ หรือ การต้องนำหนังมาสอนในห้องเรียนนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกอันแรงกล้าว่าสักวันหากหนังกลับมาฉายโรง เราต้องไปดูให้ได้ และวันนี้ฝันของผมก็เป็นจริงแล้วกับการนำ Schindler’s List กลับมาฉายฉลอง 25 ปีในวันนี้ 

นอกจากงานกำกับของสปีลเบิร์กที่เอาคนดูอยู่หมัดตลอด 3 ชั่วโมงกว่าแล้ว จุดเด่นลำดับต้นๆคงไม่พ้นงานภาพโดย ยานุตซ์ คามินสกี ก่อนเลย จากที่เคยอ่านในตำราภาพยนตร์ที่ยกย่องวิสัยทัศน์ของผู้กำกับภาพคู่บุญของสปีลเบิร์ก วันนี้คือประจักษ์ด้วยสายตาตัวเองชัดๆก็บนจอในโรงเนี่ยแหละ ที่งานภาพแกคราฟต์ทุกเม็ด นอกจากฉากเด็กหญิงโค๊ตสีแดงที่เป็นสัญญะถึงความบริสุทธิ์ของเรื่องแล้ว เรายังพบรายละเอียดแต่ละซีนได้ชัดขึ้นบนจอใหญ่ทั้งการจัดแสงที่สามารถสื่อความหมายในภาพได้อย่างล้ำลึก จนต้องขอบคุณที่สปีลเบิร์ก แกไฝ่ว์จนได้ถ่ายหนังเป็นขาวดำเพราะมันเหมาะสมกับการบอกเล่าประวัติศาสตร์อันโหดร้ายได้อย่างสมจริงและตราตรึง

และไม่เพียงงานถ่ายภาพเท่านั้น การตัดต่อของหนังยังสามารถเป็นตำราชั้นดีสำหรับเด็กภาพยนตร์ เพราะมีทั้ง แมตช์คัต (การตัดแบบไร้รอยต่อด้วยการจับคู่ภาพที่มีรูปทรงเดียวกันมาต่อกัน) และการมองทาจ (การเล่นตัดสลับเหตุการณ์2-3เหตุการณ์เพื่อให้เกิดความหมาย) หรือกระทั่งการลำดับเหตุการณ์ต่างๆก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะที่ยากจะหาหนังสมัยนี้เทียบเคียงได้ก็มิปาน ยิ่งได้ดนตรีประกอบโดยจอห์น วิลเลี่ยม ก็แทบจะทำให้หนังใกล้เคียงกับคำว่าไร้ที่ติอย่างสมบูรณ์แบบ

จากหนังที่ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ทุ่มหัวใจสร้างและไม่ขอรับค่าตัว (เพราะไม่อยากถูกตราหน้าว่ารับเงินเปื้อนเลือดจากการทำหนังสังหารหมู่ชาวยิว เพื่อนร่วมชาติ)สู่หนังเกริกเกียรติ 7 รางวัลออสการ์ทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ณ.บัดนี้ก็ได้เวลาที่หนังซึ่งมีอายุร่วม 25 ปีจะได้กลับมาฉายโรงอีกครั้งหลังได้รับการพิสูจน์ด้วยกาลเวลามาแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง 

ตีตั๋วพิสูจน์หนังดีเหนือกาลเวลาคลิกเลย

แชร์โพสนี้

[รีวิว] Schindler’s List ชะตากรรมที่โลกไม่ลืม – 25 ปีผ่านไปความสะเทือนใจไม่มีเปลี่ยน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...