โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยวิธีพิชิตปัญหาสิวซ้ำซากจากการใส่แมสก์โดยหมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล

ELLE Thailand

เผยแพร่ 01 ก.พ. 2565 เวลา 18.02 น. • ELLE Thailand

ปฏิเสธไม่ได้ว่า #maskne หรือสิวที่เกิดจากการสวมใส่แมสก์นั้นได้กลายเป็นปัญหาระดับท็อปของใครหลายคนในยุคนี้ และดูเหมือนจะเป็นวงจรปัญหาผิวซ้ำซากไม่จบสิ้น นับจากวันที่โควิดแพร่ระบาดจนถึงวันนี้เราคงต้องยอมรับแล้วว่าตราบใดที่เรายังต้องใช้ชีวิตกับแมสก์ในทุกๆ วัน ผิวหน้าของเราอาจมีความระคายเคืองและเกิดสิวขึ้นได้เสมอ แต่ข่าวดีคือเราสามารถลดปัญหาดังกล่าวและเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวได้หากรู้วิธีจัดการกับต้นตอสาเหตุของการเกิดสิวอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม: 13 นิสัยที่ทำให้ผิวพัง เป็นสิว ริ้วรอยถามหา!

Cottonbro/ Pexels
Cottonbro/ Pexels

ล่าสุดแอลมีโอกาสได้ล้วงลึกถึงสารพันปัญหาสิวกับคุณหมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย และฟื้นฟูสุขภาพ รวมทั้งอัพเดตผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด 'Smith Acne' ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวเป็นสิวอย่างตรงจุด มาดูกันว่าคุณหมอผิวใสอ่อนเยาว์ที่อายุเป็นเพียงตัวเลขคนนี้ จะมีคำแนะนำและทิปส์อะไรดีๆ มาฝากสาวแอลบ้าง!

นายแพทย์โอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล

ELLE Exclusive Interview with Dr.Smith Smith Acne

เรามักจะได้ยินอยู่ตลอดว่า หนึ่งในวิธีช่วยลดปัญหาสิว #maskne คือการล้างหน้าให้สะอาด ไม่ว่าจะเป็นวิธี double cleanse หรือล้างหน้าอย่างน้อย 60 วินาที แต่ทั้งนี้ปัญหาสิวจากการใส่แมสก์ก็ยังเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ คุณหมอคิดว่าสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง และมีคำแนะนำในการรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างไร?

Dr.Smith: "ปัญหาสิวจากหน้ากากอนามัยเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยรวมเกิดปัญหาจากผิวหนังถูกอบอยู่ภายใต้หน้ากากเป็นเวลานานจนเกิดการสะสมของเหงื่อ ความร้อน ความมัน จนก่อให้เกิดการระคายเคือง ในขณะเดียวกันความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวหนังที่อยู่ใต้หน้ากากกลับลดลงและมีอาการลอก อักเสบได้ง่ายขึ้น จึงเป็นปัจจัยทำให้สิวอุดตันใต้ผิวเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้นและรุนแรงกว่าเดิม

Anna Shvets/ Pexels

วิธีแก้จึงควรถอดหน้ากากพักเป็นระยะหากทำได้ เช่นเมื่ออยู่ในพื้นที่ส่วนตัว และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองมากเกินไปเช่น กลุ่มสครับหรือการผลัดเปลี่ยนเซลล์ รวมไปถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาสิวเช่นกัน ส่วนตัวพบว่าผลิตภัณฑ์ที่แม้จะเคยมีประสิทธิภาพในการลดสิวอักเสบหรือสิวอุดตันที่ดี แต่หากมีความระคายเคืองมากเกินไปก็อาจจำเป็นต้องงดเว้นใช้ในบริเวณที่สวมหน้ากาก เนื่องจากพบปัญหาผลข้างเคียงได้แก่ ผิวแสบ แห้ง ลอก ได้ง่ายกว่าเดิม ดังนั้นจึงแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์และยาที่มีส่วนช่วยในการรักษาสิวอย่างอ่อนโยน ควบคู่กับการทำความสะอาด และดูแลความชุ่มชื่นของผิวอย่างสม่ำเสมอครับ"  

คุณหมอมีคำแนะนำในการดูแลสิวประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือผดผื่นที่เกิดจากการสวมใส่แมสก์อย่างไรบ้าง?

