โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 สูตรอาหารนอกตำรา กับภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาดุกลดต้นทุน

รักบ้านเกิด

อัพเดต 11 ส.ค. 2563 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 04.39 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ปลาดุกเป็นปลาที่มีตลาดรองรับตลอดปี เลี้ยงง่าย โตเร็ว ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 4 - 6 เดือน ก็สามารถจับขายได้ตามมาตรฐานขนาดที่ตลาดนิยม แต่มักมีปัญหาเรื่องต้นทุนค่าอาหารสูง เพราะเป็นปลาที่กินเก่ง ทำให้เกษตรกรหลายรายไม่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาดุกจำหน่าย

Hilight-Kaset/49_1_เลี้ยงปลาดุก2.jpg

ตามธรรมชาติของปลาดุกนั้นเป็นปลากินเนื้อและซาก กินได้ทั้งเศษเนื้อสัตว์ เศษพืช เลือด ขนมปัง และ เศษอาหารจากก้นครัว หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นปลาที่มีนิสัยการกินที่หลากหลายแบบกินไม่เลือก หากผู้เลี้ยงเข้าใจธรรมชาติของปลาดุกในข้อนี้ ก็จะนำมาซึ่งวิธีการลดต้นทุนค่าอาหารอันเป็นหัวใจหลักในการเลี้ยงปลาดุกลงไปได้มาก ทำให้การจับปลาขายในแต่ละครั้งเหลือกำไรที่ตั้งเนื้อตัวได้สบายและไม่ประสบกับปัญหาขาดทุน ไม่ว่าราคาปลาดุกจะผันผวนสักแค่ไหนก็ตาม โดยสูตรอาหารเลี้ยงปลาดุกต่อไปนี้เป็นภูมิปัญญาจากเกษตรกรไทย ที่นำมาใช้แทนหัวอาหารอย่างได้ดี ชนิดที่ไม่เคยมีการตีพิมพ์ในตำราวิชาการที่ไหนมาก่อนด้วย
 

10 สูตรอาหารนอกตำรา กับภูมิปัญญาการเลี้ยงปลาดุกลดต้นทุน

สูตรที่ 1 : มันสำปะหลังกับใบกระถินสูตรเด็ดจากคุณไพรัตน์ ชื่นศรี เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี พ.ศ. 2552 จากบ้านแสงจันทร์ 99 หมู่ 7 ต.สนามชัย อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ แนะนำให้ใช้หัวมันสำปะหลังผสมใบกระถิน ให้ปลาดุกอายุ 1 - 4 เดือน กินเช้า - เย็น จากนั้นจึงขุนด้วยหัวอาหารตามปกติอีก 1 เดือน ก่อนจะจับจำหน่าย
สูตรที่ 2 : โปรตีนจากสัตว์เล็กสัตว์น้อย สูตรนี้ คุณสมคิด ก่ำมะเริง เกษตรกรจากบ้านหนองเสว 99 หมู่ 14 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้แนะนำให้ใช้กุ้งฝอย 10 กิโลกรัม + หอยเชอร์รี่บด 10 กิโลกรัม เศษปลา 10 กิโลกรัม + หัวอาหารสำเร็จรูป 10 กิโลกรัม บดส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียดเข้ากัน แล้วนำไปปั้นเป็นก้อนกลมๆ นำไปใช้เลี้ยงปลาดุกทุกวันเช้า-เย็น ไปจนกว่าจะจับขาย ช่วยทำให้ปลาดุกแข็งแรง โตเร็ว ได้น้ำหนักดี และประหยัดค่าอาหารไปได้มาก
สูตรที่ 3 : ซี่โครงไก่และรำอ่อน เป็นสุดยอดสูตรลดต้นทุนอาหารที่สามารถหาวัตถุดิบได้ไม่ยากจากคุณชัยวัฒน์ อดทน เกษตรกรประจำตำบลสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ที่แนะนำให้ใช้โครงไก่สด 100 กก.(10 ส่วน) + รำอ่อน 2 กิโลกรัม(2 ส่วน)+ หัวอาหารสำเร็จรูป 5 กิโลกรัม(5 ส่วน) บดผสมให้เข้ากัน นำไปใช้เลี้ยงปลาดุกและปลานิลเช้า-เย็น สามารถปรับลดสูตรได้ตามจำนวนปลาที่เลี้ยง

