โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทุกคนก็เท่าเทียมกันหมดนั่นแหละ’ –คำสอนเสี่ยงๆ ที่อาจทำลูกกลายเป็นคนเมินเฉย - เพจ Beautiful Madness by Mafuang

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 11.02 น. • เพจ Beautiful Madness by Mafuang

 

 

‘I wish they didn’t teach you, I don’t see color.’ Because with that, you don’t see me.’

ย้อนกลับไปสมัยอยู่โรงเรียน ฉันอยากให้คุณครูเลิกสอนทุกคนให้ ‘ไม่มองกันที่สีผิว เพราะทุกคนเป็นคนเหมือนกัน’ เพราะด้วยคำพูดแบบนั้น มันทำให้คนอย่างคุณ มองไม่เห็นคนอย่างฉัน

 

 

เป็นคำพูดจากหญิงผิวดำคนหนึ่ง

ในวงสนทนาด้วยหัวข้อที่ว่า

‘คุณอยากให้คนที่ไม่ใช่คนผิวดำ เรียกคุณว่าอะไร? คนผิวดำหรือ Black People? แอฟริกัน-อเมริกัน? ชาวผิวสี? หรือไม่ต้องเน้นว่าเป็นคนผิวดำเลย?’

 

 

นี่เราไม่ได้ชวนพูดถึงความเหยียดที่เห็นกันอย่างโจ่งแจ้ง

เช่นครอบครัวคนผิวขาว พูดกรอกหูลูกหลานตัวเองว่า

คนผิวดำไม่ดีอย่างนั้น น่ากลัวอย่างนี้

เพื่อให้ลูกหลานไม่คบหาสมาคม และหลีกหนีให้ไกลจากคนผิวดำ

โดยคิดว่าชนชั้นของตัวเองเหนือกว่าชนชั้นอื่นหลายเท่านัก

แบบนี้เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นการกระทำที่ไม่น่ารัก

และบ่มเพาะความเกลียดชังมาตั้งแต่เด็กยังไม่มีวุฒิภาวะ

 

 

แต่นี่เรากำลังชวนพูดถึง

ความน่าสนใจที่ว่า

บางครั้งเจตนาที่ดีและบริสุทธิ์ของผู้ใหญ่

ในการพร่ำสอนลูกหลานของตัวเองว่า

‘คนทุกคน มีค่าความเป็นคน เท่าเทียมกันหมดนั่นแหละ’

เพื่อหวังจะให้ลูกหลานให้เกียรติและเคารพเพื่อนมนุษย์ซึ่งกันและกัน

แต่นั่นอาจเป็นจุดปิดกั้นการต่อยอดกลไกทางความคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย

ที่อาจนำไปสู่การช่างสังเกต คอยตั้งคำถาม ไม่นิ่งเฉย และพร้อมช่วยเหลือผู้คนมากมายที่ขาดแคลนและขัดสนในหลายอย่างที่เขาควรจะต้องมีได้

 

 

 

Colorblind หรือภาวะตาบอดสี

เป็นแสลงในภาษาอังกฤษ ที่มักกล่าวถึงกลุ่มคนผิวดำ หรือกลุ่มคนผิวสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผิวขาวว่า ‘ฉันไม่เห็นความแตกต่างของสีผิวเลย เพราะทุกคนก็คือคนเหมือนกัน’

คำพูดที่ฟังดูนุ่มนวลอ่อนโยนนี้ จริงๆ แล้วมันได้ฉาบทับความละเอียดและเปราะบางจากปัญหาของคนผิวสีอื่นๆ เอาไว้ แทนที่จะช่วยกันเจาะเข้าไปที่ปัญหาความไม่เท่าเทียมอันเน่าเฟะที่หยั่งรากลึกมานานร้อยๆ ปี กลับกลายเป็นปิดตาและเมินเฉยผ่านเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ โดยไม่ศึกษาอย่างตั้งใจถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เอื้อให้เกิดความไม่เท่าเทียมนี้ และใช้วิธีโบ้ยไปที่ตัวตนของแต่ละคนแทน ทุกครั้งที่เกิดปัญหา