Dr.Smith: "หลักการรักษาสิวบริเวณใต้หน้ากากอนามัยนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเริ่มจากการตัดวงจรการเกิดสิว ลดปัจจัยสิวอักเสบ ควบคู่ไปกับการรักษาความชุ่มชื่นของผิวโดยไม่เหนียวเหนอะหนะ และก่อให้เกิดการอุดตันของผิวเพิ่มขึ้น หมอแนะนำให้ล้างหน้าทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่อ่อนโยน วันละ 2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวโดยไม่จำเป็นเช่นการบีบ การแกะ การลอกผิว

Ron Lach/ Pexels

ใช้ยารักษาสิวและผลิตภัณฑ์รักษาสิวเมื่อมีความจำเป็น เลือกชนิดที่มีความอ่อนโยนโดยอาจต้องลดเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นหรือสารออกฤทธิ์ลงในบริเวณนี้ หากมีสิวอักเสบจำนวนมากและอักเสบลึก แนะนำให้พบแพทย์เพื่อทำการรักษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่ทิ้งรอยแดง จากการวิจัยพบว่าควรรักษาโดยเร็วที่สุดเนื่องจากเป็นสัญญาณสำคัญว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาหลุมสิวที่แก้ไขได้ยากเป็นอย่างยิ่ง"  

เชื่อว่าสาวๆ สายบิวตี้อย่างเราทราบกันดีว่าไม่ควรกดสิวด้วยตัวเอง แต่สำหรับใครที่อดไม่ไหวจริงๆ คุณหมอมีคำแนะนำในการกดสิวอย่างไรบ้าง?

Dr.Smith: "การกดสิวสามารถก่อให้เกิดปัญหาสิวได้หลายทาง เนื่องจากถือเป็นการทำหัตถการที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และการเปิดของแผลทำให้ผิวหนังติดเชื้อได้ง่าย โดยปกติแพทย์จึงไม่แนะนำให้กดสิวเอง เพราะอุปกรณ์จำเป็นต้องได้รับการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง และการกดต้องใช้ทักษะให้หัวสิวหลุดออกมาทั้งหมด ไม่ขาด หัก หรือถูกกดลงไปลึกกว่าเดิมเพราะจะเป็นการกระตุ้นการอักเสบได้มากขึ้น

Anna Nekrashevich/ Pexels

สิวที่สามารถกดได้จึงเป็นสิวประเภทสิวหัวดำที่มีการเปิดของหัวสิวสู่ผิวชั้นบนแล้ว เนื่องจากสามารถหลุดออกได้ง่ายและมักไม่ก่อให้เกิดปัญหาหากทำอย่างถูกต้อง ส่วนสิวอักเสบ เป็นหนอง หรือถุงหนองไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกดสิวเองเพราะอาจก่อให้เกิดอาการอักเสบรุนแรง การติดเชื้อ และแผลเป็นได้" 

ล่าสุดคุณหมอเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับผิวเป็นสิวด้วย! อะไรที่ทำให้ 'Smith Acne' โดดเด่นไม่เหมือนใคร?

Dr.Smith: "Smith Acne Set พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเซ็ตผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจปัญหาของคนเป็นสิวทุกไลฟ์สไตล์ และเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวบอบบางที่มีปัญหาสิว ปัญหาสิวจากการสวมหน้ากากอนามัย และยังสามารถใช้ได้กับทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้นจนถึงกลุ่มสตรีมีครรภ์และให้นมบุตรเพราะปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองจากกรด BHA, พาราเบน, น้ำหอม, ซิลิโคน, การเจือสี โดยยังทรงประสิทธิภาพในการดูแลปัญหาสิวด้วย Smith Triple Acne Target Action ที่ประกอบไปด้วย 3 พลังธรรมชาติ สารสกัดจากเปลือกมังคุด - นวัตกรรม Nano Encap อนุภาคเล็กซึมลึก ตรงเข้ายับยั้งแบคทีเรียได้ตรงจุดทันที สารสกัดจากหัวหอม - ลดอาการอักเสบบวม ช่วยสมานแผล ลดโอกาสเกิดแผลเป็น Tea Tree Oil - ควบคุมความมันยาวนาน ลดการอุดตันของรูขุมขน  

smith-acne-set

Smith Acne ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 3 ตัว Smith Acne Wash, Smith Acne Essence และ Smith Soothing Gel ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เรียบง่าย 3 ขั้นตอนคือ ล้าง ตบ และแต้ม ไม่ยุ่งยาก ทุกคนสามารถใช้ได้ง่าย เพราะครบจบใน 3 ขั้นตอน และทุกตัวยังถูกพัฒนามาให้ใช้ร่วมกับยารักษาสิวเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้เป็นอย่างดี และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มเติม"

390 THB/ 100 ml

เจลทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยน พร้อมผสานคุณค่าจาก 3 สารสกัดทรงพลังจากธรรมชาติ Tea Tree Leaf Oil ช่วยต่อสู้ยับยั้งแบคทีเรีย สาเหตุการเกิดสิว, Horse Chestnut ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ Mushroom Extract (Vitamin H) ช่วยควบคุมความมันยาวนานตลอดวัน

980 THB/ 100 ml

เอสเซนส์เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบล้ำลึกสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว สูตรเอกสิทธิ์เฉพาะ Smith Cobiobalance ที่คิดค้นมาเพื่อลดปัญหาและป้องกันการเกิดสิว พร้อมช่วยปรับสมดุลผิวด้วยสารสกัดทรงประสิทธิภาพอย่างสารสกัดบัวหิมะเกรดพรีเมียมซึ่งเป็น Probiotic ช่วยดูแลจุลินทรีย์ที่ดีต่อผิว และลดโอกาสการเจริญเติบโตของเชื้อ