Hilight-Kaset/49_2_สูตรอาหารเลี้ยงปลาดุก_10.jpg

การทำอาหารเลี้ยงปลาดุก

สูตรที่ 4 : หญ้าเนเปียร์และมันเส้น เป็นสูตรที่ ดร.คณิศร ฉิมพลี ผู้อำนวยการโรงเรียนแก้หนี้ แก้จน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้แนะนำให้ใช้หญ้าเนเปียร์ อายุ 45 วันขึ้นไป 2 กิโลกรัม + มันเส้น 2 กิโลกรัม + รำอ่อน 2 กิโลกรัม + หัวอาหารปลาดุก 1 กิโลกรัม + น้ำ 2 ลิตร
วิธีการทำ : เริ่มจากนำหัวอาหารปลาดุกไปแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ให้เกิดการพองตัวและอ่อนนิ่ม จากนั้นนำหญ้าเนและมันเส้นไปบดให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับรำอ่อน,น้ำเปล่า และ หัวอาหารที่พองตัว เมื่อคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้ว จึงนำไปใช้เลี้ยงปลาดุกเช้า-เย็น ด้วยสูตรนี้จะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารเลี้ยงปลาดุกได้สูงถึง 50% ทั้งยังเป็นการสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ปลาดุกโตเร็ว แข็งแรง เจริญอาหาร เนื้อจะแน่น - ใส ไม่มีกลิ่นคาวปลาอีกด้วย
สูตรที่ 5 : มะละกอสุก สูตรนี้เป็นข่าวโด่งดังที่จะไม่เอ่ยถึงเป็นไม่ได้ โดยคุณสงวน มงคลศรีพันธ์ เกษตกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี พ.ศ. 2551 จากบ้านเขากลม 63 ม.7 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ได้ทดลองใช้เลี้ยงปลาดุก ตามบ่อซีเมนต์ข้างบ้านและถังน้ำ จนได้ข้อสรุปว่า หลังปล่อยลูกปลาลงบ่อแล้ว ให้อดอาหาร 4 วัน เพื่อให้ปลาได้ปรับสภาพ ในวันที่ 5 จึงนำมะละกอสุกงอม(บด-สับ)เต็มที่ ไปให้ลูกปลาดุกกินในปริมาณที่ไม่ต้องมาก ลูกปลาจะค่อยๆ เจริญเติบโต เมื่อเลี้ยงปลาดุกด้วยมะละกอสุกไปจนอายุได้ประมาณ 2 เดือน ให้หยุดให้อาหาร 7 วัน จะทำให้ปลาดุกผอมและยืดตัวออก แล้วจึงให้กินมะละกอต่อไป วิธีนี้จะได้ปลาดุกตัวโตและยาว เนื้ออร่อยกว่าการเลี้ยงด้วยวิธีอื่น ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนค่าอาหารไปได้มาก เหลือต้นทุนแค่เพียง 17 บาทต่อกิโลกรัม(คำนวณไว้ในปี 2557)เท่านั้น

