โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สื่อนอกอ้าง รัชกาลที่ 3 อยากให้พระราชโอรสครองราชย์ แต่ขุนนางใหญ่ไม่เห็นชอบ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 00.40 น.
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ (ภาพจาก มติชนออนไลน์)

รัชกาลที่ 3 ทรงต้องการให้พระราชโอรสครองราชย์ แต่ขุนนางค้าน

ข่าวเรื่องสื่อต่างประเทศอ้างถึง รัชกาลที่ 3 ว่าทรงมีพระราชประสงค์ให้พระราชโอรสขึ้นครองราชย์ แต่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ไม่เห็นชอบ ที่คัดมานี้ พิมพ์อยู่ในหนังสือข่าวในตอนต้นรัชกาลที่ 4 ตามหนังสือข่าวในเมืองสิงคโปร์ พ.ศ. 2394 พิมพ์ในงานทำบุญหน้าพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร ครบ 50 วัน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2474 ขนาด 8 หน้ายก 22 หน้า จัดพิมพ์โดยราชบัณฑิตยสภา

ในเล่มได้รวบรวมข่าวจากหนังสือพิมพ์ในประเทศสิงคโปร์ไว้ 2 ข่าว เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อจาก รัชกาลที่ 3 ตีพิมพ์ 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ถอดความจากภาษาอังกฤษโดยหม่อมเจ้าหญิงพิมลพรรณ รัชนี

ข่าวแรกระบุว่ามาจากหนังสือพิมพ์สิงคโปร์ ฟรี เปรส ไม่ระบุวันที่ตีพิมพ์ เป็นรายงานข่าวโดยยอน เทเลอ โยนส์ (John Taylor Jones) มิชชันนารีชาวอเมริกัน ที่มาอยู่ในสยามนาน 18 ปี

สาระสำคัญของข่าวแรกคือการรายงานเหตุการณ์ขณะเปลี่ยนแผ่นดิน ซึ่งจะเกิดขึ้นในเช้าวันที่ 3 เมษายน 2394 รวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงของสยามที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะนโยบายการต่างประเทศของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ ซึ่งชาวต่างชาติทราบกันดีว่าทรงเป็นมิตรกับชาวต่างชาติมากกว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดิม ส่วนหนึ่งของข่าวที่ยอน เทเลอ โยนส์ รายงานไปยังสิงคโปร์ ฟรี เปรส มีดังนี้

“วันที่ 24 มีนาคม ท.ญ.เจ้าฟ้ามงกุฎโปรดให้ข้าพเจ้าไปเฝ้า, ข้าพเจ้าก็ทำตาม ในระหว่างสนทนาได้ทรงแสดงพระวิตกว่าทรงเห็นควรให้ชาวต่างประเทศทราบความเป็นไปในเวลานี้ให้ถูกต้อง ด้วยพระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงปกครองประเทศมาตั้งแต่ ค.ศ. 1826 (พ.ศ. 2369) นั้น กำลังทรงพระประชวรหนักไม่หวังกันว่าจะทรงพระชนม์ไปได้อีกหลายวัน พระองค์ประสูติในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1788 (พ.ศ. 2331) ดังนั้นจึงมีพระชนม์พรรษาได้ 63 ปี

ครั้นเมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงตระหนักแน่ว่าจะไม่ดำรงพระองค์อยู่นาน ก็ร้อนพระราชหฤทัยอยากจะให้ยกพระราชโอรสพระองค์ 1 ใน 12 พระองค์ ขึ้นเป็นรัชทายาท แต่พวกข้าราชการผู้มีศักดิ์สูงในรัฐบาลไม่เห็นชอบในการเลือกเช่นนั้น

พระเจ้าแผ่นดินมิได้เคยทรงยกย่องพระสนมคนใดในจำนวนมากให้ขึ้นอยู่ในตำแหน่งพระมเหสี พระราชโอรสของพระองค์จึงไม่มียศอันควรแก่ราชบัลลังก์ และนอกจากนั้นยังมีบุคคล 2 ท่าน ผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อนและพระมเหสี ในเวลานี้มีพระชนม์อยู่ และมีฐานะควรแก่ตำแหน่งด้วย ท่านทั้ง 2 นี้คือ ท.ญ.เจ้าฟ้ามงกุฎ กับทูลกระหม่อมกรมขุนอิศเรศร์ พวกข้าราชการจึงประชุมพร้อมกัน เลือกตั้งเจ้าฟ้าพระองค์ที่กล่าวก่อน ขึ้นเป็นรัชชทายาทสืบจากพระเจ้าแผ่นดินปัจจุบัน”

