โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร้นลับมากว่า 3 พันปี ตะลึง! พบ สุสานถ้ำ ซ่อนกระดูกมนุษย์โบราณ-ของอุทิศให้คนตาย

Khaosod

อัพเดต 17 ต.ค. 2562 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 15.58 น.

เร้นลับมากว่า 3 พันปี ตะลึง! พบ สุสานถ้ำ ซ่อนกระดูกมนุษย์โบราณ-ของอุทิศให้คนตาย เผยสภาพยังสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยถูกรบกวน เตรียมทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว 

สุสานถ้ำ วันที่ 17 ต.ค. ที่เขาถ้ำแรด หมู่ 1 บ้านในเขา ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายอภิรัฐ เจ๊ะเหล่า นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา พร้อมด้วย น.ส.มณฑา ทองขาว นายก อบต.ปากแจ่ม, นายบัณฑิต สงเพชร กำนัน ต.ปากแจ่ม, นายสมคิด นาเลื่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านในเขา และชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 คน เดินทางมาสำรวจ ตรวจสอบ กระดูกมนุษย์ที่ชาวบ้านพบในถ้ำ คาดว่ามีอายุหลายพันปี พร้อมทั้งยังพบเครื่องปั้นดินเผา เป็นหม้อ และขวานหินขัดอีกด้วย

โดยที่บริเวณที่พบกระดูก หม้อ และขวานหินขัด อยู่ภายในชะง่อนเพิงผา มีลักษณะเป็นวงรี สูงจากพื้นถ้ำประมาณ 6 เมตร บริเวณปากถ้ำกว้างประมาณ 1 เมตร ยาว 2 เมตร ภายในเป็นโพรงกว้างลึกประมาณ 4 เมตร และเป็นถ้ำเล็กๆ ไม่สามารถยืนได้ พบกระดูกมนุษย์วางกระจัดกระจาย ใกล้ๆ มีเครื่องปั้นหม้อโบราณ เบื้องต้น นายอภิรัฐ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบและสันนิษฐานว่า อยู่ในยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ 3,000-4,000 ปี นอกจากนี้ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้เข้าสำรวจปากถ้ำอีกด้าน พบเครื่องปั้นดินเผาหม้อโบราณอีก 3 ใบ วางเรียงกัน จากการสำรวจเบื้องต้นมีอายุใกล้เคียงกัน และภายในถ้ำด้านในยังพบว่า มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

นายเจริญ เอียดสี อายุ 60 ปี ชาวบ้านบ้านคลองคุ้ย ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นคนพบกระดูก กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางยังถ้ำเขาแรด เพื่อตกแต่งเป็นสถานที่ทำบุญ เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านใช้พื้นที่ดังกล่าวมาก่อนแล้ว และตรงจุดที่พบกระดูกนั้นตนได้นำต้นว่านหางช้างขึ้นไปปลูกตรงบริเวณชะง้อนเพิงผา ปรากฏว่า ภายในมีโพรงถ้ำ เมื่อใช้ไฟส่องจากโทรศัพท์มือถือเห็นกระดูกและหม้อดิน จึงแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านมาดำเนินการและเจ้าหน้าที่สำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา ลงมาพิสูจน์พบว่า เป็นกระดูกของมนุษย์ที่มีอายุกว่า 3 พันปี ทำให้ตนรู้สึกตื่นเต้นมาก

ขณะที่ นายสมคิด นาเลื่อน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 กล่าวว่า หมู่บ้านในขา ต.ปากแจ่ม ทางกรมป่าไม้อนุมัติให้เป็นป่าชุมชน จึงได้มีการจัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ ดูแลศึกษาเรื่องธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กว่า 372 ไร่ โดยที่ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกป่าชุมชนอยากได้ที่พักผ่อนหย่อนใจ จึงมีการจัดทำโครงการคืนธรรมชาติให้ผืนป่า ด้วยการนำต้นมามาปลูกเพิ่มเติม กระทั่งมีชาวบ้านไปพบโครงกระดูกและแจ้งตนให้ทราบ

จากการตรวจสอบพบว่าภายในถ้ำมีโครงกระดูก หม้อ ขวาน และก้อนหินคล้ายลูกปัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ศิลปากรได้เก็บและนำไปศึกษาต่อไป โดยทางสำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา จะได้ศึกษาว่าโครงกระดูกที่พบอยู่ในสมัยไหนย้อนหลังไปกี่พันปี ในส่วนของพื้นที่จะมีการจัดเวรยาเฝ้าระวังเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปทำลาย อยากให้คงอยู่ในสภาพเดิม เพื่อประกาศเป็นแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุต่อไป

ด้าน นายอภิรัฐ เจ๊ะเหล่า นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา กล่าวว่า จากการลงมาพื้นที่สำรวจ นอกจากพบเครื่องปั้นดินเผาแล้ว ยังพบกระดูก ขวานหินขัด และหินต่างพื้นที่ ซึ่งจากการตรวจสอบมั่นใจว่าเป็นกระดูกของมนุษย์ เจอทั้งกระดูกนิ้ว ท่อนแขน ท่อนขา ที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์ การที่พบกระดูกในถ้ำขนาดเล็กสันนิษฐานได้ว่าเป็นถ้ำที่ใช้ในจัดทำพิธีกรรมฝังศพ ไม่ใช่ถ้ำที่เป็นที่อยู่อาศัยที่จะต้องมีขนาดใหญ่ แต่เป็นถ้ำที่ใช้ในการฝังศพ ซึ่งของที่พบทั้งหม้อและขวานหินขัดเป็นสิ่งที่อุทิศให้กับผู้ตาย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ลักษณะกระดูกที่พบมีขนาดใหญ่คิดว่า เป็นกระดูกของผู้ชาย ลักษณะกระดูกไม่ได้วางนอนตามแนว แต่กระจัดกระจายโดยสภาพยังไม่ถูกรบกวนมาก่อน และลักษณะกระดูกที่พบไม่ได้มีการวางยาวทั้งพวง สันนิษฐานว่าเป็นการฝังศพในสมัยโบราณโดยการฝังด้านล่างก่อน เมื่อเน่าเปื่อยแล้วค่อนกระดูกมาเก็บไว้ถ้ำ ซึ่งอายุจากการดูจากขวานหินขัด และเศษวัสดุดินเผา เป็นยุคสมัยหินใหม่ อายุ 3-4 พันปีมาแล้ว ต่อไปจะเก็บตัวอย่างกระดูกกับเศษเครื่องปั้นดินเผา และขวานหินขัด ไปวิเคราะห์เพิ่มเติม จากนั้นจะรายงานมายังชุมชนว่าจะมีแผนอนุรักษ์พื้นที่นี่ต่อไปอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...