Hilight-Kaset/49_3_หนอนขี้เค้ก_อาหารปลาดุก.jpg

หนอนขี้เค้ก

สูตรที่ 6 : หนอนจากขี้เค้กปาล์มน้ำมัน สูตรนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีปาล์มน้ำมันหรือ*ขี้เค้กอยู่มาก เป็นสูตรของคุณวุฒิ เพ่งน้อย เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ได้แนะนำให้นำ ขี้เค้ก มากองบนพื้นในที่ร่มหรือในโรงเรือนที่มีหลังคากันฝนได้ ประมาณ 2 วัน จะมีแมลงวันหัวแดง(ไม่ใช่แมลงวันทั่วไป ) มาวางไข่ ผ่านไป 5-6 วัน จะเกิดตัวหนอนขึ้นมาขนาดเท่าก้นบุหรี่ ให้นำตัวหนอนจากขี้เค้กนี้ไปใช้เลี้ยงปลาดุก ซึ่งขี้เค้กปาล์มน้ำมัน 1 ชุด น้ำหนัก 100 กิโลกรัม จะสามารถเพาะเลี้ยงหนอนได้ 1 - 2 เดือน เมื่อเลี้ยงไปได้ 1 - 2 เดือน ปริมาณหนอนจะลดลง **ให้นำผลปาล์มน้ำมันสุก 5 กิโลกรัม ใส่ภาชนะต้มกับน้ำให้เดือดนาน 30 นาที ทิ้งไว้จนเย็น แล้วนำไปรดผสมบนกองขี้เค้ก จะเพาะหนอนได้อีกรุ่นได้เรื่อยๆ วิธีการนี้จะลดต้นทุนค่าอาหารปลาดุกไปได้ครึ่งต่อครึ่ง
หมายเหตุ :
*ขี้เค้กเป็นส่วนหนึ่งของปาล์มน้ำมัน ที่ผ่านกระบวนการหีบน้ำมันออก ก่อนที่จะได้เป็นน้ำมันผ่านการกรองอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเครื่องจักร จะได้เป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นน้ำมัน อีกส่วนเป็นตะกอนที่เรียกว่าขี้เค้ก ซึ่งขี้เค้กจะมีโปรตีนอยู่ประมาณ 14%
**การเพิ่มปริมาณตัวหนอนจากกองขี้เค้กเดิมให้ทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ

สูตรที่ 7 : มะเดื่อ (มะเดื่อชุมพร, มะเดื่ออุทุมพร,เดื่อน้ำ,เดื่อเกลี้ยง) สูตรนี้คุณมโน ชำนาญกิจ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมธรรมชาติไทย(ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน) ต.ทุ่งสง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ได้แนะนำให้นำผลมะเดื่อสุก มาใส่ถุงพลาสติกไล่อากาศออกให้หมด แล้วมัดปากถุงทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน จะเกิดจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศขึ้นมาบนผลมะเดื่อ ให้นำไปใช้เลี้ยงปลาดุกที่อายุประมาณ 3 เดือนขึ้นไปหรือช่วงเร่งการเติบโต ตามปริมาณที่เหมาะสม วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น สูตรนี้ใช้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่จำกัดได้โดยไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย ไม่เกิดอาการท้องผูก มีความทนทานต่อโรค และยังสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานปีอีกด้วย

