โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุนทรภู่ดังไปถึงเพื่อนบ้าน แบบเรียนลาวมีเรื่องของ "สุนทอนพู่"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ต.ค. 2567 เวลา 04.04 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2567 เวลา 01.22 น.

“สุนทรภู่” ดังไปถึงเพื่อนบ้าน แบบเรียนลาวมีเรื่องของ “สุนทอนพู่”

ในสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน อาจจะพบว่าเรามีสินค้าส่งออกโดยเฉพาะงานศิลปะจำนวนไม่น้อย เช่น ผ้าไทย จิตรกรรม ประติมากรรมไทยทว่าเราอาจจะยังไม่ทราบว่างานศิลปะไทยอีกประเภทหนึ่งที่มีการส่งออกและเป็นที่รับรู้อยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านนั้น มีการส่งออกงานศิลปะประเภท วรรณคดี รวมอยู่ด้วย

วรรณคดีที่มีการส่งออกไปยังต่างประเทศดังจะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นผลงานของท่านผู้ที่รับยกย่องว่าเป็นกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์คนหนึ่ง มีชื่อเสียงแผ่ขยายไปทั่วแม้ในประเทศเพื่อนบ้าน กวีท่านนี้ก็คือ สุนทรภู่ มหากวี “ยอดนิยม” ของคนไทยทุกยุคทุกสมัย

ในประเทศลาวนั้นมีการตีพิมพ์วรรณคดีของสุนทรภู่ในแบบเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โดยรัฐบาลลาว (ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ) อันนับได้ว่าเป็นการเผยแพร่งานของสุนทรภู่ในวงกว้าง

ประวัติ “สุนทรภู่” ในแบบเรียนลาว

ในแบบเรียนภาษาและวรรณคดีลาว ส่วนที่ว่าด้วยวรรณคดี ภาคที่ 2“วันนะคะดีต่างปะเทด” นั้น“วันนะคะดีไท ‘นิลาดเมืองแกลง’ ของสุนทอนพู่” ได้รับเลือกให้เป็นวรรณคดีต่างชาติเรื่องแรกที่นำมาเรียนในฐานะ “ตัวแทนจากประเทศไทย” โดยคณะผู้จัดทำได้แบ่งการนำเสนอออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ บางจุดเกี่ยวกับนักกะวี, เนื้อในหย้อของ “นิลาดเมืองแกลง”, นิลาดเมืองแกลง (คัดตอน), อะทิบายสับ, และ คำถาม ในหัวข้อ “บางจุดเกี่ยวกับนักกะวี” มีการเรียบเรียงประวัติของสุนทรภู่ไว้โดยสังเขป เพื่อเป็นข้อมูลให้กับการศึกษาผลงานของสุนทรภู่ ดังนี้

สุนทอนพู่ เป็นนักกะวีเอกของไท เซิ่งได้ดำลงชีวิดอยู่ตั้งแต่ลัดชะกานที่ 1 เถิงลัดชะกานที่ 4 (พ.ส. 2329 เถิง พ.ส. 2398) ของกุงลัดตะนะโกสิน สุนทอนพู่เกิดในปี พ.ส. 2329 ที่กุงเทบมะหานะคอน ชื่อเดิมแม่น “พู่” ท่านมีความสามาดค่องแค่วในวิชาอักสอนสาด มีความสามาดเป็นพิเสดในการแต่งกอน ท่านได้แต่งนิทานคำกอนเลื่องทำอิดออกให้ชื่อว่า “โคบุด” คนทั้งหลายได้อ่านแล้วจึ่งนิยมเอิ้นท่านว่า “สุนทอนพู่”

สุนทอนพู่เป็นนักจดนักเขียน บ่ว่าจะเดินทางไปใส เมืองใดก็จดบันทึกไว้ และแต่งเป็นบดกอนขึ้น เวียกงานของสุนทอนพู่จึ่งบ่ได้เป็นเพียงบดกะวีแต่อย่างเดียว หากยังเป็นทังบทบันทึก, พูมสาด, ปะหวัดสาด, วัดทะนะทำ, สินทำ, จะลิยะทำ, ปัดชะยา และอื่น ๆ

ผนงานการปะพันของท่านมีย่างหลวงหลายด้วยกันเช่น จำพวกนิลาดมีอยู่ 8 เรื่อง ได้แก่นิลาดเมืองแกลง นิลาดพะบาท นิลาดพูเขาทอง นิลาดเมืองเพ็ด และอื่น ๆ อีก จำพวกคำกอนนิทาน เช่น นิทานคำกอนโคบุด นิทานคำกอนเลื่องพะไชยะสุลิยา แลเลื่องพะอะไพมะนี นอกจากนี้ยังได้แต่งกอนอื่น ๆ อีกเช่น คำกอนสุพาสิดสอนผู้ยิง, สุพาสิดเลื่องสะหวัดดิรักสา, เพลงยาวถวายโอวาด, บดลิเกเลื่องขุนช้างขุนแผน, บดลิเกเลื่องพะลาชะพงสาวะดาน, บดละครเลื่องอะไพนุลาด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกาบเซิ้งก่อมบันเทิง, กาบเซิ้งเลื่องจับละบำ กาบเซิ้งเลื่องกากี, กาบเซิ้งเลื่องอะไพมะนี และกาบเซิ้งเลื่องโคบุด เป็นต้น

จากประวัติของสุนทรภู่ฉบับแบบเรียนภาษาลาวข้างต้นจะเห็นว่าเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับปีเกิดและปีตายตลอดจนผลงานของสุนทรภู่เป็นการเขียนประวัติในเชิงยกย่อง

