โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

นนทบุรี ลุงถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายเข้าแจ้งความดำเนินคดี

77kaoded

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2564 เวลา 14.24 น. • 77 ข่าวเด็ด

”ยกมือท่วมหัวขอชีวิตยังไม่ยอม” ลุงนั่งริมน้ำวัดดังย่านเมืองนนท์ถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายเข้าแจ้งความดำเนินคดี ขณะที่โซเชี่ยลแห่แสดงความเห็นกระหน่ำคอมเม้นถึงพฤติกรรมป่าเถื่อน

จากกรณีมีผู้โพสต์จากภาพกล้องวงจรปิด กลุ่มวัยรุ่นกำลังรุมทำร้ายชายสูงอายุจนสสลบ เหตุเกิดเวลา 00.00 น.วันที่14 มิ.ย.64 บริเวนศาลาริมเขื่อนวัดเขมาภิรตาราม ถ.พิบูลสงคราม อ.เมือง จ.นนทบุรี ทางโซเชี่ยลจนมีคนเข้ามาตำนิพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 มิถุนายน 64 นายไสว งามเนตร อายุ 52 ปีเจ้าของร้านตัดผมไสวบาร์เบอร์และเป็นชายที่ถูกรุมทำร้ายในคลิปได้เดินทางเข้าพบพ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้าย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมกันก่อเหตุ

นายไสว กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นช่วงกลางดึกของวันที่ 14 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา ตนได้ไปนั่งที่บริเวณริมเขื่อนท่าน้ำวัดเขมาภิรตาราม เนื่องจากคิดถึงลูกชายที่เสียชีวิตจากถูกรุมทำร้ายเมื่อปี 59 ซึ่งตนนำกระดูกของลูกชายมาลอยอังคารที่ตรงบริเวณนี้ ทุกครั้งที่ตนคิดถึงลูกชายก็จะมานั่งตรงนี้เป็นประจำ วันเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คนเดินเข้ามาหาเรื่องตนเห็นว่าเป็นลูกหลานของคนรู้จักก็เลยบอกไปว่า “พ่อเอ็งเป็นรุ่นน้องของลุง” แต่กลุ่มวัยรุ่นได้ยินว่าเป็นลูกน้องก็เลยไม่พอใจเข้ามารุมทำร้าย ตนเห็นท่าไม่ดีพยายามอธิบายพร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษ แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ไม่ยอมกลับลงมือทำร้ายจนสลบไป และมีคนที่ทำร้ายพยายามจะเอาแหวนรุ่นของลูกชายซึ่งเป็นสิ่งของแทนใจที่เก็บไว้ดูหลังลูกชายเสียชีวิต ก่อนที่มีเพื่อนในกลุ่มมาห้ามพร้อมทั้งเอาแหวนมาคืนให้กับตน ก่อนที่จะพาซ้อนท้ายรถจยย.มาส่งที่ร้านตัดผม ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้ติดใจจะเอาเรื่องราว แต่พอมาดูคลิปเหตุการณ์จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก

พ.ต.อ.วนัสชัย กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากไวยาวัจกรณ์ของวัดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณริมเขื่อนจำนวน 2 ตัวได้ถูกทุบทำลายโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา จึงส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาตัวคนก่อเหตุโดยดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ ก่อนจะเรียกตัวผู้ปกครองและเด็กที่ก่อเหตุเข้ามาพบ เบื้องต้นเด็กที่ก่อเหตุยอมรับว่าเป็นคนที่ทุบทำร้ายกล้องวงจรปิดของทางวัดจริงหลังรวมกันรุมทำร้ายนายไสวแล้วกลัวความผิด ซึ่งทางผู้ปกครองของเด็กยอมชดใช้ค่ากล้องวงจรปิดให้กับทางวัดส่วนวัยรุ่นที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับผู้ปกครองว่าต้องมีมาตรการในการให้เด็กไปทำสาธารณะประโยชน์เพื่อจะได้ไม่ไปก่อเหตุอีก ซึ่งตอนนั้นนายไสวไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้าย แต่เมื่อนายไสวเข้าแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เบื้องต้นจะเรียกเด็กวัยรุ่นทั้งหมดมาสอบปากคำพร้อมเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพก่อนจะแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น

จากการพูดคุยกับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในเหตุการณ์และคอยห้ามคนที่ก่อเหตุไม่ให้ทำร้ายนายไสว กล่าวว่าวันเกิดเหตุพวกตนไปนั่งเล่นกันที่ริมเขื่อนกันตามปกติเหมือนทุกวัน กระทั่งนายอาร์ม (นามสมมุติ) วัยรุ่นที่สวมเสื้อแดงและเป็นรุ่นพี่พวกตนซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาได้เดินเข้าไปหาเรื่องลุงโดยอ้างว่าลุงพูดจาหาเรื่อง ก่อนที่นายอาร์มจะพยายามดึงแหวนรุ่นของลูกชายลุงที่เสียชีวิตไปแล้วจากมือของลุง แต่ลุงไม่ยอมให้ทำให้นายอาร์มไม่พอใจต่อยไปที่หน้าลุงหลายครั้งก่อนที่รุ่นน้องที่ตามมาจะรุมทำร้ายลุงจนสลบ ซึ่งพวกตนได้พยายามห้ามปรามแล้วแต่นายอาร์มไม่ฟังขู่จะทำร้ายพวกตนด้วย หลังลุงสลบไปตนได้ไปเอาแหวนจากนายอาร์มมาคืนให้กับลุงก่อนจะพาลุงซ้อนท้ายรถ จยย.ไปส่งที่ร้านตัดผม แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน จนกระทั่งได้ข่าวว่าตำรวจตามหาตัวกลุ่มพวกตน จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวตกลงยอมชดใช้ค่าเสียหายกล้องวงจรปิดที่ทางวัดแจ้งความไว้ รวมทั้งค่ารักษาพยายาบาลให้กับลุงจำนวนหนึ่ง

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...