โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

[สินเชื่อบ้านแลกเงิน] ตัวช่วยลดภาระดอกเบี้ย

Wealth Me Up

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 08.00 น. • Wealth Me Up

 

ใช้แรงทำเงิน & ให้เงินทำงาน กด Subscribe รอเลย…

Facebook | Line | Youtube | Instagram

 

สำหรับผู้ที่มีวินัยทางการเงิน หรือมีรายได้เพียงพอในการนำมาชำระหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดได้คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับผู้ที่เริ่มผ่อนชำระไม่ไหวอาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในเดือนถัด ๆ ไป และหากภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้นอาจทำให้มีปัญหาทางการเงินในระยะยาว

 

ถึงแม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินต่าง ๆ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยให้ลูกหนี้ยื่นขอรับความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ได้ถึง วันที่ 30 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

 

ในส่วนบัตรเครดิต หากเป็นลูกหนี้ปกติก็จะเปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาวเป็น 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ และลดดอกเบี้ยไม่เกิน 12%

 

ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล เช่น บัตรกดเงินสด สามารถขอลดผ่อนขั้นต่ำตามความสามารถ เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาวเป็น 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ และลดดอกเบี้ยไม่เกิน 22%

 

อย่างไรก็ตาม มีลูกหนี้หลายคนที่ไม่ได้เข้าร่วมกับโครงการนี้เนื่องจากเหตุผลส่วนตัว จึงทำให้ต้องชำระหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยสูง โดยดอกเบี้ยบัตรเครดิต คือ 15 – 18% ต่อปี บัตรกดเงินสด คือ ไม่เกิน 25% ต่อปี จึงยังมีภาระหนี้ในแต่ละเดือนค่อนข้างสูง ถึงแม้จะชำระขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ แต่หนี้คงค้างก็จะถูกคิดดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ ตามไปด้วย

 

สำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ๆ เช่น บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ลองมองหา “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” เป็นทางเลือกเพื่อปลดหรือลดภาระหนี้ในแต่ละเดือน

 

สินเชื่อบ้านแลกเงิน

 

คือ สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับผู้ที่มีบ้าน, ทาวน์เฮาส์, คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ (สำหรับพักอาศัย) ที่ผ่อนหมดแล้วนำมาจำนองกับธนาคาร แล้วแบ่งผ่อนรายเดือน (สูงสุด 30 ปี) เพื่อนำเงินก้อนออกมาใช้จ่าย เช่น ต่อเติมบ้าน, ลงทุน หรือ ปิดหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เป็นต้น

 

ข้อดีของสินเชื่อบ้านแลกเงิน คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดอยู่ที่ระดับต่ำ โดยเฉลี่ยประมาณ 3 – 7% ต่อปี และผ่อนได้นานอาจถึง 30 ปี จึงต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด เพราะมีสินทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม นำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

3 ขั้นตอน ปลดหนี้ดอกเบี้ยสูงด้วย “สินเชื่อบ้านแลกเงิน”

 

  • รวบรวม

 

รวบรวมหนี้ทั้งหมดที่ต้องการปลด เช่น มีหนี้หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด รวมทั้งสิ้น 200,000 บาท

 

  • เปรียบเทียบ

 

เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของสินเชื่อบ้านแลกเงินแต่ละธนาคาร เช่น ดอกเบี้ย กู้ได้สูงสุดเท่าไหร่ ระยะเวลาผ่อนชำระ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ (อายุ อาชีพ) รวมถึงเอกสารที่ต้องใช้ เป็นต้น แต่เงื่อนไขที่กำหนดเหมือนกันทุกธนาคาร คือ สามารถขอวงเงินกู้ได้สูงสุด 80 – 90% ของราคาประเมิน เช่น ราคาประเมินคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาท กู้ได้สูงสุด 900,000 บาท และหลักทรัพย์ค้ำประกันต้องปลดภาระเท่านั้น

 

  • คำนวณ

 

เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะเลือกสินเชื่อบ้านแลกเงินได้แล้วก็ต้องคำนวณว่าต้องการกู้เท่าไหร่ คำแนะนำคือ ควรกู้ในจำนวนที่ต้องการเท่านั้นหรือมากกว่าเพียงเล็กน้อย เช่น มีหนี้ 200,000 บาทก็ควรกู้ 200,000 – 300,000 บาทเท่านั้น

 

ตัวอย่าง อายุ 40 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เงินเดือน 30,000 ต่อเดือน มีคอนโดมิเนียม 1 ห้อง ขนาด 40 ตารางเมตร ประเมินราคาได้ 2 ล้านบาท (สามารถกู้ได้สูงสุด 1.8 ล้านบาท) ขอเลือกผ่อนชำระ 10 ปี

 

ผลลัพธ์

 

ขอกู้ 300,000 บาท ถ้าดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (10 ปี) 5.75% ต่อปี จะผ่อนต่อเดือน 3,500 บาท

 

ขอกู้ 500,000 บาท ถ้าดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (10 ปี) 5.75% ต่อปี จะผ่อนต่อเดือน 5,800 บาท

 

อย่าลืมว่า ถึงแม้จะปลดภาระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดได้ แต่ยังมีหนี้ที่ต้องจ่ายต่อไป ดังนั้น ควรมีวินัยในการชำระหนี้ ที่สำคัญควรกู้เงินจำนวนที่ต้องการเท่านั้น เพราะถ้ากู้มากจนเกินไปอาจมีภาระหนี้ในอนาคต และหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข อาจต้องถูกยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

 

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...