อนึ่ง ประวัติสุนทรภู่ที่เรียบเรียงขึ้นนี้ มีความคลาดเคลื่อนจากองค์ความรู้เรื่องสุนทรภู่ที่มีการศึกษาค้นคว้าอยู่ในประเทศไทยในบางประเด็น ได้แก่

ประเด็นเรื่องที่มาของชื่อสุนทรภู่ ในแบบเรียนลาวกล่าวว่า เหตุที่ นายภู่ ได้รับสมญาว่าสุนทรภู่ นั้น เนื่องจากท่านได้ประพันธ์เรื่อง โคบุตร ซึ่งเป็นที่นิยมของคนทั้งหลายมาก คนทั้งหลายจึงเรียกท่านว่า สุนทรภู่ ขณะที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่องชีวิตและงานของสุนทรภู่ ว่า “ดูประหนึ่งว่า ถึงรัชกาลที่ 3 [สุนทรภู่] ถูกถอดจากที่ขุนสุนทรโวหาร น่าจะเป็นเช่นนั้นจริง คนทั้งหลายจึงได้เรียกกันว่า สุนทรภู่” ซึ่งความเห็นของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพน่าเชื่อถือกว่ามาก เพราะขณะที่แต่งและเผยแพร่เรื่องโคบุตร (พ.ศ. 2349) นั้น สุนทรภู่ยังหาได้รับราชการไม่ กว่าจะได้รับราชการและได้รับพระราชทานราชทินนาม “ขุนสุนทรโวหาร” ก็ล่วงเข้า พ.ศ. 2464 คือห่างกันถึง 15 ปี จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะนำคำ “สุนทร” มานำหน้าชื่อ “ภู่”

ประเด็นเรื่องจำนวนผลงานนิราศ ผลงานนิราศของสุนทรภู่ที่กล่าวถึงในแบบเรียนลาวนั้นว่ามีเพียง 8 เรื่อง ซึ่งต่างไปจากจำนวนนิราศของสุนทรภู่ที่รับรู้กันในประเทศไทย ทั้งการศึกษาในสมัยแรกและสมัยหลัง กล่าวคือ ในพระนิพนธ์เรื่องชีวิตและผลงานของสุนทรภู่ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่เป็นงานระยะแรกก็ทรงไว้ว่ามี 9 เรื่อง คือทรงรวมนิราศพระแท่นดงรังไว้ด้วย (ต่อมา นายธนิต อยู่โพธิ์ พบว่านิราศพระแท่นดงรังมี 2 สำนวน สำนวนหนึ่งเป็นของนายมี และอีกสำนวนหนึ่งเป็นของสามเณรกลั่น ไม่ใช่ของสุนทรภู่” ส่วนการศึกษาในสมัยต่อมาที่พบว่ามีงานของสุนทรภู่เพิ่มมาอีก 1 เรื่อง คือรำพันพิลาป ทำให้นิราศของสุนทรภู่มีทั้งสิ้น 9 เรื่องเช่นกัน ดังนั้นการที่ในแบบเรียนกล่าวว่ามีนิราศ 8 เรื่องนั้นอาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือใช้เอกสารต่างฉบับกันก็เป็นไปได้

ประเด็นเรื่องผลงานที่ยอมรับว่าเป็นงานสุนทรภู่ในแบบเรียนเล่มนี้ได้นับเรื่องสุภาษิตสอนหญิงเข้าไว้ในจำนวนผลงานของสุนทรภู่ด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ศึกษาแล้วพบว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่สำนวนของสุนทรภู่

ประเด็นเรื่องชื่อเรียกประเภทของผลงาน ในแบบเรียนลาวเรียก บทเสภา ว่าบทลิเก เช่นบทลิเกเรื่องขุนช้างขุนแผน บทลิเกเรื่องพระราชพงศาวดาร นอกจากนี้ยังเรียกบทเห่กล่อมพระบรรทม ว่า กาพย์เซิ้งกล่อมบันเทิง เช่น กาพย์เซิ้งเรื่องจับระบำ กาพย์เซิ้งเรื่องกากี กาพย์เซิ้งเรื่องอภัยมณี กาพย์เซิ้งเรื่องโคบุตร ทั้งยังเรียกว่า นิทานคำกลอนเรื่องพระไชยสุริยา ไม่เรียกกาพย์พระไชยสุริยา ดังที่คนไทยรับรู้กัน

จากความคลาดเคลื่อนที่เสนอมาข้างต้นโดยเฉพาะประเด็นเรื่องผลงานของสุนทรภู่ ทำให้ผู้เขียนสันนิษฐานว่า คณะผู้เรียบเรียงอาจใช้ประวัติสุนทรภู่พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ฉบับพิมพ์ก่อน พ.ศ. 2485 ก็เป็นได้ เนื่องจากประวัติสุนทรภู่ฉบับนั้นยังไม่มีเชิงอรรถและบันทึกอธิบายของ นายธนิต อยู่โพธิ์ ที่ได้ปรับปรุงข้อมูลบางส่วนตามหลักฐานที่พบเจอเพิ่มเติมในชั้นหลัง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “’สุนทรภู่’ กับธุรกิจส่งออกวรรณกรรมที่เมืองลาว” เขียนโดย อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2551

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 มิถุนายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุนทรภู่ดังไปถึงเพื่อนบ้าน แบบเรียนลาวมีเรื่องของ “สุนทอนพู่”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...