โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สั่ง ก.ล.ต.คุมลงทุนบิตคอยน์ คลังจี้ ธปท.แก้กม./เปิดสถิติหลอกลงทุนอื้อ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2561 เวลา 02.18 น.

“อภิศักดิ์” ไฟเขียว ก.ล.ต.เป็นตัวหลักคุม “เงินดิจิทัล” เร่งออกเกณฑ์รับมือแห่ระดมทุน จี้ธปท.แก้กม.ที่เกี่ยวข้อง เปิดสถิติปี”60 ร้องเรียนแชร์ลูกโซ่ 126 เรื่อง เผยคนถูกชักชวนลงทุนสกุลเงินดิจิทัลหลายรูปแบบ เช่น “One Coin-Das Coin” ยอมรับหลายกรณีเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ส่งไม้ต่อ “ปอศ.-ดีเอสไอ” สืบสวนเอาผิด

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเย็นวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้หารือร่วมกับนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง รวมถึงคณะทำงานเพื่อศึกษาและเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ที่มีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นประธาน ในเรื่องการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) สำหรับประเทศไทย

โดยได้ข้อสรุปเป็นแนวทางว่า จะต้องมีการควบคุมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลทั้งหลาย โดยได้มอบหมายให้ทาง ก.ล.ต.เป็นหน่วยงานหลักทำหน้าที่เรกูเลเตอร์ (ผู้กำกับดูแล) ซึ่งไม่ใช่ควบคุมเฉพาะเรื่อง initial coin offering (ICO) แต่จะให้ครอบคลุมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด ส่วน ICO จะเป็นส่วนหนึ่งในนี้ ขณะที่ ธปท.จะทำหน้าที่ช่วยกำกับ พร้อมรับไปพิจารณาว่าจะต้องปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ธปท.ตรงไหนบ้าง

“หารือกันเรื่องคริปโตเคอเรนซี่ โดยหัวใจหลักก็คือว่า ต้องควบคุมให้ได้ แต่ว่าจะควบคุมอย่างไร ก็ต้องให้เขาไปดู ด้วยเทคโนโลยีของบล็อกเชน เป็นอะไรที่ควบคุมยาก ส่วนจะมีกฎหมายอะไรออกมา ก็ต้องดู ซึ่งเรื่องนี้คงต้องทำเร็ว เพราะตอนนี้มีหลายเจ้าที่ทำกันอยู่ (เสนอโปรดักต์ลงทุนที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล)” นายอภิศักดิ์กล่าว

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือประสบปัญหาเกี่ยวกับการเงินนอกระบบเข้ามาทั้งสิ้น 473 เรื่อง โดยแบ่งเป็น 1. ร้องเรียนที่เข้าลักษณะแชร์ลูกโซ่ รวม 126 เรื่อง 2. ร้องเรียนที่เป็นลักษณะขายตรงแอบแฝง 85 เรื่อง 3. ร้องเรียนที่เข้าข่าย FOREX 22 เรื่อง 4.ร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับ set index 5 เรื่อง และ 5 อื่น ๆ อีก 51 เรื่อง

นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังเปิดรับการร้องเรียนผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สายด่วนโทร.1359, ตู้ ปณ.1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพฯ 10500, อีเมล์ : 1359@mof.go.th, เว็บไซต์ www.1359.go.th และรายงานผ่านคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามธุรกิจการเงินนอกระบบในส่วนภูมิภาคระดับจังหวัด

“การร้องเรียนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลก็มี แต่ตามสถิตินี้ไม่ได้แยกข้อมูลออกมา” นายพรชัยกล่าว

สำหรับการกำหนดนโยบายของประเทศไทยที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) นั้น โฆษก สศค.กล่าวว่า จะต้องรอคณะทำงานเพื่อศึกษาและเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ที่มีผู้อำนวยการ สศค. เป็นประธาน และมีคณะทำงานจาก 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง ธปท. ก.ล.ต.และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายออกมาก่อน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลเข้ามา อาทิ การถูกชักชวนให้ลงทุนใน One Coin, Das Coin เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ แต่ยอมรับว่า การตีความเกี่ยวกับการลงทุนเงินดิจิทัลยังค่อนข้างยาก เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน ส่วนกรณีใดที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานสืบสวนสอบสวนต่อไป ซึ่งหากผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างก็จะส่งไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ทั้งนี้ กรณี “One Coin” ที่มีประชาชนร้องเรียนเข้ามามีหลายราย ทาง สศค.เห็นว่ามีลักษณะหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใกล้เคียงกับ “Bitcoin” จึงเป็นเงินที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย และเมื่อตรวจสอบพฤติการณ์ของบริษัท One Coin ก็พบว่ามีพฤติการณ์อันอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ก่อนหน้านี้ จึงมีการส่งเรื่องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ตรวจสอบ และ ปัจจุบันก็ได้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...