“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดผสมผสาน น้ำมันพุ่งแตะ 106 ดอลลาร์ ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เคลื่อนไหวระมัดระวัง หลังราคาน้ำมันเบรนท์พุ่ง 1.6% แตะ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความไม่แน่นอนสหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐยังอยู่ในระดับสูง
วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 07.54 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายอย่างระมัดระวังในวันจันทร์ (28 ก.ย.) หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าสหรัฐและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้ในเร็ว ๆ นี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังอยู่ในระดับสูง ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่ตลาดรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว 1.6% แตะ 106.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เดือนนี้เพิ่มขึ้นแล้วราว 17% ส่วนราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.1% อยู่ที่ 93.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยทรัมป์ระบุว่าการเจรจาจะดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้ ขณะที่อิหร่านยังไม่มีสัญญาณว่าจะผ่อนปรนข้อเสนอของตน
นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านกำลังการกลั่นยังผลักดันราคาน้ำมันดีเซลขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าราคาน้ำมันดิบอย่างมาก เพิ่มความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะฝังตัวเข้าสู่การกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้าง
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) มีแนวโน้มเป็นรายถัดไปที่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันอังคารนี้
ตลาดประเมินโอกาสราว 66% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันในการประชุมเดือน ต.ค. ขณะที่นักลงทุนสะท้อนการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยรวมประมาณ 0.90 จุดเปอร์เซ็นต์ไปจนถึงช่วงปลายปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องยังช่วยหนุนความคาดหวังต่อผลประกอบการภาคธุรกิจ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งขึ้น โดยแบบจำลอง GDPNow ของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตาคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจขยายตัวถึง 5.0% ในไตรมาสนี้ ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในเอเชียและยุโรปยังคงแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
Bruce Kasman หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ JPMorgan ระบุว่า เศรษฐกิจโลกดูเหมือนกำลังเข้าสู่ช่วงการขยายตัวในวงกว้างที่แทบไม่เคยเห็นในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ท่ามกลางการเติบโตที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสามารถรับมือกับราคาพลังงานที่สูงได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 0.6% ส่วนดัชนี MSCI หุ้นเอเชีย-แปซิฟิกนอกญี่ปุ่นอ่อนตัว 0.2%
ด้านตลาดยุโรป สัญญาล่วงหน้า EURO STOXX 50 เพิ่มขึ้น 0.4% สัญญาล่วงหน้า DAX บวก 0.3% และ FTSE เพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนตลาดสหรัฐฯ สัญญาล่วงหน้า S&P 500 ลดลง 0.2% ขณะที่ Nasdaq ทรงตัว
ตลาดพันธบัตรยังเผชิญแรงขายจากความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ขยับขึ้นแตะ 5.5185% ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 และเพิ่มขึ้นแล้ว 0.27 จุดเปอร์เซ็นต์ในเดือนนี้ ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 2 ปีพุ่งขึ้นถึง 0.55 จุดเปอร์เซ็นต์ในเดือนเดียว จากการคาดการณ์ว่า Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย
Mark Cabana นักกลยุทธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยของ Bank of America มองว่า ตลาดพันธบัตรยังมีโอกาสเผชิญแรงขายเพิ่มเติม หากนักลงทุนปรับเพิ่มคาดการณ์ระดับดอกเบี้ยนโยบายของ Fed โดยการปรับราคาในตลาดอาจยังไม่สิ้นสุดจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่าภาวะการเงินตึงตัวเพียงพอแล้ว
การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ยังทำให้ต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลกสูงขึ้น ในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีกำลังระดมเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนขยายธุรกิจ AI ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังเพิ่มอัตราคิดลดที่ใช้ประเมินมูลค่ากำไรในอนาคตของบริษัท
สัปดาห์นี้ นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการ ทั้งเงินเฟ้อ GDP ภาคการผลิต และตลาดแรงงาน โดยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ย. ซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 85,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1% และมีโอกาสลดลงมาอยู่ที่ 4.0%
ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมาได้หนุนดัชนีดอลลาร์ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนที่ 101.39 จุด ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 1.1380 ดอลลาร์ และลดลงแล้วประมาณ 2.0% ในเดือนนี้
ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยแตะ 157.53 เยน หลังอ่อนค่าลงเมื่อวันศุกร์ ภายหลัง Satsuki Katayama รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินเยน ส่วนเงินปอนด์เคลื่อนไหวเหนือระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเล็กน้อยที่ 1.3228 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนบางส่วนจากท่าทีเชิงเข้มงวดด้านดอกเบี้ยของ Andrew Bailey ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ
ด้านตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำซึ่งไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 4,262 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปรับตัวลงมากกว่า 4% ในเดือนนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น
อ้างอิง : reuters.com