Hilight-Kaset/49_4_อาหารปลาดุก_4.jpg

มะเดื่อ,มะเดื่อชุมพร,มะเดื่ออุทุมพร

สูตรที่ 8 : รำละเอียด,กากถั่วเหลือง และ ปลาป่น คุณประหยัด เนียมเกตุ จากบ้านสระไคร อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช แนะสูตรอาหารปลาลดต้นทุนลง ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นที่ที่หากากถั่วเหลืองได้ง่าย โดยสูตรนี้เตรียมได้จากรำละเอียด 2 กระสอบ + กากถั่วเหลือง 10 กก. + ปลาป่น 10 กก. + EM 1 ลิตร + กากน้ำตาล 1 กก. + น้ำ 20 ลิตร
วิธีการทำ : ผสม EM กับกากน้ำตาลและน้ำ 20 ลิตร แล้วนำไปคลุกเคล้ากับกากถั่วเหลือง,ปลาป่นและรำละเอียด 1 กระสอบให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง จากนั้นนำส่วนผสมที่ผ่านการหมักจนครบเวลาแล้ว
ไปผสมกับรำละเอียดอีก 1 กระสอบที่เหลือให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อน แล้วนำไปใช้เลี้ยงปลาดุกเช้า-เย็นได้ทุกวัน หากมีเครื่องอัดเม็ดให้นำเข้าเครื่องอัดแล้วตากแดด 2 วัน จะสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน 2 เดือน
สูตรที่ 9 : หนอนแมลงวันจากขี้หมู สูตรนี้คุณจำนง บุญเลิศ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี พ.
ศ. 2551 จากป่ากว๋าว เลขที่ 732 ม.14 ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ได้แนะนำให้เพาะหนอนแมลงวันขึ้นจากขี้หมู โดยใช้ถังน้ำขนาด 30 ลิตร 2 ถัง,ขี้หมู 40-60 กิโลกรัม ,ฟางแห้ง และ น้ำ
วิธีการทำ : ให้นำฟางแห้งใส่รองก้นถังน้ำให้มีความสูงขึ้นมาประมาณ 1 - 2 คืบ แล้วเทน้ำลงไปหล่อก้นถังให้เกิดความชื้นแฉะ แนะว่าอย่าให้น้ำท่วมฟางจากนั้นเทขี้หมูลงไปทับฟางในถัง ระวังอย่าให้ขี้หมูลงไปนอนก้นถัง เพราะถ้าขี้หมูลงไปนอนก้นถังแล้ว แมลงวันจะไม่สามารถมาไข่ได้ ตั้งถังไว้ในที่ร่มแบบไม่ต้องปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน จะเกิดหนอนแมลงวันที่โตพอจะนำไปใช้เลี้ยงปลาดุกได้ โดยการนำไปเทให้ปลาดุกทั้งถัง ด้วยวิธีนี้ทำให้ไม่ต้องให้อาหารเม็ดปลาดุกอีก เพราะในหนอนแมลงวันมีโปรตีนมากพอและเศษฟาง และขี้หมูก็เป็นอาหารให้ปลาดุกได้เป็นอย่างดี

Hilight-Kaset/49_5_4639_2.jpg

การเลี้ยงปลาดุก

สูตรที่ 10 : วัสดุที่หาได้ง่ายในทุกท้องถิ่น เป็นสูตรที่คุณจำเนียร ชูเวช เกษตรกรชาวตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้แนะนำให้ใช้ ขี้วัว หรือ ขี้ควายแห้ง 2 กิโลกรัม + กากมะพร้าว หรือ กากถั่วเหลือง 2 กิโลกรัม + รำละเอียดหรือรำอ่อน 2 กิโลกรัม + ไส้ปลา หรือ ไส้ไก่ หรือ ปลาบด หรือ ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือ หอยเชอรี่ อย่างใดอย่างหนึ่ง 2 กิโลกรัม + ใบกระถิน หรือ ผักตบชวา หรือ ผักบุ้งหั่นละเอียด 1 กิโลกรัม + ข้าวจ้าว หรือ ปลายข้าวที่นึ่งสุกแล้ว 1 กิโลกรัม + น้ำหมักจุลินทรีย์สูตรขยายสูตรใดสูตรหนึ่ง 3-5 ลิตร
วิธีการทำ : นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์เทราดผสมจนได้ความชื้นเหมาะสมพอที่จะสามารถปั้นก้อนได้ โดยไม่มีน้ำไหลออกมาตามง่ามนิ้วมือ เมื่อได้ความชื้นเหมาะสมให้นำเข้าเครื่องบดเนื้อ เพื่อบดออกมาให้เป็นเส้นแล้วนำไปตากแห้งบนแผ่นสังกะสีซึ่งจะเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน หรือ จะให้ปลากินสดๆ เลยก็ได้เช่นกัน
หมายเหตุ : การให้อาหาร
- ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ควรให้อาหารสด
- เมื่อปลาอายุ 1 เดือนขึ้นไป จึงเปลี่ยนเป็นให้อาหารแห้ง

เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...