โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลด เด็กตาย 9 เหตุรถชนหลังพายุฝนถล่มที่สหรัฐ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 21 มิ.ย. 2564 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 05.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สหรัฐอเมริกา 21 มิ.ย. - เกิดอุบัติเหตุรถชนกันวินาศ 18 คัน บนทางหลวงในรัฐแอละแบมาของสหรัฐ ที่เปียกลื่นเพราะฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนคลอเดตต์ถล่ม มีผู้เสียชีวิตถึง 10 คน สุดสลด ในจำนวนนี้เป็นเด็กหญิงถึง 9 คน

พายุโซนร้อนคลอเดตต์ แผ่นอิทธิพลเล่นงานพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐแอละแบมา, รัฐลุยเซียนา, ฟลอริดาและรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ ตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และพายุทอร์นาโดพัดถล่ม สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายสิบหลัง

อิทธิพลของพายุคลอเดตต์ยังทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันถึง 18 คัน บนถนนหลวงที่ 65 ระหว่างเมืองกรีนวิลล์และ ฟอร์ต ดีโพซิต ของรัฐแอละแบมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 10 คน ผู้เสียชีวิตประกอบด้วย พ่อกับลูกสาววัยเพียง 9 เดือนซึ่งนั่งมารถคันเดียวกัน ส่วนอีก 8 คนอยู่บนรถบัสของบ้านอุปการะสำหรับเด็กหญิงที่ถูกทอดทิ้งและถูกทารุณ ผู้เสียชีวิตอายุน้อยที่สุดเพียง 4 ขวบ และมากที่สุด 17 ปี

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจมีสาเหตุมาจากรถลื่นน้ำบนถนน ทำให้รถเสียหลัก ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้เห็นเหตุการณ์ดึงตัวคนขับรถบัสออกมาได้อย่างปลอยภัย แล้วจึงพยายามช่วยเหลือเด็กๆ แต่รถบัสลุกเป็นไฟและมีควันไฟท่วมแล้ว นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน

ทั้งนี้ อิทธิพลของพายุคลอเดตต์ทำให้เกิดอุบัติเหตุในรัฐแอละแบมาอีกหลายครั้ง เมื่อวันเสาร์ มีรายงานว่า ชายวัย 24 ปี กับเด็กชายวัย 3 ขวบเสียชีวิต หลังจากต้นไม้หักโค่นลงมาทับบ้านของพวกเขาในเมืองทุสคาลูซา ขณะที่ในเมืองเบอร์มิงแฮม เจ้าหน้าที่กำลังตามหาชายคนหนึ่ง ซึ่งถูกกระแสน้ำท่วมพัดหายไป – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...