โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IUU กระทบส่งออก "ปลาร้า" สารคาม ปรับมาตรฐานรง.ตีตลาดอียู-สิงคโปร์-ลาว

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2561 เวลา 13.11 น.

โรงงานผลิตปลาร้าใหญ่ “เค.เอส.เอฟ. ฟู้ดฯ” จ.มหาสารคาม จุกอก หลังถูกกฎ IUU แบนส่งออกปลาร้าไปต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์-สหภาพยุโรป-สปป.ลาว เหตุไม่มีเอกสารระบุแหล่งที่มาวัตถุดิบ “ปลาน้ำจืด” ชัด ล่าสุดเร่งปรับสถานที่ผลิต-บรรจุภัณฑ์-วางระบบตรวจสอบย้อนกลับ รอกรมประมงมาตรวจรับรองก่อนลุยส่งออกต่อ ส่วนประกาศมาตรฐานปลาร้าของกระทรวงเกษตรฯไม่กระทบธุรกิจ พช.มหาสารคามเผยยอดจำหน่ายปลาร้าสูงหลักหลายร้อยล้านต่อปี

นายคงศักดิ์ คณะมะ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า จ.มหาสารคาม มียอดจำหน่ายสินค้าโอท็อปกว่า 1.2 พันล้านบาท/ปี โดยอาหารจำพวกปลาร้ามียอดจำหน่ายรวมหลายร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้สนับสนุนส่งเสริมผู้ผลิตปลาร้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นสินค้าได้มาตรฐานส่งออก กรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า มาตรฐานเลขที่ มกษ.7023-2561 ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 เพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรให้ได้คุณภาพมาตรฐาน และปลอดภัยนั้น การออกกฎหมายมาควบคุมน่าจะเกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นไปอีก

นางภิมลภรณ์ พึ่งโพธิ์เจริญพันธ์ ผู้จัดการ บริษัท เค.เอส.เอฟ ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โรงงานผลิตปลาร้ารายใหญ่เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอกรมประมงเข้ามาตรวจสอบโรงงาน หลังจากที่ได้ทำการปรับปรุงสถานที่ผลิต และอุปกรณ์ให้เป็นสเตนเลส เพื่อให้เข้าสู่มาตรฐานการส่งออกตามหลักเกณฑ์ของกรมประมง เนื่องจากตั้งแต่อียูให้ใบเหลืองไทยเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ตั้งแต่ปี 2558 ทางกรมประมงมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาร้าไปต่างประเทศ ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาร้าไปตลาดสหภาพยุโรป สิงคโปร์ และ สปป.ลาว ซึ่งเป็นตลาดหลักที่เคยส่งออกไปได้ ทำให้ปัจจุบันบริษัทจำหน่ายได้เพียงตลาดภายในประเทศ

“ที่ผ่านมาบริษัทเคยส่งออกไป สปป.ลาว ซึ่งนิยมบริโภคปลาร้าบด ปลาร้าตัว และปลาร้าบอง รวมถึงประเทศสิงคโปร์ นิยมน้ำปลาร้าต้มสุก และตลาดสหภาพยุโรป (อียู) แต่เมื่ออียูให้ใบเหลืองไทย ทำให้ขายได้เฉพาะตลาดภายในประเทศ ปัจจุบันบริษัทใช้วัตถุดิบปลาสดตัวใหญ่หลากหลายพันธุ์ ได้แก่ ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลาแปบ ปลานิล ปลาช่อน และปลาดุก ซึ่งแต่ละเดือนใช้ปลาสดประมาณ 10,000 กิโลกรัม ใช้เวลาหมักประมาณ 1 ปี และจำหน่ายปลาร้าเป็นตัวกว่า 10,000 ตัว/เดือน รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ ได้แก่ ปลาร้าบด ปลาร้าบองน้ำปลาร้าปรุงต้มสุก และปลาร้าผง เป็นต้น”

สำหรับประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : ปลาร้า ที่ออกมาไม่น่าจะมีผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจากบริษัทเป็นโรงงานผลิตปลาร้าแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีการควบคุมการผลิตและแปรรูปปลาร้า โดยได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับมาตรฐาน GMP และ HACCP อย่างถูกต้อง มีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ รวมถึงบรรจุภัณฑ์มีความสะอาด ปลอดภัย และมั่นใจในเรื่องกลิ่น เนื่องจากมีการใช้บรรจุภัณฑ์แบบสุญญากาศ ส่งจำหน่ายตลาดในประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ปี 2561 คาดว่ายอดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เพราะปัจจุบันปลาร้าได้รับความนิยมในการบริโภคมากขึ้น

ด้านนางทองม้วน ศรีทัดยศ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองล่าม ต.เหล่าบัวบาน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ทางกลุ่มไม่มีความกังวลเกี่ยวกับประกาศกระทรวงเกษตรฯที่ออกมา และไม่กระทบต่อธุรกิจ เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม ผนวกกับวิทยาการสมัยใหม่ที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุน เช่น การบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน อย.

ขณะที่วัตถุดิบหลักอย่างปลาสด เลือกใช้ปลาน้ำจืด ได้แก่ ปลาขาว ปลาสร้อย ปลากระดี่ ปลานิล เป็นต้น ซึ่งปกติใช้ปลาสดมาผลิตประมาณ 1,000 กิโลกรัม/เดือน ระยะเวลาหมักประมาณ 6-12 เดือน จึงนำมาจำหน่ายและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้แก่ ปลาร้าหมักตัว ปลาร้าผง ปลาร้าต้มสุก และปลาร้าบอง ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้รับมาตรฐานเป็นสินค้า OTOP ของอำเภอและจังหวัด สร้างรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...