โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

[รีวิว] Ode to Joy: รัก-หลับ-จุก-เจ็บ ลึกล้ำที่ตัวอย่างหนังไม่ได้บอก

BT Beartai

อัพเดต 18 ก.ย 2563 เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2563 เวลา 18.04 น.
[รีวิว] Ode to Joy: รัก-หลับ-จุก-เจ็บ ลึกล้ำที่ตัวอย่างหนังไม่ได้บอก

Ode to Joyจุดเด่นหนังรักตลกที่มีดีกว่าที่คิด เหมาะสำหรับคนที่อยากหาหนังฟีลกู้ดรสชาติแบบอินดี้เสพใส่ตัวช่วงนี้จุดสังเกตหนังฟีลกู้ดตามสูตรที่หน้าหนังดูอาจจะน่าเบื่อนิด ๆ นะ น่าเสียดายเหมือนกันถ้าจะถูกตัดสินจากแค่นั้นแล้วไม่ดู7.4

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ: ชาร์ลี คือชายวัยกลางคนที่มีโรคประจำตัวคือเมื่อมีความรู้สึกใด ๆ รุนแรงเช่นมีความสุข เขาจะสลบ ซึ่งทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากโดยการทำให้ตัวเองไม่รู้สึกมีความสุข แต่มันก็ยากเหลือเกินเมื่อเขาได้พบกับฟรานเชสกา สาวผู้มีรอยยิ้มเปร่งประกายจนยากที่จะรั้งใจไม่ให้ตกหลุมรัก

อาจเป็นหนังโรแมนติกฟีลกู้ดทุนสร้างเล็ก ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่เข้ามาฉายในโรงบ้านเรา แถมตามหลังจากฝั่งอเมริกากว่าปี (อเมริกาฉายสิงหาคมปีที่แล้ว) ซึ่งหลายคนก็คงคิดล่ะว่าหนังไม่ได้ดูน่าสนใจมากนัก แม้ว่าพลอตจะดูมีอะไรให้เล่นเยอะเกี่ยวกับโรคหลับกลางอากาศของตัวเอกที่ทำให้เขากลัวการตกหลุมรักใคร ไปจนถึงดารานำที่คุ้นหน้าตาดีอย่าง มาร์ติน ฟรีแมน ที่มารับบทชาร์ลีตัวเอกสำคัญ ซึ่งก็อาจยังไม่เพียงพอให้หลายคนยอมควักกระเป๋าเดินเข้าโรง ทว่าในเนื้อแท้หนังเรื่องนี้กลับมีอะไรมากกว่าเปลือกที่เป็นหนังโรแมนติกเบาสมองมากมายนักและนี่คือจุดที่เราอยากบอกว่า หนังมันมีของอยู่นะ

Ode to Joy อันเป็นที่มาของชื่อหนังนี้มาจาก Ode an die Freude บทประพันธ์ลือชื่อของ ฟรีดริช ชิลเลอร์ กวีชาวเยอรมันคนดังที่ฝีมือยืนคู่มากับเกอเธในยุคคลาสสิก ซึ่งบทประพันธ์นี้ว่าด้วยการสรรเสริญความปีติรื่นรมย์ในชีวิตของชิลเลอร์เอง และในเวลาต่อมาบีโธเฟนได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจสร้าง ซิมโฟนีหมายเลข 9 ของเขาด้วย และเจ้าเพลงนี้เองก็มีบทบาทสำคัญในการเป็นเพลงที่ชาร์ลีเลือกฟังเพื่อคุมให้เขาไม่รู้สึกมีความสุขเกินไปยามเมื่อต้องออกนอกบ้าน ซึ่งหนังให้เราเห็นภาพว่าโดยเนื้อในหัวใจของชายที่ชื่อชาร์ลีเขาอาจเป็นคนที่ใจอ่อนโยนที่สุดในโลก เพราะเพียงสุนัขที่น่ารัก หรือพ่อจูงมือลูก ก็เพียงพอให้เขามีความสุขจนร่วงผล็อยลงพื้นได้ง่าย ๆ เสียแล้ว และนั่นทำให้ภายในเขาจะใจดีเพียงใด แต่ภายนอกเราจะเห็นเพียงหน้าตาขมึงทึงของเขาอยู่บ่อยครั้ง

ชาร์ลีเลือกงานห้องสมุดที่คิดว่าน่าเบื่อที่สุดเพื่อไม่ให้เขามีอารมณ์อื่น ๆ แต่ก็ไม่วายต้องมาเจอฟรานเชสกาในที่สุด

ฟรานเชสกา คือสาวที่เข้ามาโดยบังเอิญในชีวิตชาร์ลี อย่างว่าเนื้อคู่กันย่อมไม่อาจคลาดกันโดยง่าย เพียงการคุยกันครั้งแรกทั้งคู่ก็ถูกคอเข้าใจกันเสียแล้ว ทว่าเป็นที่ตัวชาร์ลีเองนั่นล่ะที่ยับยั้งชั่งใจ แต่ก็ไม่อาจทานบุพเพไหวจนตกหลุมรักฟรานเชสกาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นในเดตแรกเท่านั้น ทว่าการแสดงออกความรักของเขากลับเป็นการผลักไสฟรานเชสกาออกจาชีวิตแทน เพราะมันคงลำบากที่ใครจะมามีชีวิตคู่กับชายที่ห้ามมีความสุข

