โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แบงก์ไต้หวันงานเข้า! แฮกเกอร์เจาะซัพพลายเออร์โอนเงินออก 41 ล้าน

Amarin TV

อัพเดต 33 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 34 นาทีที่แล้ว
แบงก์ไต้หวันงานเข้า! แฮกเกอร์เจาะระบบซัพพลายเออร์โอนเงินออก 41 ล้าน ยันลูกค้าไม่สูญเสียเงิน-ข้อมูลไม่รั่ว

แบงก์ไต้หวันงานเข้า! แฮกเกอร์เจาะระบบซัพพลายเออร์โอนเงินออก 41 ล้าน ยันลูกค้าไม่สูญเสียเงิน-ข้อมูลไม่รั่ว

ธนาคาร(Bank SinoPac Co) แถลงผลการสอบสวนกรณีแฮกเกอร์เจาะระบบความปลอดภัย ยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าค้ารั่วไหล และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดได้รับการคืนเงินเต็มจำนวนแล้ว พร้อมเร่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตรวจพบการทำธุรกรรมผิดปกติรวมทั้งสิ้น 427 รายการ จากบัญชีลูกค้า 419 บัญชี มีมูลค่าการโอนเงินรายการละประมาณ 100,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 3,050 ดอลลาร์สหรัฐ) รวมเป็นเงินประมาณ 41.76 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งเงินทั้งหมดถูกโอนไปยังบัญชีปลายทางเดียวกันในธนาคารอื่น ล่าสุด เจ้าหน้าที่คณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน (FSC) เปิดเผยว่าบัญชีปลายทางดังกล่าวถูกระงับการใช้งานชั่วคราวแล้ว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่แฮกเกอร์เจาะช่องโหว่ความปลอดภัยของผู้ให้บริการภายนอก (ซัพพลายเออร์) ซึ่งพัฒนาระบบธนาคารบนมือถือ (Mobile Banking) ตัวใหม่ ส่งผลให้เกิดการทำธุรกรรมโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาตถึง 427 รายการ จากบัญชีลูกค้า 419 บัญชี ไปยังบัญชีปลายทางเดียวกันในธนาคารอื่น รวมเป็นมูลค่าประมาณ 41.76 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (รายการละประมาณ 100,000 ดอลลาร์ไต้หวัน) โดยล่าสุด คณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน (FSC) เผยว่าบัญชีปลายทางดังกล่าวถูกระงับการใช้งานชั่วคราวแล้ว

ทั้งนี้ ธนาคารยืนยันว่าได้คืนเงินให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา และธนาคารได้ว่าจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์อิสระเข้าตรวจสอบระบบ พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและสกัดกั้นการทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือมีความหนาแน่นสูงในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงแชร์ข้อมูลภัยคุกคามให้สถาบันการเงินอื่นระวังภัยร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการ และ ซีอีโอของธนาคาร ได้โค้งคำนับขอโทษสาธารณชน ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้กระทบต่อชื่อเสียง พร้อมลั่นวาจาว่าจะเดินหน้าปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง และ เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากซัพพลายเออร์คู่กรณี

ทั้งนี้ สำนักงานอัยการเขตไทเปกำลังเร่งสอบสวนคดีนี้ในฐานะความผิดทางอาชญากรรมคอมพิวเตอร์อย่างเข้มงวด

ที่มา: Taipei Times

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...