ข่าวยังรายงานต่อไปอีกว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงทราบผลการประชุมของขุนนางผู้ใหญ่แล้วว่าจะถวายราชสมบัติให้แก่เจ้าฟ้ามงกุฎ“ก็ทรงอำนวยตามคำปรึกษานั้น เพราะดังนี้จึงไม่เกรงว่าจะเกิดการจลาจลอย่างร้ายแรงขึ้น”

ท้ายข่าวกล่าวถึงนโยบายต่าง ๆ ที่ยังเป็น “ข่าวลือ” ว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่จะทรงเปลี่ยนแปลงระเบียบราชการหลายอย่าง รวมทั้งนโยบายการต่างประเทศคือ “จะลดภาษีสินค้าบางอย่าง และยอมให้ส่งข้าวออกไปขายต่างประเทศ เมื่อราคาข้าวต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้”

ข่าวนี้ย่อมแสดงให้เห็น“เบาะแส” บางอย่างของนโยบาย “เปิดประเทศ” ก่อนที่เซอร์จอห์น เบาริ่ง จะเข้ามาบีบให้สยามยอมทำสนธิสัญญากับอังกฤษ

ข่าวที่สองไม่ระบุวันที่ตีพิมพ์เช่นเดียวกับข่าวแรก บอกเพียงแต่ว่าเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์สิงคโปร์ (Newspaper Cutting) ข่าวนี้กล่าวถึงการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน แต่มีข้อความที่พิเศษกว่าคือ

“ในยุโรปได้ตั้งตาคอยมานานแล้ว อยากให้เจ้าชายทั้ง 2 นี้ขึ้นทรงอำนาจในประเทศไทย เพราะจะเป็นที่ควรหมายได้ว่าบ้านเมืองจะเริ่มเข้าสู่สมัยใหม่อันรุ่งเรืองกว่าแต่ก่อน เจ้าชายทั้ง 2 พระองค์นี้ได้เตรียมพระองค์มานานแล้ว เพื่อให้สมแก่ฐานะสูงที่ทรงรับในเวลานี้ คือทรงศึกษา และทรงติดต่อกับชาวยุโรป…”

นอกจากนี้รายงานข่าวยังได้กล่าวถึงวาระสำคัญ คือการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไว้ว่า

“การบรมราชาภิเษกของพระเจ้าแผ่นดินนั้น ได้ทำเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่แล้วมา มีการฉลองอย่างโอฬารึก และได้มีแห่ดังที่เคยมี และพระเจ้าแผ่นดินทรงแจกเงินตราทำด้วยทองคำ และเงิน ซึ่งทำขึ้นสำหรับงาน ชาวยุโรปได้รับเชิญไปงานพิธีนั้น และได้รับความต้อนรับอย่างอ่อนโยน ทั้งได้รับเลี้ยงอาหารเย็นตามแบบยุโรป ภายหลังได้มีของแจกแก่ทุกๆ คนที่รับพระราชทานเลี้ยงนั้น คือดอกไม้ทองและเงิน กับเงินตราทำด้วยทองคำ และเงินในรัชชกาลใหม่”

จากข่าวทั้งสองนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าชาวตะวันตกนั้นมีความยินดีต่อการขึ้นครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการที่ทรงติดต่อกับชาวต่างชาติตลอดเวลาที่ทรงผนวชอยู่นั้น ได้ทรงแสดงความคิดเห็นอันเป็นแนวทางของประเทศอย่างกว้างขวาง จนเป็นที่รู้กันอย่างไม่เป็นทางการว่า“สยามใหม่” จะต้องเกิดขึ้นแน่ในรัชกาลนี้

และเมื่อเสด็จขึ้นครองราชเป็น “คิงมงกุฎ” แล้ว “ข่าวลือ” ต่างๆ ที่ฝรั่งรู้มาก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นจริงทุกประการ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาบางส่วนจากบทความ “เมื่อพระจอมเจ้า เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ฝรั่ง” ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2547

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อนอกอ้าง รัชกาลที่ 3 อยากให้พระราชโอรสครองราชย์ แต่ขุนนางใหญ่ไม่เห็นชอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...