แม้จะทำตัวเฉยชา ผลักไสฟรานเชสกาออกไป แต่ในหัวใจชาร์ลีกลับอยากลองเสี่ยงตายดูสักครั้งเหมือนกัน

แต่เมื่อห้ามใจไม่ไหว เขาจึงเลือกใช้วิธีระงับความสุขของเขาที่ใช้ในเดตแรกนั่นคือการซ่อนเข็มหมุดในรองเท้าเพื่อให้ความเจ็บปวดหยุดความสุขที่ก่อตัว แต่หมุดในความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเป็นความรู้สึกผิดระคนเศร้าของเขาแทน เมื่อชาร์ลีเสนอให้ฟรานเชสกาลองคบหาดูใจกับน้องชายแท้ ๆ ของตนเอง เพื่อให้เขาได้มีฟรานเชสกาอยู่ในชีวิตได้โดยไม่ต้องเป็นอันตรายต่อชีวิต เพราะเมื่อใดที่เขามีความสุขที่ได้ใกล้หญิงที่รักเขาก็จะเห็นน้องชายตนเองอยู่ข้าง ๆ อย่างเจ็บปวดไปพร้อมกัน

การเฝ้ามองฟรานเชสกาคู่กับคูเปอร์น้องชายของตนเอง เป็นการระงับความสุขที่ดีที่สุดของชาร์ลี เขาจะอกหักตลอดเวลาในชีวิตที่เหลือหลังจากนี้

นี่คือครึ่งทางที่หนังแอบหยอดโจทย์ยาก ๆ ใหญ่ ๆ ยุ่ง ๆ ให้ตัวละครต้องแก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำ ในขณะเดียวกันก็สอนผู้ชมไปพร้อมกันว่าการก่อปัญหามาเพื่อกลบอีกปัญหามีแต่จะเพิ่มกองปัญหาให้ใหญ่และแก้ไขยากขึ้นทุกที ทั้งยังชวนตั้งคำถามถึงเนื้อแท้ของความสุขด้วยว่าคืออะไรกันแน่ ซึ่งที่ว่ามาดูเหมือนหนังน่าจะมีโทนหนัก ๆ ดราม่าแรง ๆ แต่มันกลับเล่าผ่านมุกตลกร้ายที่ทำเอาหัวเราะในลำคอหลายครั้งแบบไม่รู้ตัว และประนีประนอมในการหาทางออกให้ดูเพลินไปแบบยิ้มได้ตลอดเรื่องเช่นกัน

ซึ่งก็ต้องยกความเก่ง-กล้าลองท่ายากในหนังที่ไม่น่ามีอะไรนี้ของผู้กำกับอย่าง เจสัน ไวเนอร์ ที่เคยได้รางวัลไพรมไทม์เอมมีอวอร์ดจากซีรีส์ตลกดรามา Modern Family และบทที่เล็ก ๆ แต่ไม่ธรรมดาในรายละเอียดจากฝีมือ แม็กซ์ เวอร์เนอร์ เจ้าของรางวัลไพรมไทม์เอมมีอวอร์ดจากรายการตลกอย่าง The Colbert Report ด้วย

และแน่นอนการแสดงของ มาร์ติน ฟรีแมน ที่มีเสน่ห์ในบทตลกหน้าตายก็เป็นตัวชูโรงที่พาหนังไปได้ตลอดรอดฝั่ง โดยมีดาราสมทบคุ้นหน้าบ้างอย่าง เมลิสสา รอช จากซีรีส์ The Big Bang Theory ที่แม้มารับบทสาวเนิร์ดไร้อารมณ์คล้ายเดิมแต่ก็มีฉากยิงดาเมจได้รุนแรงไม่แพ้กัน ในขณะที่ตัวฟรานเชสกาก็ได้แฟนสาวจากหนัง Deadpool อย่าง โมรีนา แบกคาริน มารับบทสาวเสน่ห์แรงที่แอบมีปัญหาร้าวใจเรื่องครอบครัวซ่อนไว้ได้สง่างาม และต้องชื่มชมไปอีกหลาย ๆ ตัวละครที่ช่วยหนุนให้หนังมีช่วงเวลาอบอุ่นใจ ขบขัน และร้าวราน ได้อย่างกลมกล่อมทีเดียว

รอชในบท เบธทานีสาวที่ทำให้ชาร์ลีไม่รู้สึกอะไรได้มากที่สุด จนเขาคิดว่าเธออาจเป็นคู่ชีวิตของเขาได้

และเพื่อเพิ่มมิติในการรับชมหนัง ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้หยิบยืมมาจากเรื่องราวจริงของ คริส ฮิกกิ้นส์ ในรายการวิทยุดังชื่อ This American Life อีกด้วยนะ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

[รีวิว] Ode to Joy: รัก-หลับ-จุก-เจ็บ ลึกล้ำที่ตัวอย่างหนังไม่ได้บอก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...