โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คดี 'น้องชมพู่' ยังไม่จบ 'ลุงพล-ป้าแต๋น' จ่อเข้าเครื่องจับเท็จ พิสูจน์ 8 สมมุติฐาน 'ผบ.ปั๊ด'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ม.ค. 2564 เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2564 เวลา 11.47 น.

คดี “น้องชมพู่” ยังไม่จบ “ลุงพล-ป้าแต๋น” จ่อเข้าเครื่องจับเท็จ พิสูจน์ 8 สมมุติฐาน “ผบ.ปั๊ด” 

คดีน้องชมพู่ – รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.) นายไชย์พล หรือ ลุงพล และนางสมพร หรือ ป้าแต๋น ถูกเชิญตัวมาที่ จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยต้องถูกผู้เชี่ยวชาญซักถามก่อนเข้าสู่กระบวนการใช้เครื่องจับเท็จ โดยวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาคนละประมาณ 3 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา น้องสะดิ้ง พี่สาวของน้องชมพู่ ซึ่งเป็นคนแรกที่ผู้เชี่ยวชาญได้สัมภาษณ์ประมาณ 1 ชั่วโมง ถัดจากนั้น นายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ เป็นคนที่สอง ถูกสัมภาษณ์แล้วเข้าเครื่องจับเท็จโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นช่วงบ่าย นางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ เป็นคนที่สาม ถูกสัมภาษณ์แล้วเข้าเครื่องจับเท็จโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ช่วงเช้า นางจุไรภรณ์ หรือน้าต่าย โดยผู้เชี่ยวชาญสัมภาษณ์ก่อนนำเข้าเครื่องจับเท็จโดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงบ่าย นายเสริม (น้าเขย) ผู้เชี่ยวชาญสัมภาษณ์ก่อนนำเข้าเครื่องจับเท็จใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

วันที่ 7 มกราคม ช่วงเช้า นายนรินทร์ หรือ น้าแต โดยผู้เชี่ยวชาญสัมภาษณ์ก่อนนำเข้าเครื่องจับเท็จใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นช่วงบ่าย น.ส.สายฝน หรือ ฝน โดยผู้เชี่ยวชาญสัมภาษณ์ก่อนนำเข้าเครื่องจับเท็จใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนเสร็จสิ้น ซึ่งทั้ง 7 คนเดินทางกลับหมู่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร โดยรถยนต์ตู้ของ สภ.กกตูม

ทั้งนี้ สำหรับการเสียชีวิตของ น้องชมพู่ หรือ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา อายุ 3 ขวบ ซึ่งตั้งแต่น้องชมพู่หายตัวไปจนกระทั่งพบศพจนถึงระยะเวลาล่วงเลยกว่า 7 เดือน โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แถลงความคืบหน้าคดีครั้งล่าสุดช่วงรับตำแหน่งผู้นำชาวสีกากีเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2563 ว่า“น้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนจุดพบศพบนภูเหล็กไฟได้ด้วยตนเอง” ด้วย 8 เหตุผล ประกอบด้วย

1.เส้นทางขึ้นภูเหล็กไฟได้มี 4 เส้นทาง ที่ยากลำบากเกินความสามารถของน้องชมพู่ มีเนินชันมากกว่า 60 องศา ขวางกั้นในทุกเส้นทาง สอบปากคำพ่อแม่คนในบ้านบอกน้องชมพู่ยังขึ้นบันไดที่บ้านไม่ถนัดทั้งที่มีความลาดชัดเพียงชัน 45 องศาเท่านั้น ดังนั้นการขึ้นภูด้วยตัวเองเป็นไปไม่ได้

2.พลังงานจากอาหารมื้อสุดท้ายที่น้องชมพู่รับประทานไปไม่เพียงพอต่อการเดินไปบนจุดพบศพ น้องชมพู่รับประทานข้าวไข่เจียว 3 คำ น้ำส้ม 1 ขวดเท่านั้น

3.ประสบการณ์ชาวบ้านยืนยันว่าเด็ก 3 ขวบ จะปีนป่ายไปถึงได้เพียงชั้นที่ 2 ของภูเหล็กไฟเท่านั้น แต่จุดที่พบน้องชมพู่อยู่สูงกว่านั้นมาก

4.กรณีศึกษาการหลงป่า ของนางทิน เชื้อคมตา ระยะทางพลัดหลงไกลว่าน้องชมพู่ 2 เท่า แต่ชาวบ้านกกตูมชาวบ้านสามารถหาได้เจอภายในคืนเดียว

5.แพทย์ผู้ชันสูตรและกุมารแพทย์ยืนยืนว่า พัฒนาการของเด็กอายุ 3 ขวบ ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นไปเองได้ ณ จุดที่พบศพ กุมารแพทย์ยังชี้ว่าพัฒนาการของเด็กวัยนี้หากหลงทางห่างจากบ้านไป 200 เมตร ยังคงเห็นบ้านตัวเอง และกลับมาได้สภาพศพที่เปลือยกาย ซึ่งบิดาและมารดาของน้องชมพู่ยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถถอดเสื้อเองได้

7.พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ที่ตรวจพบเส้นผมน้องชมพู่ 36 เส้น ถูกตัดหรือเฉือนด้วยมีด เชื่อได้ว่าเป็นการกระทำของบุคคลอื่น เนื่องจากน้องชมพู่ไม่สามารถเฉือนเองได้

8.พ่อ แม่ คนในครอบครัวรู้นิสัยส่วนตัวของน้องชมพู่ กลัวที่สูง กลัวที่มืด กลัวป่า กลัวสุนัข กลัวสวนยาง ที่ผ่านมาของน้องชมพู่ไม่เคยไปในป่าหลังบ้านเลยสักครั้ง พ่อแม่ไม่เคยพาไป

จึงเชื่อได้ว่ามีผู้พาน้องชมพู่ไป และทำให้น้องชมพู่ถึงแก่ความตาย ทั้งทางตรง ทางอ้อม

สุดท้ายก็มาถึงกระบวนการสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้าเครื่องจับเท็จ ซึ่งเร็วๆ นี้ ผู้ติดตามคงได้รู้ความจริงคดีใกล้จบแล้ว“ใคร” คือคนร้ายที่ ผบ.ตร.ลั่นคำพูดว่า ต้องนอนเครียดต่อไป เพราะเรายังไม่เลิก ซึ่งข้อหาที่กระทำผิดคือพรากเด็กฯ, กักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพ

ย้อนอ่าน : ผบ.ตร.เปิด 8 เหตุผล น้องชมพู่ขึ้นภูเหล็กไฟเองไม่ได้ ลั่นยังไม่หยุดสอบให้คนร้ายนอนเครียดต่อไป อายุความ20ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...