 

‘ถ้าคุณไม่ทำผิดกฎ ก็ไม่มีใครเล่นงานคุณหรอก’

  • ซึ่งเห็นมาหลายครั้งแล้วว่าตำรวจในอเมริกา เล่นงานคนผิวดำอย่างไม่เป็นธรรมบ่อยครั้ง เช่น อยู่ดีๆ ก็บุกเข้าบ้านบรีออนน่า เทเลอร์ หญิงผิวดำที่กำลังหลับอยู่และโดนยิงตาย เพียงเพราะตำรวจจับคนร้ายผิดคน

 

‘ก็อย่าทำตัวน่าสงสัยนักสิ’

  • เช่น อไลจ์ย่า แม็คเคลน เด็กหนุ่มผิวดำวัย 23 ที่ต้องตายเพราะตำรวจสงสัยว่าเป็นคนร้าย ระหว่างเดินกลับบ้านจากร้านสะดวกซื้อในตอนกลางคืนและใส่หน้ากากสกี เพราะร่างกายของเขาทนสภาวะหนาวมากไม่ไหว ซึ่งมันเป็นความผิดของเด็กคนนี้หรือไม่ที่มีลักษณะ ‘น่าสงสัย’ เพียงเพราะข้อจำกัดทางสุขภาพของเขา

 

‘คนอื่นก็ตายกันทุกวัน ทำไมต้องเศร้านักหนากับการจากไปของคนดำด้วย’

  • เพราะหลายครั้ง เหตุการณ์การจากไปและการถูกกดขี่ของคนผิวดำ เกิดจากความลำเอียงที่หยั่งรากลึกในใจของคนผิวสีอื่นๆ จนไม่มีใครกล้าที่จะยอมรับมันนั่นแหละ

 

 

และภาวะตาบอดสี ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างนี้

เกิดขึ้นในหลายสังคม ที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียม

เรารู้ว่า หลายคนไม่ได้คุยกับลูกแล้วชี้ไปที่คนไร้บ้าน แล้วบอกว่าอี๋ๆๆๆ แบบนั้นหรอก

แต่คุณมีบทสนทนาที่น่ากระอักกระอ่วนใจนี้กับลูกบ่อยแค่ไหน –หัวข้อเรื่องที่มันไม่น่าอภิรมย์นัก

เมื่อขับรถผ่านคนไร้บ้าน คนฐานะยากจน คนเมา ผัวเมียตีกันทิ้งลูกเล็กยืนร้องไห้อยู่ข้างทาง ฯลฯ

ก็ไม่ถึงกับสนับสนุนให้ลงไปห้าม ทำตัวเป็นฮีโร่อะไรขนาดนั้น

แต่ได้มีการถกกับลูกถึงต้นตอของมัน มากกว่าผลลัพธ์ที่เห็นอยู่รึเปล่า?

‘ทำไมค่าของคนที่มันเท่าๆ กัน แต่สิ่งที่เขาเป็น กลับไม่เหมือนสิ่งที่เรามี’

มีอะไรบ้างที่ทำให้เรากับเขาแตกต่างกัน

ทำไม?

มาจากไหน?

แล้วเราอยากทำอะไรเพื่อเปลี่ยนปัญหานี้ไหม?

เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน?

ลองฝึกคุยกับลูกให้เป็นคำถามปลายเปิด แทนที่จะเป็นประโยคคำสั่งเพื่อตัดบทสนทนา

 

 

 

เพราะความเป็นจริงแล้ว

การเข้าสู่โหมดภาวะเมินเฉย ‘ไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่ต้องไปยุ่งก็ได้’

อาจทำให้ลูกกลายเป็นคนไม่มีความคิดลึกซึ้งเป็นของตัวเองได้

โดยไม่รู้ตัว

ติดตามบทความใหม่จาก เพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้ทุกวันอังคาร บน LINE TODAY

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...