340 THB/ 100 ml

เจลแต้มสิวเนื้อบางเบาและอ่อนโยน ผสานคุณค่าจาก 3 สารสกัดทรงพลังจากธรรมชาติสารสกัดจากเปลือกมังคุดผ่านนวัตกรรม Nano Encap ให้มีอนุภาคเล็กซึมซาบได้ล้ำลึก จึงสามารถตรงเข้ายับยั้งแบคทีเรีย สาเหตุการเกิดสิวอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ, สารสกัดจากหัวหอม ช่วยลดอาการอักเสบ บวม สมานแผล และ Tea Tree Oil ลดการอุดตันของรูขุมขน และควบคุมความมันได้ยาวนาน

สำหรับสาวๆ ที่มีกิจกรรมหลังเลิกเรียน เลิกงาน อย่างการออกกำลังกายนอกบ้านหรือในยิมโดยที่ยังต้องสวมใส่แมสก์อยู่ตลอดเวลา คุณหมอมีคำแนะนำในการป้องกันสิวอย่างไรบ้าง?  

Dr.Smith: "สิ่งที่ดีที่สุดคือความทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยก่อนออกกำลังกาย เพราะโดยปกติแล้วเมคอัพจะไปอุดตันทำให้การทำงานของต่อมเหงื่อและต่อมไขมันไม่ปกติ จนเกิดการอุดตันได้ง่ายกว่าเดิมอยู่แล้ว เมื่อเสริมด้วยการสวมหน้ากากอนามัยซึ่งเพิ่มปัจจัยทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย จึงยิ่งก่อให้เกิดปัญหาการลุกลามของสิวอักเสบได้ง่ายขึ้นเป็นทวีคูณ

Cottonbro
Cottonbro

หากจำเป็นต้องมีการแต่งหน้าเช่นการไปทำงานหรือร่วมงานสำคัญต่างๆ แนะนำว่าภายใต้บริเวณที่สวมหน้ากากควรแต่งหน้าให้บางเบาที่สุดหรือไม่แต่งเลย แต่เลือกลงเมคอัพเฉพาะบริเวณที่อยู่ภายนอกเพื่อเสริมความมั่นใจ เช่น คิ้วหรือดวงตา และล้างเมคอัพบริเวณผิวหน้าก่อนออกกำลังกายหากสามารถทำได้ครับ"

Alena Darmel/ Pexels

มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ก้าวเข้าสู่วัยเลข 4 แล้วยังเผชิญกับปัญหาสิวอย่างต่อเนื่อง คุณหมอมีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับการดูแลผิวในช่วงวัยนี้?

Dr.Smith: "ปัญหาสิวเป็นปัญหาที่เกิดได้ทุกวัยโดยมีปัจจัยที่แตกต่างกัน สิวสำหรับคุณผู้หญิงในวัย 30-40 นั้นสามารถพบได้บ่อยเนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ต้องใช้เครื่องสำอางเป็นประจำ ประกอบกับชีวิตประจำวันในการทำงานที่เร่งรีบ ความเครียดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และการสวมหน้ากากอนามัยในขณะทำงานก็มีส่วนในการกระตุ้นให้เกิดอาการสิวในระดับรุนแรงมากขึ้น

Cottonbro/ Pexels

นอกจากนี้หากพบสิวบริเวณใบหน้าส่วนล่าง ได้แก่บริเวณรอบปาก ใต้คาง และแนวกรามอยู่เสมอ สิวมีลักษณะอักเสบบวมแดงได้บ่อยๆ ดื้อต่อการรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะหากมีประวัติว่าการอักเสบเกี่ยวพันกับรอบประจำเดือน อาจเป็นสัญญาณของสิวที่เกิดจากฮอร์โมนผิดปกติ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อรับยาให้ตรงกับสาเหตุควบคู่ไปกับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นสิวง่ายครับ"  

ฝากทิปส์ทิ้งท้ายสำหรับสาวแอลในการดูแลผิวให้ไกลสิว

Dr.Smith: "การดูแลตัวเองให้ห่างไกลสิวควรเกิดจากความเข้าใจในสภาพผิวของตนเอง ได้แก่ ลักษณะของความมันของผิว ความแข็งแรงของผิว สิ่งที่แพ้ และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล โดยรวมควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว 2 ครั้งต่อวัน หมั่นสังเกตลักษณะของสิว ได้แก่ ปริมาณของสิวอุดตัน สิวอักเสบ และสิวอักเสบรุนแรง หากมีสิวอักเสบมากกว่า 10 จุด หรือ สิวอักเสบรุนแรงมากกว่า 5 จุดควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมควบคู่ไปด้วยครับ"  

Chloe Amaya/ Pexels

Cover Photo Courtesy: Smith Arayaskul, Cottonbro/ Pexels

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...